ประวัติศาสตร์การแย่งชิงยึดอำนาจของกัมพูชา

ตำนานสังหารที่โลกไม่เคยลืมบทบันทึกความเลวร้ายปรากฏในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์กับมนุษย์กระทำด้วยกันอย่างป่าเถื่อนทารุณโศกนาฏกรรม กัมพูชา  ช่วงที่เขรมแดงเรืองอำนาจหลังจากที่ได้ยึดครองกรุงพนมเปญในปี2518ทั่วทั้งแผ่นดินนั้นแดงไปด้วยเลือดประชาชนผู้ผู้บริสุทธิ์ได้ตกเป็นเหยื่อของความโหดเฮี้ยม

ย้อนอดีตหลายศตวรรษให้หลังมหาอาณาจักรอันเกรียงไกรประวัติศาสตร์ กัมพูชา ยุคใหม่เริ่มต้นเมื่อได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์ตามข้อตกลงจาก เจนีวา ระหว่างเวียดนามกับฝรั่งเศษเมื่อพุทธศักราช2497สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุได้ปกครองประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั้งผลกกระทบต่อสงครามเย็นทำให้กัมพูชาในช่วงปี2508สภาพเศรษฐกิจเลอะสภาพของสังคมต่ำเสื่อมโทรมถึงขีดสุดเกิดความวุ่นวายทางการเมืองและการเดินขบวนประทวงของนักศึกษาและประชาชนเดือนเมษายม2510ชาวบ้านและชาวนาในเขตอำเภอสำรูด จังหวัดพระตะบอง

ก่อการจรจนรัฐบาลส่งทหารเข้าปราบปามอย่างรุณแรงทำให้ประชาชนซึ่งได้ถูกรวมเรียกว่าฝ่ายซ้ายหลบหนีไปเข้ารวมกับคอมนิสกัมพูชาที่ได้ตั้งฐษนที่มั่นอยู่ในพื้นที่ป่าเขาต่อมาเดือนมีนาคม2513นายพล ลอน นอล ได้ทำการรัฐประหารก่อนกองกำลังฝ่ายคอมนิสกัมพูชาหรือเขรมแดงมีเวียดกรงเป็นพันธ์มิตรเข้ายึดอำนาจปกครองกัมพูชาได้สำเร็จ

เมื่อวันที่17เมษายน2518จริงๆแล้วต้องบอกว่า นายพล ลอน นอล  นั้นได้รับการสนับสนุนอย่างลับๆจากสหรัฐอเมริกาเพื่อที่จะล้มอำนาจของ สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุ หลังจากที่ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจเสร็จสิ้น สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุ ได้หลีกภัยไปอยู่ที่ประเทศจีน

และได้ปลุกกระแสม้วนชนที่ยังคงสนับสนุนพระองค์จากทางวิทยุกระจายเสียงและผู้ที่อยู่เบี้ยงหลังเขรมแดงที่แท้จริงคนกัมพูชาคงจะรู้ดีอยู่แก่ใจ สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุ ได้ปลุกกระแสม้วนชนให้หันมาสนับสนุนกองทัพเขรมแดงซึ่ง ณ ตอนนั้นยังไม่ได้แสดงท่าแท้ของความเฮี้ยมโหดออกมาโดยหวังว่าพระองค์จะได้กลับมาปกครองประเทศอีกครั้งหลังจากที่เขรมแดงได้เข้ายึดอำนาจได้ในปี2518และทุกอย่างนั้น

ดูเหมือนว่ามันจะดีขึ้นแต่ไม่นานมาพระองค์ก็ได้ถูกพวกเขรมแดงรวบอำนาจทั้งหมดจากนั้นมากัมพูชาก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของนาย พล พต ผู้ที่นำกลุ่มเขรมแดงผู้ที่ล้มรัฐบาลนายพล ลอน นอล ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา กัมพูชาในกำมือของ พล พต ระหว่างปี2518ถึง2522ได้ตกอยู่ในความรุณแรงอย่างสุดขั่วเพื่อประปรุงเศรษฐกิจและสังคมนิยมพึ้งตนเองและไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอกประเทศ

และก้ไม่ยอมที่จะเป็นมิตรกับประเทศชาติใดๆโดนเดียวประเทศออกจากอิทธิพลของต่างชาติและได้ปิดโรงเรียนโรงพยาบาลโรงงานยกเลิกระบบธนาคารระบบเงินตรา

