พื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้

สำหรับโหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นโหมดของช่างภาพที่เขานั้นมีความชำนาญเกี่ยวกับโหมดเหล่านี้เป็นอย่างมาก สำหรับช่างภาพนั้นจะต้องรู้พื้นฐานในการถ่ายรูปภาพอยู่แล้ว และนอกจากนั้นยังจะต้องรู้จักการวิเคราะห์ในรูปแบบของการถ่ายรูปต่างๆอีกด้วย

โดยสำหรับโหมดที่เรานั้นจะพูดถึงนั่นก็คือ โหมด M mode โดยโหมดนี้ไม่ว่าใครก้จะต้องลองอยากที่จะเล่นแน่ๆ แต่ต้องบอกว่ามันยากเหมือนกันนะ ถ้าหากช่างภาพไม่เก่งก็คงมี งง กันเยอะอยู่บ้างแหละถ้าหากคนที่ไม่เก่งเล่นรับรองเลยนะว่าจะต้องมีภาพเสียหลายภาพแน่ๆ

ในการใช้โหมด M mode ถือได้ว่าเป็นการใช้โหมดที่มีความยากขั้นสูง เพราะถ้าหากคุณนั้นอยกจะเก่งคุณก็ต้องจำเป็นที่จะต้องฝึกบ่อยๆ เอาเป็นว่าถ้าเรียกว่าเก่งได้จะต้องถ่ายออกมาโดยมีภาพที่เสียน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงเรียกว่าเก่ง แต่นั้นก็ต้องบอกว่าถ่ายดีไม่ได้บอกว่าถ่ายสวยนะจ๊ะ

การถ่ายภาพออกมาสวยใช้โหมดอะไรก็สวยได้เพราะว่าภาพที่จะสวยเหล่านั้นมันจะดูองค์ประกอบของภาพโดยรวมเป็นหลัก ไม่ใช่ว่าใช้โหมดยากๆแล้วจะออกมาสวยได้ทุกภาพ

สำหรับโหมด M mode มีชื่อเรียกเต็มๆว่า โหมด Manual โดยที่คุณนั้นนเล่นจำเป็นที่จะต้องปรับเองทุกอย่าง เนื่องจากโหมดนี้จะเป็นการเปิดโหมดโดยให้อิสระกับช่างภาพที่ใช้ โหมดนี้ในการถ่ายรูปอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก้ตาม ที่โหมดอื่นมี โหมดนี้รับรองได้ว่าใช้ฝีมือของช่างภาพล้วนๆ

สำหรับใครที่เข้ามาเล่นโหมดนี้ใหม่ๆหรือกำลังเริ่มสนใจที่จะเล่นโหมดนี้เราขอแนะนำว่าให้เปิดเป็นระบบออโต้ก่อนจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นความวุ่นวายในการถ่ายภาพของคุณอาจจะทำให้คุณจะต้องหงุดหงิดหรือกินยาแก้ปวดหัวก็เป็นได้

ไม่แปลกเลยที่ช่างภาพมืออาชีพนั้นพวกเขามักจะใช้โหมดนี้กันเสียมาก เพราะว่ามันเป็นการปรับเพื่อให้เข้ากับรูปแบบในการถ่ายของใครของมัน ซึ่งอันที่จริงช่างภาพทั้งหลายก็มีแนวในการถ่ายรูปที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ดังนั้นช่างภาพที่เก่งจริงๆเขาจะเน้นการปรับเองเพื่อให้เข้ากับความต้องการของพวกเขาอย่างแท้จริง

ผิดกับพวกเราที่เป็นมืออาชีพที่จะต้องอาศัยออโต้ให้ช่วยในการปรับแสงให้เราด้วย เพราะถ้าให้ปรับเองแบบมั่วๆคาดว่าแทนที่จะได้รูปสวยๆอาจจะต้องได้รูปห่วยมาเป็นโหลก็ได้เช่นกัน

แต่สำหรับใครที่อยากลองเล่นโหมดนี้หรือยังไม่เคยถ่ายรูปมาก่อน เราว่าให้คุณไปหาแนวของตนเองให้ได้เสียก่อนก่อนที่จะเข้ามาเล่นโหมดนี้ เพื่อจะได้ค่อยๆปรับแสงหรือฟังชั่นให้ตรงกับความต้องการของคุณนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สูตร บาคาร่า rb88

ผู้ริเริ่มการเล่นฟุตบอลในประเทศไทย

กีฬาฟุตบอล คือกีฬาที่จัดได้ว่ามีคนเล่นมากที่สุดในโลก รวมไปถึงความนิยมชมชอบของผู้ที่ไม่ชอบเล่นฟุตบอล แต่ขอดูเพื่อความบันเทิงหรือความสนุกสนานและผ่อนคลาย ซึ่งแต่ละคนจะรู้กันดีอยู่แล้วว่ากีฬาประเภทนี้นั้นเป็นกีฬาที่มีต้นกำเนิดจากหลักฐานประวัติศาสตร์ว่ามาจากประเทศอังกฤษ

ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการระบุชัดเจนว่าประเทศอังกฤษเป็นต้นกำเนิดของกีฬาประเภทนี้นั้น ก็ได้มีการถกเถียงกันพอสมควรว่าเป็นประเทศไหนกันแน่ บ้างก็ว่าเป็นประเทศบราซิล ซึ่งเก่งที่สุดในการเล่นกีฬาชนิดนี้

