ซากเมืองเก่าโบราณที่จมอยู่ใต้ท้องทะเลมากว่า5,000ปี

เมืองโบราณOlous

นอกจากนี้ด้านสถานที่แห่งนี้ในสมัยก่อนได้มีเมืองเดิมอยู่ที่ชื่อว่าOlous ถึงแม่ว่าเมืองแห่งนี้จะไม่ได้เป็นเมืองมีมีอำนาจและยิ่งใหญ่ในใต้ท้องทะเล แต่เนื่องจากในพื้นที่แห่งนี้นั้น มันก็ยังได้มีความพิเศษอยู่ตรงที่น้ำของทะเลแห่งนี้ ซึ่งมันจะมีน้ำทะเลสีฟ้าใสสวยงามมาก

อีกทั้งยังสามารถที่จะลงไปดำน้ำอยู่เมืองโบราณที่อยู่ใต้น้ำได้เลยทีเดียว และสำหรับเมืองOlousนั้นได้ถูกก่อสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ800ปีก่อน

ซึ่งได้มีประชากรที่ได้อาศัยอยู่ที่นี่จำนวน30,000คน ซึ่งเหตุการณ์ที่มันได้ทำให้เมืองแห่งนี้ได้จมอยู่ในใต้ท้องทะเลนั้น เนื่องจากว่าได้ก่อสร้างบนพื้นที่ที่มีดิบไม่แข็งตัวและยังได้มีดิบที่นิ่มจากนั้นเมืองแห่งนี้ก็ได้เจอกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวมันเลยทำให้เมืองที่แห่งนี้ได้พังถลายลงจมหายลงไปอยู่ใต้ทะเล นอกจากนี้ในปัจจุบันนั้น

มันก็ได้กลายมาเป็นจุดดำน้ำที่เป็นที่นิยมของคนชาวกรีกและเหล่านักชื่นชอบดำน้ำนี้ก็ยังได้พบกับเหรียญเก่าโบราณกันอยู่บ่อยครั้งแค่เจอเหรียญยังไม่หมดแค่เพียงเท่านั้นเมื่อน้ำได้มีการลดระดับลงไปเราก็ยังสามารถที่จะมองเห็นขอบกำแพงที่ได้โพล่ขึ้นเหนือน้ำมาให้เราได้เห็นกันอีกด้วย

เกาะโยนากุนิ

สำหรับในพื้นที่ที่อยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศญี่ปุ่นนั้นยังได้มีเกาะที่ได้อยู่ใกล้กับบรรดาหมู่เกาะเซ้งกากุ ซึ่งในสถานที่แห่งนี้ถือได้ว่ามันได้เป็นเกาะแห่งยุทธศาสตร์ที่ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่นในช่วงที่ประเทศจีนนั้นได้กำลังแสดงอิทธิพลด้านทางทะเลข่มเพื่อนบ้านเป็นพิเศษอีกทั้งในสถานที่แห่งนี้มันก็ยังมีสิ่งที่ชวนตะลึ่งใจอยู่ไม่น้อย

ที่มันสามรรถดึงดูดใจของเหล่านักบรรดาที่ชื่นชอบในการดำน้ำจากทั่วโลกและบุคคลที่ได้มีความสนใจในส่วนของเรื่องลี้ลับให้ได้เข้ามาพิสูจน์ด้วยตนเองว่ามันจะเป็นอย่างไรมันจะเหมือนกับที่เขาได้นำเอามาเล่าสู่กันฟังหรือป่าว

และสำหรับรูปภาพที่ได้เห็นกันอยู่ในตอนนี้นั้น ซึ่งมันก็ได้เป็นโครงสร้างของหินที่มันได้มีขนาดใหญ่ที่มันได้มีรูปลักษณะที่เหมือนกับขันบันไดหรือบางคนเขาก็ได้บอกกันว่ามันดูคล้ายกับพีระมิด ที่นักดำน้ำต่างก็ได้เห็นจากนั้นก็ได้เอ่ยปากออกมาว่ามันไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เหล่าธรรมชาตินั้น

สร้างขึ้นมา นอกจากมันอาจจะเป็นคนในสมัยโบราณที่มันได้มีอารยธรรมที่สูงมากๆ สำหรับในโครงสร้างหินเหล่านี้ก็ยังได้มีนักดำน้ำในพื้นที่ได้บังเอิญเข้าไปพบเห็นเมื่อปีประมาณ1986 และจากนั้นมานักธรณีวิทยาด้านท้องทะเลได้ดำเข้าไปสำรวจจากนั้นมาก็ได้ทำแผ่นที่โครงสร้างเหล่านี้ขึ้นมาซึ่งมันต้องใช้ระยะเวลามากถึง10ปีด้วยกัน