เขรมแดงยึดครองอำนาจประเทศที่ไม่มีข่าวออก

สมัยเขรมแดงยึดครองอำนาจและมีการทรมานที่ถูกปิดข่าวมาอย่างช้านาน

เขรมแดงนั้นมีข้ออ้างหรือยัดข้อหาร้ายแรงให้กับชาวเขรมผู้ที่น่าสงสารการกระทำที่ไม่ถูกอกถูกใจพรรคเขรมแดงนั้นลวนแล้วแต่เป็นเส้นทางที่นำพาไปสู่ความพิการหรือความตายได้อย่างง่ายดายเหลือเกินมีคนแขนขาพิการหรือคนดอยโอกาสจำนวนมหาสารที่ตกเป็นเหยื่อของการทารุณกรรมเขรมแดงชนิดที่ว่าคนที่ทำทารุณหรือสังหารพวกเขานั้นสามารถทำลงไปได้อย่างไรทั้งๆที่มีสายเลือด กัมพูชา เช่นเดียวกันทั้งสิ้นเมื่อเห็นว่าไม่อาจหาประโยช์จากผู้ดูอยู่

โอกาสเหล่านั้นได้เต็มที่ซึ่งที่ช่วยตัดปัญหาก็คือ การตีให้ตายหรือไม่ก็ส่งกระสุนสังหารปิดชีพแต่ความสนุกสนานเลยเถิดของทหารเขรมแดงนั้นไม่มีขอบเขตจำกัดเสมอพวกเขามีสิทธิ์ที่จะเลือกวิธีตายให้กับคนต่างๆ

ที่ไม่ใช่พวกพองหรือพลพรรคเขรมแดงได้เสมอดังนั้นการทรมานด้วยวิธีที่หลากหลายจึงเป็นทางเลือกพิเศษที่เขรมแดงวัยรุ่นชอบเสียงร้อนโหยหวนจากโรงทรมารในแต่ละคืนแต่ละวันนั้นจึงเป็นทั้งความสุกข์ทรมานของผู้ถูกกระทำในเวลาเดียวกันหฤหรรษ์สุดประมานของผู้ทรมานที่มักจะสันหาวิธีการสร้างความสุขแบบสาดิษฐ์ในขณะเดียวกันข่าวการทรมานแบบนี้ก็ไม่ได้ค่อยลอดออกมาสู้เลยตาของชาวโลกในช่วงเวลาแห่งการทรมานนับจากปีคริสตศักราช1975ถึงปีคริสตศักราช1978จนต่อถึงช่วงต้นมกราคม1979อีกไม่กี่วัน

เพราะหลังจากนั้นเขรมแดงก้ได้หมดอำนาจลง  เนื่องจาก ญวน ได้บุกข้ายึดพื้นที่จนถึงกลางกรุงพนมเปญ เรื่องราวการทรมานสาหัสสากันในช่วงเขรมแดงเรืองอำนาจนั้นส่วนใหญ่ มันจะได้จากผู้คนที่หลบหนีออกมาจากทางชายแดนและบางส่วนถูกนำไปเป็นสารคดีหรือนำเอาไปสร้างภาพยนตร์สะท้อนความเป็นจริงจนเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในเวลาต่อมาแต่เรื่องแบบนี้ไม่มีทางที่จะออกมาจากปากหรือการ แถลงการของเขรมแดงอย่างเด็ดขาด

เพราะความจริงประเภคนี้เป็นเรื่องที่เขรมแดงต้องการที่จะปิดปากให้มันเงียบมากที่สุดรวมทั้งถ้ามีโอกาสทางเวทีโลกเมื่อไหร่ก็จะแถลงการปัดป้องเป็นพัลวันในเวลาเดียวกันก็จะแว้งกัดคนที่นำเรื่องการทรมานแบบนี้ขึ้นเป็นประเด็ดสักถามบนเวทีโลกด้วยนั่นหมายถึงช่วงเวลา4ปีเต็มๆที่เขรมแดงเรืองอำนาจนั้นประชาชนชาวเขรมผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายต่างก็ถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจกันอย่างหนัก