บ้างก็ว่าเป็นประเทศอิตาลีหรือประเทศฝรั่งเศส ที่มีการค้นพบว่ามีการเล่นเจ้าลูกกลมๆนี้กันมาก่อน แต่สุดท้ายทุกคนก็ตัดสินและยอมรับว่าเป็นประเทศอังกฤษด้วยเหตุผลที่ว่า ทางประเทศอังกฤษนั้นได้มีการตั้งสมาคมฟุตบอลอังกฤษขึ้นมาก่อนเป็นประเทศแรก

แต่สำหรับในประเทศไทยเองนั้น บุคคลที่เป็นผู้ริเริ่มนำกีฬาชนิดนี้เข้ามาสู่ประเทศไทย ตามประวัติศาสตร์ได้ระบุถึง เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี หรือ (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) หรือที่สมัยก่อนจะเรียกกันสั้นๆว่า ครูเทพ ที่ย้อนกลับไปเมื่อสมัยรัชกาลที่ห้านั้น พระองค์ท่าน ได้มีการส่งบุตร หลาน และข้าราชบริพารไปศึกษาวิชาการต่างๆที่ประเทศอังกฤษ

เพื่อให้นำวิชาที่ได้กลับมา นำมาบริหารและปรับปรุงประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าเทียบกับประเทศอื่นๆ และครั้นเมื่อกลับมานั้น ทางครูเทพ เองได้นำกีฬาชนิดนี้เข้ามาในประเทศ ซึ่งเมื่อแรกๆที่ท่านนำเข้ามานั้น มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย

เนื่องจากมองว่ากีฬาชนิดนี้ไม่เหมาะสมกับการเล่นที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีอากาศร้อน โดยกีฬาชนิดนี้เหมาะกับต่างประเทศที่มีอากาศหนาวเสียมากกว่าและยังเป็นกีฬาที่อาจจะส่งผลให้ผู้เล่นได้รับบาดเจ็บได้โดยง่าย แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปบวกกับความสนุกที่มีอยู่ในกีฬาชนิดนี้นั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น ก็เริ่มหมดลงไป

จนกลายเป็นกีฬาที่นิยมในประเทศไทย และการแข่งขันอย่างเป็นทางการของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยก็เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2443 เมื่อวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างทีมชุดบางกอก กับ ทีมชุดกรมศึกษาธิการ และผลการแข่งขันจบลงด้วยการเสมอกันไป สองประตูต่อสอง และจากวันนั้นเป็นต้นมา กีฬาชนิดนี้ก็เริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่กระจายกันไปตามจังหวัดต่างๆของประเทศ

ซึ่งครั้งหนึ่งเองนั้นในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ท่านก็โปรดปรานที่จะทรงกีฬาฟุตบอลเองจนถึงขนาดกับมีการตั้งทีมฟุตบอลของพระองค์ท่านเพื่อเข้าร่วมทำการแข่งขันโดยมีการตั้งชื่อว่าทีม พระเจ้าเสือป่า เมื่อครั้งแต่อดีตกาล

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

เหตุการณ์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลก

เมื่อได้กล่าวถึงในยุคกลางของยุโปรนักประวัติศาสตร์ก็ได้กำหนอดช่วงระยะเวลาของเหตุการเมื่อเริ่มตั้งแต่การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก

ในปีคริสตศักราชที่476จนถึงประมาณคริสตศักราชที่15สภาพดินแดนของยุโรปในยุคนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวายแตกแยกและเป็นอาณาจักรของอารยชนเผ่าต่างๆจึงทำให้ประวัติศาสตร์ในยุคนี้จะเต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งในด้านการเมืองการปกครองเศรษฐกิจและสังคมยุโปรยุคกลางประกอบไปด้วยเรื่องที่สำคัญอยู่หลายด้าน หนึ่งอิทธิพลของคริสต์ศาสนา สองสภาพการเมืองเศรษฐกิจและสังคม สามสงครามคูเสด สี่อารยธรรมของยุคกลาง  

จากประเด็นต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับยุคกลางเรามาดูกันในแต่ละด้านกัน

ด้านแรกเลยก็คืออิทธิพลของคริสต์ศาสนาในยุโรปยุคกลาง คริสต์ศาสนาคือในช่วงต้นของจักรวรรดิโรมันศาสดาคือพระเยซูคริสต์ในช่วงต้นของศาสนาคริสต์ได้เป็นศาสนาต้องห้ามในจักรวรรดิโรมันเลยถูกที่นับถือก็จะถูกตีปราบปรามอย่างรุนแรงจนกระทั่งถึงคริสต์ศตวรรษที่4 ซึ่งได้มีจักรพรรดิคอนสตันไทน์ที่ 1ทรงยอมรับและนับถือศาสนาและเมื่อได้ถึงปีคริสตศักราชที่394จักรพรรดิเทออดอซิที่1ประกาศให้คริศาสนาเป็นศาสนาอาณาจักรและปักฐานมั่นคงในทวีปยุโปร

เมื่อจักรวรรดิโรมันตะวันตกได้ล่มสลายคริสต์ศาสนาก็กลายเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวของสังคมที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของศึกสงครามระหว่างกลุ่มต่างๆคริสต์ศาสนาจึงได้แผ่อิทธิพลในยุโรปครอบงำในวีถีชีวิตของคนในยุคกลางของยุโรปแทบจะทุกด้านคริสต์ศาสนาก็ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อวีถีชีวิตคนชาวยุโรปในยุคกลางตั้งแต่เกิดจนตายและถือว่าเป็นสถานบันที่ได้มีอำนาจสูงสุดประชาชนคนไหนที่ได้มีความคิดเห็นขัดแย้งก็จะต้องถูกไต่สวนและได้ถูกลงโทษอย่างรุนแรง