เรื่องราวในตำนานใต้น้ำที่หน้าเหลือเชื่อ

Heracleion

สำหรับเมืองHeracleionนั้นได้ห่างออกไปจากทางด้านของทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอาเล็กซานเดอร์ ที่ได้เคยเป็นเมืองหลวงของอียิปต์โบราณในสมัยของยุคอาเล็กซานเดอร์ในยุคกรีกโรมันประมาณ32กิโลเมตร ซึ่งสถานที่เมืองแห่งนั้นมันก็เคยเป็นอดีตเมืองท่าเฮราคลีออน

ซึ่งในเมือง เมืองแห่งนี้นั้น เมื่อตอนครั้งในอดีตสถานที่เมืองแห่งนี้มันเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญเป็นอย่างมากเมื่อประมาณสมัยยุคของอียิปต์โบราณ นอกจากนี้ด้านเฮโรโดตัสที่ได้เป็นบิดาด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งเขาได้มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณช่วงศตวรรษช่วงที่5ก่อนคริสตศักราช

จากนั้นเขาก็ยังได้บอกเล่าของเมืองที่เคยรุ่งเรือนแห่งนี้ว่าพระนางเฮเลนกับเจ้าชายปาริสแห่งเมืองทรอย ซึ่งทั้งสองก้ได้เคยเดินทางมาเที่ยวในเมืองแห่งนี้ก่อนที่จะมีสงครามของโคจัน

เนื่องจากนี้ก็ยังได้มีนักภูมิศาสตร์ที่ได้เป็นคนชาวกรีกเขาก็ได้เขียนบันทึกเมืองลับแห่งนี้ด้วยเช่นกันแต่เนื่องว่าในช่วงขณะนั้นก็ยังไม่มีผู้ใดที่จะสามารถค้นพบด้านหักฐานที่จะสามารถจับต้องได้โดยจริง ซึ่งบรรดานักอียิปต์วิทยาในยุคของยุคแรกนั้นก็ยังมั่นใจกันว่า สถานที่เมืองลับที่ว่านี้มันอาจจะเป็นการปรากฎอยู่ภายในพงศาวดารแค่นั้นแะลมันก็ไม่อาจจะมีตัวตนอยู่จริง

ซึ่งด้านเมืองHeracleionที่ได้อยู่ด้านทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของฝั่งอาเล็กซานเดอร์ ซึ่งเมืองดังกล่าวนี้มันได้สูญหายจมทะเลอยู่ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เนื่องจากหลักฐานที่ได้มีการพบเห็นจากทีมค้นพบโบราณใต้น้ำที่ได้นำลูกทีมลงไปขุดค้นตั้งแต่ในปีประมาณ ค.ศ.1996

ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเนียนอาเล็กซานเดอร์ และมันก็ได้ทำให้เหล่านักวรรณคดีหลายคนนั้นจะต้องเปลี่ยนแนวคิดในครั้งใหญ่ เนื่องจากข้อมูลของทีมสำรวจโบราณคดีที่ได้เข้าไปสำรวจแล้วก็ได้บอกอีกว่าเฮโรโดตัสที่พวกเขาได้เคยบอกเอาไว้นั้นมันได้เป็นความจริง

เพราะเนื่องจากที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้นั้นมันได้มีเมืองท่าจมอยู่ใต้น้ำจริงๆเพียงแต่มันได้จมอยู่ใต้น้ำทะเลเมื่อประมาณ1พันปีก่อนแล้ว ซึ่งทำให้ชาวนักโบราณคดีได้ค้นพบวัตถุโบราณที่มีมูลค่าอยู่มากมายทั้งรูปปั่นของฟาโรห์รูปของหินที่แกะสลักเหรียญทองคำที่มันยังมีรูปร่างที่สมบูรณ์

นอกจากนี้ในสมัยอดีตกาลสถานที่เมืองแห่งนี้นั้นได้มีการดำดงมีอยู่ในสมัยช่วงศตวรรษที่8 เนื่องจากสมัยก่อนนี้เมืองแห่งนี้ยังได้เคยเป็นศูนย์กลางในการค้าขายอย่างสำคัญมากที่สุดด้านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกทั้งยังรวมไปถึงเรือต่างๆที่จะต้องแวะเข้ามายังที่เมืองแห่งนี้เพื่อทำการแลกเปลี่ยนสินค้าเอาไว้ในสถานที่แห่งนี้อีกด้วย