ไม่ต่างจากที่ยุค นาซี ได้เรืองอำนาจในสมันสงครามโลกครั้งที่2ที่มีชาวยู ในยูโรปเป็นเป้าหมายทิศดีของ เขียวสัมพัน ดั่งที่ได้ก่นเอาไว้ข้างต้นนั้นเป็นเรื่องที่สมควรอยู่ในทิศดีนิยายคาตกรรมสยองขวัญที่ยึดเอาทิศดีแบบนั้นเป็นสาเหตุของการสังหารในนิยายเท่านั้นแต่เมื่อต้องการให้เป็นไปตามทิศดีที่ต้องการความอย่างจริงจังขึ้นมานั้นกับเป้นสิ่งที่ค้านกับวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างร้ายแรงและ พล พต   ก็สนองต่อณโยบายอย่างเต็มที่

ประสาทบนยอดเขาภูเขาไฟ

เขากระโดง เป็นยอดเขาที่ได้ตั้งอยู่ใน เขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ 

เขากระโดงไม่ใช่ภูเขาที่ธรรมดาแต่มันเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิดมีอายุประมาณราวๆ900,000ปี ซึ่งยังได้พบเห็นร่องรอยปากป่องได้อย่างชัดเจนมีลักษณะเป็นหลุมลึกจากระดับพื้นเล็กน้อยบริเวณนี้จึงได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่ท่องเที่ยวโดยมีการสร้างทางเดินและสพานแขวนสำหรับเป็นจุดที่ชมภาพมุมสูงของปากป่องภูเขาไฟเอาไว้ด้วยในปัจจุบัน

เขากระโดงถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่สำคัญในระดับต้นๆที่นักท่องเที่ยวมักที่จะหาโอกาสเดินทางเข้าไปเที่ยวชมเพราะนอกจากจะมีลักษณะที่พิเศษทางธรณีวิทยายังมีภูมิประเทศสูงเด่นสามารถที่จะมองเห็นตัวเมืองบุรีรัมย์ที่มุมกว้างและบนยอดเขายังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ซึ่งได้เป็นพระคู่เมืองของจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ไกลไปจากองค์พระได้มีอาคารหลังเล็กๆหนึ่งหลังพื้นที่

ตรงนี้แต่เดิมได้เคยมีปราสาทหินตั้งอยู่ที่เรียกว่า ปราสาทเขากระโดงได้เป็นปราสาทหินทรายหลังเดียวได้ก่อบนฐานศิลาแลงสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละสี่เมตรปราสาทได้ถูกสร้างขึ้น

เพื่อเป็นศาสตร์สถานแต่ก็ได้หักพังจนได้ทำยากต่อการบูรณ์ในภายหลังยังได้มีการสร้างมนดกขึ้นมาเพื่อใช้เป็นประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองที่ได้สร้างขึ้นมาใหม่เมื่อต้นพุทธศตวรรษนานมาแล้วที่นุษย์มักจะมองยอดเขาสูงเฉดฟ้าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้

เป็นจุดเชื่อมต่อโลกมนุษย์กับเหล่าเทพที่สิงสถิตอยู่บนชั้นฟ้ายอดเขาจึงมักถูกกำเนิดเป็นสถานที่ที่สร้างศาสตร์สถานสำหรับจารึกแสวงบุญหรือประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อเพื่อให้ผลแห่งการประติบัตินั้นได้ส่งต่อไปยังเทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขานั้น

ให้ความเคราพบูชา จากนี้เราจะพามาดูปราสาทหินที่ได้มีความเก่าแก่บนยอดเขาที่มีความล้ำค่าทั้งในแง่ของทางโบราณคดีและสสถาปัตยกรรม ทางหลวงหมายเลข24เป็นถนนอีทานของอีสานใต้ที่เริ่มจากทางแยกต่างระดับสีคิ้วก่อนที่จะไปสิ้นสุดในเขตอุบลราชธานีทางสายนี้เรียกแต่เดิมว่าถนนโชคชัยเดชอุดมโดยตัดผ่านทางจังหวัดที่สำคัญๆ5จังหวัดคือ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์  จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และ จังหวัดอุบลราชธานีทีมงานของเรานั้น

ก็ได้พามาที่ถนนเส้นนี้เพราะเห็นว่าสองฝั่งทางที่ถนนตัดผ่านเป็นที่ตั้งของปราสาทหินเก่าแก่หลายแห่งซึ่งโดยส่วนใหญ่จะอยู่ห่างจากถนนสาย24ออกไปไม่มากนักผู้ที่ได้สัญจรผ่านถนนเส้นนี้หากว่าคุณนั้นได้มีความสนใจทางประวัติศาสตร์ด้านราสาทหินมันก็อาจจะใช้เวลาแค่เพียงเล็กน้อยสำหรับการแวะเข้าไปเที่ยวชมศึกษา