การลงโทษแบบทางศาสนาบัพพาชนียกรรมคือเป็นการลงโทษทางศาสนาแก่คนที่ได้คิดต่อต้านหรือใครที่มีความคิดขัดแย้งและด้วยวิธีลงการลงโทษไม่ให้บุคคลนั้นไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาและรวมทั้งห้ามติดต่อกับบุคคลอื่นๆเป็นการลงโทษด้วยการตัดขาดจากศาสนาทั้งชุมชนซึ่งมันได้เป็นการลงโทษประชาชนทั้งดินแดนโบสถ์ในดินแดนน่าจะถูกปิดไม่ให้มีการประกอบการไม่ให้มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในการลงโทษผู้นำแผ่นดินที่ขัดแย้งหรือต่อต้านและเนื่องด้วยสิ่งนี้เองมันเลยทำให้ศาสนจักรได้มีอิทธิพลเหนือกว่าประชาชนทุกระดับในสังคมและเป็นสถานบันที่มีความเข้มแข็งเป็นอย่างมากอีกทั้งยังมีอิทธิพลด้านศาสนาทางการเมืองซึ่งคริสต์ศาสนาได้เข้าทางการเมืองด้วยการอ้างอำนาจในการแต่งตั้งกษัตริย์สันตะปาปารีโอที่3

 

สนับสนุนโดย  entaplay pantip

สงครามระหว่างอเมริกากับสหภาพโซเวียต

หลายคนอาจจะเคยได้ยินหรือว่าได้รับรู้เรื่องราวที่ได้เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชา เมื่อประมาณปี1975-1979 หรือประมาณ40ปีที่แล้วว่ามันได้มีการล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นบางคนก็อาจจะเคยได้ยินคำว่าทุ่งสังหาร หรือ Killing fieldsได้ยินชื่อคุกโตลสเลง ได้ยินคำว่าเขมรแดงหรือ Khmer Rouge และในวันนี้เราจะมาเรียนรู้กันในเรื่องราวและที่มาที่ไปของช่วงเวลาอันสยดสยองที่โหดร้ายนี้กัน 

การสังหารหมู่ในระดับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ได้เกิดขึ้นในกัมพูชาในช่วงนั้นมันได้เป็นการสูญเสียที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการถูกทรมานและการประหารชีวิตเท่านั้นแต่มันยังได้เกิดขึ้นมาจากความอดยากการถูกบังคงให้ไปทำงานอย่างหนักและได้มีการสูญหาย 

ซึ่งในปัจจุบันนี้ตัวเลขของผู้ที่เสียชีวิตที่แน่นอนมันก็ยังไม่ได้มีออกมาให้ได้เห็นกันอย่างเป็นทางการและได้มีบางรายงานได้กล่าวเอาไว้ว่าประมาณของผู้ที่ได้เสียชีวิตนั้นอยู่ที่1.7ล้านคนแต่ก็ยังได้มีบางกลุ่มได้คาดการณ์เอาไว้ว่าน่าจะประมาณ3ล้านคนหากจะคิดเป็นประชากรถึง1ใน4ของประเทศกัมพูชาในตอนนั้นเลย

ซึ่งได้มีผู้ที่เสียชีวิตทั้งประเทศกัมพูชาและมีชาวเวียดนามรวมอยู่ด้วยเช่นกันสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในกัมพูชานช่วงนั้นอันเนื่องมาจากเป็นผลพวงมาจากของสงครามเย็นและสิ่งที่ได้เรียกมันว่าสงครามเย็นนั้นมันเป้นช่วงที่หลังของสงครามโลกครั้งที่สองได้จบลงและโลกมันก็ได้ถูกแบ่งออกไปเป็นสองค่ายก็คือค่ายเสรีนิยม นำโดย สหรัฐอเมริกา และ ค่ายสังคมคอมมิวนิสต์ นำโดยสหภาพโซเวียต

ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ก็ได้พยายามที่จะสร้างอิทธิพลเหนือประเทศอื่นๆหรือจะพูดง่ายๆเลยก็คือหาลูกน้องมาอยู่ในค่ายของฝ่ายตัวเองให้ได้มากที่สุดและลูกพี่ใหญ่ทั้งสองจะไม่สู้กันเองแบบซึ่งๆหน้าและเขาจะใช้เป็นการผ่านของสงครามตัวแทนนั่นก็คือสู้กันผ่านประเทศที่เป็นลูกน้อง

นอกจากว่าสงครามตัวแทนระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตมันก็ได้มีอยู่ในหลายๆสงครามยกตัวอย่างเช่น สงครามเกาหลี สงครามที่อัฟกานิสถานหรือจะเป็นสงครามที่ยมคิปปูร์เป็นต้น 

เหตุผลที่ของการทำสงครามตัวแทนนั้นก็คือหนึ่งคานอำนาจซึ่งกันและกันไม่ยอมให้ฝ่ายตรงข้ามได้มีอิทธิพลมากเกินกว่าฝ่ายของตัวและเหตุผลที่สองก็คือถ้าสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตรบกันเองขึ้นมามันจะมีความพังพินาศมากเกินไปกว่าที่ใครจะรับได้

เพราะว่าทั้งสองประเทศนั้นต่างก็ได้มีอาวุธนิวเคลียร์มีระเบิดไฮโดรเจนและก็มีอาวุธที่มีพลังล้างสูงเกินไปจนไม่ควรที่จะนำเอาออกมาใช้มันก็ฟังดูแล้วมันก็มีเหตุผลดีเหมือนกันแต่ทว่าในช่วงเวลาเดียวกันมันดูบ้ามากเลยที่เดียว

 

สนับสนุนโดย  entaplay slot

การปฏิวัติฝรั่งเศสกลายเป็นปฏิวัติที่นองเลือด

ความอดยากก็ได้ทำให้ประชาชนที่ไม่พอใจก็ได้มีการเริ่มก่อการจลาจนในกรุงปารีสร้านขนมปังถูกปล้นบางครั้งเจ้าของร้านก็ถูกจับแขวนคอเพราะชาวบ้านเขาได้เชื่อกันว่ากันตุนข้าวสาลีเอาไว้และจากนั้นก็ได้เริ่มมีความวุ่นวายและความรุนแรงเกิดขึ้นทั่วไป

นอกจากนี้พระเจ้าหลุยส์ที่16ก็พยายามที่จะแก้ปัญหา โดยการเรียกประชุมสภาฐานันดรนั่นก็คือ ขุนนาง พระ และ ประชาชน ซึ่งสภาฐานันดร ก็เป็นสภาที่ปรึกษาที่ตั้งเอาไว้แต่ไม่ได้ใช้ก็คือ ก่อนที่ พระเจ้าหลุยส์ที่16จะเรียกประชุมไม่มีใครเรียกประชุมสภานั้นมาเป็นเวลา175ปี

แต่อย่างไรก็ตาม การเรียกประชุมสภาก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆเพราะทั้งสามฐานันดรก็มีคะแนนเสียงเท่ากันเวลาโหวตมันก็จะตลกมากเพราะพระและขุนนางมีจำนวนประชากรเพียงแค่2%เท่านั้นแต่ฐานันดรที่สามก็คือประชาชนทั่วไป

ซึ่งได้มีจำนวนถึง98%ของประชากรทั้งหมดก็ได้สิทธิ์เท่ากันกับฐานันดรที่1และ2นั่นมันก็หมายความว่า โหวตกี่ครั้งก็แพ้ก็ฝ่ายที่เขาได้อยู่สบายกันอยู่แล้วก็โหวตให้ทุกอย่างเหมือนเดิมต่อไปเพราะไม่ใช่คนที่กำลังจะอดตายและจะต้องเสียภาษีสุดอย่างจนหลังจะหัก

เมื่อรู้สึกว่าการเจรจาไม่เป็นผล ฐานันดรที่3จึงได้ประกาศว่าจะจัดตั้งสภาประชาชนหรือว่า The National Assembly นำโดยเหล่าผู้ที่มีการศึกษานักกฏหมาย และ นักปรัชญาต่างๆ ซึ่งก็ได้มีประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นฐานเสียง

เพื่อที่จะสร้างอำนาจต่อรองกับกษัตริและขุนนางจากนั้นไม่นานหลังจากการก่อตั้งสภาประชาชน พระเจ้าหลุยส์ที่16ก็เรียกทหารมาล้อมรอบกรุงปารีสจึงทำให้ประชาชน เกิดความกลัวว่าผู้ปกครองจะเรียกทหารเข้ามาปราบปรามประชาชน ดังนั้นในวันที่14 กรกฏาคม 1789

ประชาชนจึงได้เข้าปล้นโรงพยาบาลทหารได้ปืนมาเป็นจำนวนมากแต่ด้วยความที่ว่ามีแต่ปืนไม่มีดินปืนประชาชนจึงได้เข้าไปล้อมคุกบาสตีลล์ ซึ่งเป็นคุกที่กษัตริย์ใช้ขังศัตรูและคนที่กระด้างกระเดื่องที่คุบาสตีลล์นี้ได้เชื่อกันว่ามีดินปืนเป็นจำนวนมาก

การที่ได้เข้ายึกคุกสตีลล์เป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงที่เรียกได้ว่าสยดสยองและป่าเถื่อนสุดๆไปเลยของการปฏิวัติฝรั่งเศสนั่นก็คือการที่มีการตัดหัวผู้ดูแลคุกเอามาเสียบไม้แล้วเดินขบวนไปทั่วกรุงปารีส นักประวัติศาสตร์หลายคนได้ให้ความเห็นว่านี่คือจุดเปลี่ยน

สำคัญที่ทำให้การปฏิวัติฝรั่งเศสกลายเป็นปฏิวัติที่นองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งในทั้งนี้แล้วก็เป็นเพราะว่าทางการที่สภาของประชาชนก็ได้เลือกที่จะไม่ประณามความรุนแรงของฝูงชนแต่จะแสดงออกด้วยการเห็นดีเห็นงามกับความรุนแรงในรูปแบบดังกล่าวเรียกว่าสุดท้ายก็ไม่มีใครเบรกใคร

 

สนับสนุนโดย  entaplay เครดิต ฟรี

ดร.มาร์เซล เพททิออตได้สบโอกาสที่จะกอบโกยผลประโยชน์ทุกๆรูปแบบ

ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่2ได้กำลังก่อตัวขึ้นหมอมาร์เซลยังได้เพลิดเพลินกับการใช้อำนาจในมือออกใบมรณะบัตรอันเป็นเท็จให้แก่คนไข้ที่ตายผิดปกติหรือดูมีเงื่อนงำไม่ได้แตกต่างจากเมื่อที่เขายังอยู่ที่เมืองวินเนอม ซิวยองพฤติกรรมที่ต้องสงสัยของมาร์เซลก็ได้สร้างความพอใจให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมากจะมีข่าวลือในด้านไม่ดีเกี่ยวกับตัวเขาที่ได้แพร่ออกไป

ทั่วทั้งเมืองแต่นั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ ดร.มาร์เซล เพททิออต เกิดความรู้สึกหวั่นไหวหรือต้องวิตกกังวลใดๆและเขาก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตากอบโกยผลประโยชน์ทุกๆรูปแบบได้เข้ากระเป๋าตัวเองต่อไป ซึ่งมันดูเหมือนว่ายิ่งหมอมาร์เซลตักตวงผลประโยชน์ได้มากเท่าไหร่ความโลภของเขามันก็ยิ่งเพิ่มเข้าตามไปด้วยใน ปี1940วันที่ ดร.มาร์เซล เพททิออต รอคอยโอกาสที่จะกอบโกยทรัพย์มหาสาร

ก็มาถึง เมื่อสภาวะการของสงครามโลกครั้งที่2ได้ปะทุขึ้นทั่วทั้งแผ่นดินยุโรปกองทัพนาซีภายใต้การนำ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ยกกองกำลังทหารบุกเข้ามาถึงกรุงปารีสได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากทางประเทศฝรั่งเศสยอมจำนน

ซึ่งเป้าหมายแรกของการครอบครองฝรั่งเศสโดยนาซีนั้นก็หนีไม่พ้นการออกไล่ล่าและทำลายร้างคนชาวยิวให้สิ้นซากตามนโยบายของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ที่ได้มีความรังเกียจชาวยิวเป็นอย่างมากพวกนาซีได้ทำการจัดตั้งตำรวจลับในประเทศฝรั่งเศส

โดยได้มีภารกิจหลักคือการออกสืบค้นหาและทำการล่าสังหารกลุ่มคนที่ได้ออกมาต่อต้านพวกนาซีให้สิ้นซากหมดไปรวมถึงจับกุมใครก็ตามที่คาดว่าน่าจะเป็นชาวยิวที่จะส่งตัวไปยังข่ายมรณะหรือได้ส่งตัวไปใช้แรงงานอย่างทารุนที่ค่ายกักกันกว่าจะตายนั่นจึงได้ทำให้พวกชาวยิวที่ได้อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสต่างก็ได้ทยอยหายกันไปเรื่อยๆโดยที่บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้พ่อแม่หรือญาติพี่น้องของตนได้ถูกจับตัวให้ไปอยู่ที่ค่ายมรณะหรือค่ายกักกัน

แล้วความหวาดกลัวต่อความเฮียมโหดของพวกนาซีทำให้ชาวยิวหลายคนต้องการที่จะหนีออกจากประเทศฝรั่งเศสแต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำได้อย่างไรเพราะได้มีตำรวจลับที่คอยไล่ล่าคนชาวยิวเต็มเมืองไปหมด ดร.มาร์เซล เพททิออต

ก็ได้เรงเห็นโอกาสที่เหมาะสมที่จะตักตวงทรัพย์สินอย่างมหาสารจากสถานการณ์การไล่ล่าชีวิตชาวยิว เนื่องจากว่าพวกคนชาวยิวนั้นต่างก็ได้มีสถานะที่ดีและมั่นคงอย่างมากมายที่ต้องการที่จะเข้าชีวิตรอดด้วยการที่จะต้องพาครอบครัวหลบหนีไม่เพียงแต่เท่านั้น

ความตึงเครียดและแรงบีบคั้นทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับชาวยิวก็ยิ่งกระตุ้นให้สันดานดิบของ ดร.มาร์เซล เพททิออต ซึ่งได้หลงไหลในการทารุนกรรมผู้อื่นได้ลุกขึ้นมาอีกครั้งจึงไม่มีโอกาสไหนเหมาะไปมากกว่านี้อีกแล้วที่เขาจะได้ทรัพย์สินเงินทอง

 

สนับสนุนโดย  next88

ตำนานภาคเหนือเรื่องผีโพงคุณไสย

ผีกับคนไทยถือว่าเป็นอะไรที่อยู่คู่กับคนไทยมานานมากคือตั้งแต่ศาสนาพุทธจะเข้ามาเราก็ได้นับถือไปทั่วเมืองตั้งแต่ผีบรรพบุรุษผีสางนางไม้พระภูมิเจ้าที่เรียกได้ว่าผีเป็นอะไรที่คนไทยใช้เรียก ซึ่งเหนือธรรมชาติมากกว่าวันนี้เราจะมาพูดกันหลากหลายผีทั่วภูมิภาคในประเทศไทยที่คาดว่าน้อยคนเท่านั้นที่จะรู้จักกัน ซึ่งจริงๆแล้วบางทีเราก็อาจจะคิดว่าในประเทศไทยเรามันมีแบบนี้อยู่ด้วยหรอ

เรามาเริ่มจากภาคเหนือกันก่อนเลย  ผีโพง ได้เป็นตามความเชื่อแทบเหนือของประเทศไทย โดยผีตัวนี้นั้นจะมีลักษณะที่ดูคล้ายกับผีกระสือคือมันจะชอบกินแต่ของสกปรกคราวๆอย่างเช่นพวกศพรกของเด็กแรกเกิดใหม่แต่เมนูสุดโปรดของมันนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นกับสัตว์ที่มันชอบอาศัยอยู่ในดินคราวๆอย่างเช่นกบ เขียด คางคก อะไรแบบนี้

และลักษณะเด่นของมันอีกอย่างก็คือจะมีแสงสว่างแต่มันจะไม่ได้ออกมาจากลำไส้เหมือนกับผีกระสือแต่จะเป็นออกมาทางจมูกทุกคนอาจจะเคยได้ยินแต่ออกมาทางตาทางไส้กันใช่ไหมแต่นี่ออกมาทางจมูกสว่าง โดยปกติแล้ว ผีโพง จะเป็นผีที่สงบ ผีก็จะอยู่ช่วงผีจะไม่มายุ่งกับมนุษย์ แต่ถ้าใครไปทำให้ผีโพงตนนี้ไม่พอใจแล้วล่ะก็ผีโพงตนนี้มันอาจจะไปทำร้ายคนก็เป็นได้

แต่ใช่ว่ามันจะเข้าไปเลยแบบตรงๆ ซึ่งผีโพงเหล่านี้จะเป็นผีสายเวทมนต์เสียมากกว่ามันจะเอาก้านกล้วยที่มันไม่มีใบกล้วยแล้วเล่นคุณไสยโดยการนำเอาไปโยนข้ามหลังคาบ้านของคนผู้นั้นและมันก็อาจจะทำให้เกิดภัยพิบัติต่างๆต่อคนภายในบ้านว่ากันว่าที่ผีโพงนั้น

สามารถทำแบบนี้ได้แล้วเพราะว่าผีโพงนี้มันไม่ได้เป็นผีมาตั้งแต่โดยกำเนิดแต่มันจะเกิดมาจากพวกที่เล่นคุณไสยที่ได้มีอาคมแก่กล้าแต่คนเหล่านี้มันได้ไปทำผิดครูขึ้นมาอย่างเช่นผิดคำครูที่เคยสาบานเอาไว้บ้างหรือว่าไปทำผิดกฎอะไรต่างๆบ้างมันก็เลยทำให้คำสั่งเหล่านี้

กลับมาหาตัวเองและได้กลายมาเป็นผีโพงแต่ถึงแม้ว่ามันจะเก่งและมีอาคมมากแค่ไหนวิธีการที่มันจะถูกกำจัดบางครั้งมันก็ไม่สมกับวิชาที่มันมีเลยคือถ้าหากว่าได้มีใครรู็ว่าคนไหนเป็นผีโพงและได้ไปเรียกคนนั้นว่ามันเป็นผีโพงว่ากันว่ามันก็จะตาในวันต่อมาแบบว่าทักแล้วตายเลย เอาเป็นว่าถ้ามันรู้แล้วว่ามันจะต้องตายมันก็จะทำการสืบทอดความเป็นผีต่อให้กับทายาทของมัน

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า entaplay

สัตว์ที่หลงเหลือมาจากสมัย100ล้านปีก่อน

ห้วงมหาสมุทรมันเป็นดินแดนที่ความเร้นลับที่มันยากเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการโลกใต้สมุทรนั้นอีกทั้งมืดสนิทและก็กว้างขวางที่เต็มไปด้วยความอันตราย ก็เลยได้ทำให้ในขณะนี้เหล่านักวิทยาศาสตร์ สามารถได้กระทำการออกตรวจสอบใต้ห้วงมหาสมุทรได้แค่เพียง5/7%เท่านั้น แล้วก็อีก90%นั้นที่ยังมิได้กระทำการสำรวจ

ซึ่งมันอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับที่มันได้หลงเหลือมาจากสมัย100ล้านปี ที่มันได้เข้ามาอาศัยอยู่ก็เป็นไปได้และวันนี้พวกเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่มีชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเลที่มันได้ถูกศึกษาและทำการค้นพบจากภาพดาวเทียม นั้นก็คือ

Giant Shark หรือปลาฉลามยักษ์

นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียประเทศแคนาดา ทั้งนี้ก็ยังได้รับรายงานอีกว่าได้เจอสัตว์ที่ได้มีขนาดใหญ่ที่ได้ขยับเขยื้อนอยู่ใต้ผิวน้ำของอ่าวเปอร์เซียต่อจากนั้นเหล่านัดหมายวิทยาศาสตร์ ก็ได้กระทำการตรวจสอบจากภาพถ่านดาวเทียม โดยกูเกิลต่อจากนั้นมันก็ยังได้ทำให้พวกเขานั้นควรต้องตกอกตกใจกับภาพที่พวกเขานั้นได้เห็นเป็นอันมาก

เพราะว่าเนื่องจากรูปภาพที่มันได้ปรากฎขึ้นมานั้นมันได้เป็นรูปภาพของเจ้าปลาฉลามที่มีขนาดใหญ่ที่คาดการณ์ว่ามันคงจะมีความยาวราวๆถึง70ฟุตกันเลยทีเดียวดังนี้มันก็ยังได้เป็นปลาฉลามที่มีตัวขนาดใหญ่สูงที่สุดเท่าที่ได้เคยมีการเขียนบันทึกมาเพราะเหตุว่ามันได้มีความยาวเพียงแค่ราวๆ60ฟุตเพียงแค่นั้น

ซึ่งก็ได้ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถกำหนดได้ในทันทีเลนว่ามันได้เป็นปลาฉลามอยู่ในสายพันธุ์ไหนกันแน่หรือมีความรู้สึกว่ามันบางครั้งอาจจะเป็นปลาฉลามในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มันได้หลงเหลือมาจากโลกอายุ100ล้านปีมันก็บางครั้งอาจจะเป็นไปได้

ปลาฉลาม Megalodon

นอกนั้นมันก็ยังได้มีเรื่องราวอีกเพียบเลยที่ได้เข้าไปกระทำการสำรวจเพื่อได้พบกับเจ้าปลาฉลามMegalodon โดยคนที่ชำนาญทางด้านของสัตว์ทะเลมันก็ยังคงได้หาหลักฐานของสัตว์ที่มันได้มีชีวิตอยู่ซึ่งจะหาหลักฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับMegalodonที่มันยังได้อาศัยอยู่ในใต้น้ำทะเลระดับลึก

ดังนี้ทางด้านหน่วยชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ที่อยู่ประเทศออสเตรียพวกเขาก็ได้เปิดรูปภาพของเจ้าปลาฉลามMegalodonที่มันได้โดนจับภาพเอาไว้ได้โดยกูเกิล ซึ่งมันไปอยู่ทางด้านชายชายหาดของประเทศออสเตรียแต่ว่าอย่างไรก็ดีมันได้ดูเหมือนกับว่าเป็นปลาฉลามยักษ์อย่างมากแต่ว่าอย่างไรก็ดีก็ย่อมมีคนที่จะโต้แย่งอีกด้วยว่าสิ่งดังกล่าวมาแล้วข้างต้นมันบางทีอาจจะเป็นแค่เพียงผิวทรายที่มันบางทีอาจจะพัดเข้ามาจับกลุ่มกัน

 

สนับสนุนโดย  entaplay line

ทรัพย์สมบัติของทหารญี่ปุ่นในช่างสงครามโลก

ทรัพย์สมบัติของประเทศญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกครั้งที่2มันมีอยู่จริงๆในจังหวัดกาญจนบุรีของเมืองไทยจริงหรือไม่ คือ พวกเราต้องการจะกล่าวว่าประเด็นนี้มันจริงหรือไม่ ซึ่งพวกเราก็ไม่ได้สนใจอะไรเยอะมากแต่ว่าพวกเราได้ทดลองไปพบข้อมูลที่ลึกๆมาในความเป็นจริงแล้วนั้นเรื่องมันเคยถูกเอ๋ยถึงเป็นข่าวใหญ่มโหฬาร เมื่อราวๆปี2530 ปลายจนกระทั่งในช่วงเวลานี้เลย

เนื่องจากว่าตามในข้อมูลเบื้องต้นเขาได้พูดว่าในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่2กำลังจะจบลงในที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังจะยอมแพ้เขาได้มีทรัพย์สมบัติก้อนในที่สุดเก็บเอาไว้แล้วก็ทรัพย์สมบัติก้อนสุดท้ายนั้นเขาได้นำเอาไปฝังเอาไว้ที่ไหนก็ตามในจังหวัดกาญจนบุรีที่มันมีแม่น้ำและก็มีเทือกเขาแล้วก็มีเส้นทางรถไฟที่ญี่ปุ่นสร้างเอาไว้สร้างผ่านซึ่งจากการวิเคาระห์ข้อมูลเบื้องต้น

ที่ตรงนี้เขาได้กล่าวว่ามีจำนวนอยู่10กว่าถ้ำร่วมกันที่คาดว่าขุมทองคำนั้นมันคงจะมีอยู่ในประเทศไทยแล้วก็ถ้ำที่คาดกาณ์ว่ามันจะมีโอกาสมากที่สุดซึ่งก็คือถ้ำลิเจียนั้นเอง สำหรับเรื่องของทรัพย์สมบัติในยุคสงครามโลกครั้งที่2ที่เขาคาดว่ามันคงจะอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรีในประเทศไทย

พวกเรานั้นเราจำเป็นต้องย้อนกลับไปในครั้งยุคของสงครามโลกครั้งที่2โดยตามข้อมูลเอาไว้เขายังได้บอกเอาไว้ว่าในเวลาขนาดนั้นเมืองไทยก็ได้ร่วมประสานมือเป็นแนวร่วมกับทหารญี่ปุ่น ร่วมสงครามโลกครั้งที่2ญี่ปุ่นในเวลานั้น

เขาก็ได้มีแนวความคิดที่ที่จะสร้างรางรถไฟที่จะลำเรียงอาวุธและก็รวมถึงกำลังพลผ่านเข้ามาที่เมืองไทยเพื่อจะเข้าไปบุกประเทศพม่าประเทศอินเดียตอนนั้นทางประเทศญี่ปุ่นก็ได้ยืมเงินจำนวน4ล้านบาทไทยในขณะนั้นและได้ขอกำลังพลของเมืองไทยให้ไปช่วยเหลือกันสร้างสะพานนั้นขึ้นมาให้สำเร็จแล้วก็ชื่อของสะพานนั้น

ก็คือสะพานสายมรณะนั้นเองโดยสะพานทางเดนรถไฟสายมรณะนี้มันได้เป็นสะพานรถไฟฟที่มีความสำคัญในการรบที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นในสมัยนั้นที่เขาได้คาดคะเนกันว่าถ้าเกิดพวกเขานั้นสามารถที่สร้างมันเสร็จได้พวกเขาก็สามารถที่จะบุกเข้าไปตีประเทศต่างๆกันได้อย่างสบายแล้วก็บุกเข้ายึดประเทศพวกนั้นได้

โดยที่เสียกำลังพลต่ำที่สุดแล้วก็ได้สำเร็จประโยชน์สูงที่สุดนั่นเองแต่ว่าในช่วงของที่เป็นสำหรับสะพานสายมรณะที่พวกเราได้กล่าวถึงอยู่นี้เขากลับสร้างมันไม่เสร็จเพราะเหตุว่าเนื่องมาจากขณะนั้นประเทศญี่ปุ่นนั้นได้อยู่ในช่วงที่กำลังพลไกลจะหมดแล้วนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  entaplay

ตำนานแม่มดวูดู

             อย่างที่เรารู้กันดีว่าเรื่องของพ่อมดแม่มดนั้น มีความเชื่อกันมาช้านานแล้ว และถึงแม้ว่าปัจจุบันความเชื่อเหล่านั้นจะค่อยค่อยลดเลือนหายไปตามกาลเวลาแต่ว่าความเชื่อเหล่านั้นก็ยังคงมีอยู่ ความเชื่อเกี่ยวกับแม่มดนั้นมีกันทุกประเทศไม่ได้ยกเว้นแม้แต่ประเทศ

ที่เราเรียกว่าประเทศที่เจริญแล้วอย่างประเทศอเมริกาก็ตาม ยิ่งโดยเฉพาะในสมัยก่อนที่ประเทศสหรัฐอเมริกายังมีการปกครองระบบทาสกันอยู่ ซึ่งวันเวลาก็ล่วงเลยมาเกินว่าสองร้อยกว่าปีมาแล้ว ซึ่งในสมัยนั้นข้าทาสของคนอเมริกาส่วนใหญ่นั้นเป็นคนผิวดำ  หรือที่เราเรียกว่าชนกลุ่มชาวแอฟริกานั่นเอง สำหรับเรื่องราวของแม่มดวูดูนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่เมือง นิวออร์ลีนส์ 

ซึ่งในปัจจุบันความเชื่อเหล่านี้ยังคงมีอยู่ โดยในตำนานที่มีการเล่าจากรุ่นสู่รุ่นต่อกันมาก็คือ  ที่เมืองนิวออร์ลีนส์นั้น เป็นเมืองที่มีทาสผิวดำเยอะมาก และหนึ่งในทาสผิวดำที่มีชื่อเสียงและเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดเลยก็คือ ทาสที่ชื่อว่า Marrie Laveau  

เธอเป็นหญิงสาวที่แตกต่างจากทาสคนอื่นอื่น เนื่องจากว่าเธอนั้นมีการนำลัทธิเก่าแก่ที่เรียกกันว่า ลัทธิวูดู เข้ามาด้วย ซึ่งลัทธิวูดูนี้ว่ากันว่ามีมานานหลายร้อยปีมาแล้ว ซึ่งลัทธินี้เป็นลัทธิของกลุ่มแม่มด ที่จะคอยสาปแช่งคนที่พวกที่นับถือลัทธินั้นไม่พอใจ ซึ่งคนที่นับถือลัทธินี้นั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่เป็นแม่มดทั้งหลาย สำหรับ Marrie Laveau 

นั้นเธอมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1800 ซึ่งมีประวัติพูดถึงเธอว่า เพื่อนบ้านของเธอมักจะมีการพูดถึง Marrie Laveau  กันว่าเธอนั้นเป็นคนที่สามารถใช้เวทมนต์ได้ และเธอยังมีคำสาปที่สามารถสาปทำร้ายคนและสัตว์ได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามไม่เคยมีเรื่องเล่าออกมาว่าเธอนั้นเคยไปสาปแช่งหรือทำร้ายใครหรือไม่ แต่จากการที่คนเก่าแก่มักจะพูดถึง Marrie Laveau  

ในเรื่องของการเป็นแม่มดที่เก่งกาจและสาปแช่งคนมักจะได้ผลทุกรายไปทำให้ชื่อเสียงของเธอโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหากใครที่ไปเที่ยวที่เมืองนิวออร์ลีนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วล่ะก็ พวกเขาจะรู้ว่าที่นี่จะมีการพาทัวร์ บ้านหลังหนึ่งชึ่งเชื่อกันว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้น เป็นบ้านของ Marrie Laveau  ตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่

และหากใครที่อยากจะให้วิญญาณของ Marrie Laveau  ช่วยสาปแช่งศัตรูให้ล่ะก็ให้ไปที่บ้านของ Marrie Laveau  แล้วทำการเคาะที่โลงศพของ Marrie Laveau   สามครั้งด้วยกันหลังจากนั้นยังจะต้องหมุนตัวเองในลักษณะของการทวนเข็มนาฬิกาอีกสามรอบ นำเหล้ารัมไปเซ่นไหว้ที่หลุมฝังศพของ Marrie Laveau  เสร็จแล้วให้กระโดดข้ามไปมาอีกสามรอบ

หลังจากนั้นให้ตะโกนเรียกชื่อของเธอและพูดเรื่องที่อยากให้เธอทำให้ วิธีการนี้จะเป็นการที่จะช่วยเรียกวิญญาณของ Marrie Laveau  ให้มาช่วยสาปแช่งคนที่เราอยากจะทำร้ายได้

 

สนับสนุนโดย  rb88 pantip