ของขลังศักดิ์สิทธิ์

ตับเหล็ก

ตับเหล้กนั้นมันก็คือตับคนที่ได้กลายเป็นเหล็กทางภาคกลางและทางภาคเหนือเรียกกว่าตับทองแดงได้มีตำนานเล่ากันว่าเหตุที่ตับของคนเป็นเหล็กได้นั้นเกิดจากสาเหตุดังนี้

1 วิชาอาคมบางประเภคสามารถส่งผลถึงของผู้เรียนวิชาไปถึง7ชั่วโคตรซึ่งบางวิชานั้นก็จะส่งผลผู้ที่ล้ำเรียนสำเร็จมีตับเหล็กด้วยอาถรรพ์ของวิชานั้นๆด้วยเหตุนี้เองจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าบางคนที่ไม่ได้ล้ำเรียนวิชาแต่มีผู้ที่สำเร็จวิชาอาคมนี้ก็อาจจะมีตับเหล็กได้เช่นกันหรือพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือสืบทอดผ่านทางพันธุกรรมนั่นเอง

2ผู้ที่มีคาถาวิชาอาคมล้ำเรียนวิชาอาคมบางประเภคเพื่อให้ตับของตนเองเป็นเหล็กก็มีตัวอย่าง เช่น วิชาคงกระพันตับเหล็ก อันมีคาถาขึ้นต้นว่า (ตับกูเป็นเหล็กให้ลิ้นกูเป็นทองแดง ให้หนังกูแกร่งยิ่งกว่าหินผา ให้ขนกูแกร่งยิ่งกว่าเพชรกล้า)เป็นต้น

3ผู้ที่กินว่านยาบางชนิดอย่างถูกต้องก็สามารถมีตับเหล็กได้เช่นกัน กล่าวคือว่านต่างที่จะนำมากินนั้นต้องมีการผสมสูตรตามสัดส่วนให้ถูกต้องตามตำราต้องมีการปลุกฤทธิ์ด้วยคาถาก่อนกินทุกครั้งโดยอาศัยเลิกงามยามบังคับและต้องกินว่านภายในสถานที่ที่ถุกต้องจัดเตรียมกับให้ขึ้นพิธีต่างๆมีความเชื่อกันว่าคนที่เกิดมามีตับทองแดงจะฆ่าไม่ตายคงกระพันมหาอุตม์

นอกจากตายเพราะหมดสิ้นอายุไขเองตามธรรมชาติเท่านั้นส่วนการที่จะได้มาครอบครองนั้นจะได้ก็ต่อเมื่อยามเผาศพและเก็บเถ่ากระดูกมาเองนอกจากอยู่ยงคงกระพันแล้วพกติดตัวไว้จะรักษาโรคสุขภาพจะดีแข็งแรงโดยเฉพาะด้านตับนั้นเอง

เดือยไก่ป่า

เชื่อกันว่าเป็นตีนของจ่าฝูงหรือพญาไก่ป่าเถื่อนมีลักษณะยาวยิ่งยาวยิ่งดีดำขับดูน่าเกรงขามด้านอิทธิฤทธิ์เชื่อกันว่านิสัยของไก่ออกหากินด้วยการคุ้ยหากินตื่นเช้าขันเก่งเสียงเราะเหมาะกับอาชีพพ่อค้าแม่ค้านักพูดนักติดต่อธุรกิจวิธีใช้ใช้ควบคู่กับพระคาถาไก่เถื่อนหรือหลวงปู่สุกไก่เถื่อน

โดยมีเรื่องเล่าว่าในขณะจําพรรษาที่วัดราชสิทธารามปรากฏว่าเป็นที่นับถือของชาวบ้านตลอดจนเจ้านายเชื้อพระองค์ต่างพากันไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ท่านเป็นจำนวนมาก

ซึ่งท่านสามารถเรียกไก่เถื่อนจากป่าเป็นฝูงๆมารับการโปรยทานจากท่านเต็มลานวัดทุกๆวันนั่นเองด้วยเหตุนี้ชาวบ้านสมัยนั้นจึงภากันเรียกท่านว่าพระสังฆราชไก่ เถื่อนส่วนพระคาถามีดังนี้ บโม3จบ พุทรัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณังคัจฉานมิฯ (แล้วสวดบนพุทธคุณ 1 จบ) อิติปิโส เวทาสากุ กุสาทาเว ทายะสาตะ ตะสายะทา สาสาทิกุ กุทิสาสา กุตะกุภู ภูกุตะกุ

ตำนานแม่นาคแห่งบ้านพระโขนง

  เรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างหญิงสาวคนหนึ่งกับชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีความรักกันแต่ถูกพรากจากความตายกลายมาเป็นตำนานเล่าขานต่อๆกันมาจนถึงปัจจุบันสำหรับเรื่องเล่าของตำนานแม่นาคพระโขนงเป็นเรื่องเล่าที่มีมานานมากมายหลายปีก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งและชายหนุ่มคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านพระโขนง

เกิดความรักความผูกพันแต่งงานกันแต่ด้วยหน้าที่ที่ฝ่ายชายต้องเข้ารับราชการทหารจึงทำให้ฝ่ายชายต้องเดินทางไปเป็นทหารเกณฑ์และต้องออกรบในขณะที่ฝ่ายหญิงก็คือแม่นาคตั้งอยู่ที่หมู่บ้านพระโขนงเฝ้ารอคอยสามีให้กลับมาซึ่งระหว่างที่สามีก็คือพ่อมากเดินทางไป – อยู่นั้นแม่นาคก็อยู่ระหว่างของการตั้งท้องพอดีเรื่องราวความรักนี้มีการเล่าต่อๆกันมาถึงการเฝ้ารอคอยสามีของแม่นาคโดยในทุกๆเย็นเธอมักจะไปยืนตรงท่าน้ำ

ซึ่งจะเป็นสะพานไม้คอยเฝ้ารอมองหาเรือที่ผ่านไปผ่านมาว่าอาจจะมีเรือลำไหนสักลำที่ได้ป่าท้อมากกลับมาสู่บ้านแต่จนแล้วจนเล่าจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นหลายเดือนหน้าก็ยังไม่กลับมาสักทีจะมาถึงในช่วงที่แม่นากเจ็บท้องที่จะคลอดลูกซึ่งในสมัยโบราณนั้นการคลอดลูกจะกระทำกันที่บ้านเนื่องจากในสมัยโบราณยังไม่มีหมอและยังไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเหมือนเช่นทุกวันนี้

ดังนั้นการคลอดลูกจึงค่อนข้างลำบากแล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่เศร้าสลดเกิดขึ้นเมื่อลูกในท้องของแม่นาคยังไม่กลับหัวส่งผลให้การคลอดยากลำบากและในที่สุดด้วยความเจ็บจนไม่สามารถทนได้แม่นาคจึงเสียชีวิตในระหว่างทำคลอดลูกดังจากมีเลือดออกในปริมาณมากจึงทำให้แม่นาคเสียเลือดมากจนช็อคและเสียชีวิตไปซึ่งถ้าหากเป็นในสมัยปัจจุบันนั้นการคลอดลูก

สำหรับเด็กที่ไม่ยอมกลับหัวทางโรงพยาบาลก็จะทำการผ่าคลอดซึ่งจะทำให้ทั้งแม่และเด็กปลอดภัยแต่เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีเทคโนโลยีอย่างนี้จึงเป็นผลให้แม่นาคต้องเสียชีวิตจากการคลอดลูกชาวบ้านจึงพากันนำศพของแม่นาคไปทำการฝังไว้และเมื่อสงครามสงบ 

พ่อมากจึงได้กลับมาตั้งใจจะมาอยู่กับลูกเมียก็พบว่าแม่น่าเสียชีวิตลงเสร็จแล้ว และเรื่องราวความรักยังไม่จบเพียงเท่านั้นเมื่อแม่นาคยังคงรักในตัวสามีเธอจึงได้เป็นวิญญาณมาใช้ชีวิตอยู่กับสามีจนชาวบ้านรู้ข่าวต่างก็พากันบอกเล่าเรื่องว่าแม่นาคเสียชีวิตให้สามีของเธอฟัง

จึงทำให้เธอโมโหก็เธอเข้าใจว่าชาวบ้านมาพรากสามีของเธอไปจึงมีเหตุการณ์แม่นาคอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนต้องให้หลวงพ่อมาช่วยกักขังวิญญาณแม่นาคนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่หมู่บ้านพระโขนงจึงได้สงบสุขลงดังเดิม และพ่อมากก็ได้บวชอุทิศบุญกุศลให้แม่นาก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame