เกิดอะไรขึ้นบ้างในสงครามโลกครั้งที่2?

เมื่อได้ประกาศสงครามแล้วประเทศที่ได้เป็นอาณานิคมก็จะต้องเข้าสู้สงครามอีกด้วยในแนวรบก็เกิดขึ้นทั้งในแอฟริกาเหนือตะวันออกกลางที่มีประเทศในอาณานิคมของยุโรปมากมาย

ซึ่งสำหรับประเทศต่างเดินมันก็สูงขึ้นมาเพราะอาวุธสมัยใหม่ทั้งรถถังเครื่องบินและก็เรือต้องการทรัพยากรที่มากขึ้นนั่นก็คือน้ำมันนั่นเองที่มีอยู่มากที่สุดในตะวันออกกลาง

ส่วนสาเหตุที่เยอรมันกล้าเข้าบุกโรปแลนด์ทั้งที่รู้ว่านี่จะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะก่อให้เกิดสงครามใหญ่แต่ที่ยังกล้าก็เป็นเพราะว่าเยอรมันได้แอบส่งคนไปเจรจาตกลงกับสหภาพโซเวียตเรียบร้อยแล้วเรียกว่ากติกาสัญญาโมโลตอฟรับเบินทร็อพ

ซึ่งได้มีเนื้อหาว่าทั้งสองประเทศจะไม่รบกันเองโดยได้ตกลงกันว่าต่างคนต่างจะไม่บุกกันเองโดยโวเวียตจะได้ดินแดนโรปแลนด์ไปครึ่งหนึ่งและดินแดนเอสโตเนียรัฐเวสต์เวอร์จิเนียลิททูเวอร์และจะบุกฟินแลนด์ต่อโดยที่เยอรมันจะไม่ก้าวก่ายและโซเวียตเองก็จะไม่ไปยุ่งที่เยอรมันจะเริ่มสงครามกับฝรั่งเศสและอังกฤษเช่นกัน

นอกจากนี้ทางด้านโซเวียตจะไม่ได้เป็นพันธมิตรกันกับเยอรมันแต่เยอรมันนั้นก็เหมือนว่าจะได้ไฟเขียวให้เริ่มสงครามได้เพราะว่าเยอรมันไม่ต้องไปกังวลว่าถ้าเริ่มสงครามแล้วโซเวียตจะไปเข้ากับอังกฤษและฝรั่งเศสและก็จะกลายเป็นว่าเยอรมันจะต้องสู้ศึกสองด้านก็คือด้านตะวันตกและตะวันออก นายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์เขารู้ดีว่าจะไม่มีวันจะชนะเลย

ถึงแม้ว่าจะได้ประกาศสงครามกันแล้วสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นใน8เดือนแรกของการประกาศสงครามก็ยังไม่ใช่สงครามอย่างเต็มรูปแบบเราได้เรียกช่วงนี้ว่า Phoney War หรือ สงครามลวงคือไม่มีการเผชิญหน้ากันด้วยกำลังทหารขนาดใหญ่อังกฤษยังพยายามที่จะหาวิธีที่จะกันสงครามให้ห่างจากบ้านเกิดให้ได้มากที่สุดเริ่มจากอังกฤษได้ใช้วิธีโปรยใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อใส่เยอรมมันบ้างและพยายามที่จะตัดกำลังโดยพยายามที่จะปิดน่านน้ำไม่ให้ประเทศที่เป็นกลางแบบสวีเดนแล้วก็นอร์เวย์ขายทรัพยากรที่สำคัญเช่นแร่เหล็กให้เยอรมันซึ่งสุดทายแล้วก็ล้มเหลวซึ่งนาซีก็ได้ตัดสินใจได้ใช้กองกำลังยึดนอร์เวย์ไปในที่สุด

สงครามหลวงได้จบลงในเดือนพฤษภาคมปี1940กองทัพนาซีได้บุกเบลเยียมเพื่อจะเบิกทางเข้าสู่ฝรั่งเศสซึ่งได้เป็นการบบุกที่รวดเร็วมาก เบลเยียมได้แตกใน18วันและฝรั่งเศสก็ได้พ่ายแพ้ต่อเยอรมันภายในเวลาเพียง6สัปดาห์เท่านั้น

ทั้งนี้เหตุผลหลักๆเลยก็คือความล่าหลังทางยุทโธปกรณ์และความไม่พร้อมที่จะรบของกองทัพฝรั่งเศสเหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของความพยายามทางการทูตที่จะหยุดยั้งสงครามอังกฤษได้เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาเป็น วินสตัน เชอร์ชิล 

ซึ่งได้เป็นฝ่ายที่เห็นด้วยว่าควรจะต้องสู้กับนาซีต่อไปโดยไม่สนว่าฝรั่งเศสนั้นจะแพ้ไปแล้วผิดไปจากรัฐบาลที่แล้วที่แล้วที่พยายามจะหาทางหลีกเลี่ยงสงครามให้ได้มากที่สุดและพยายามจะเจรจาสันธิภาพกับนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ด้วย

คอมมิวนิสต์หมายความว่าอย่างไร?

ระบบคอมมิวนิสต์ถ้าสมัยก่อนนั้นได้ออกมาพูดกันแบบนี้ก็ไม่วายที่จะถูกจับได้แต่ว่าเรายังโชคดียังอยู่ในยุคEnlightenmentยุคแห่งปัญญาเราสามารถศึกษาหาความรู้ได้ไม่ต้องกังวลไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาจับ

ซึ่งเราจะมาพูดกันในเรื่องของระบอบคอมมิวนิสต์กันเรามาดูกันว่าทำไมในยุคหนึ่งการเป็นคอมมิวนิสต์ทำไมถึงได้น่ากลัวทำไมเขาหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ถึงได้ใช้เป็นเครื่องมือในการป้ายสีคนอื่นได้นี่มันคือเรื่องจริงโรคกลัวคอมมิวนิสต์เป็นกันทั่วโลกกลัวมากสะจนฆ่ากันเองตายกว่าฆ่าคอมมิวนิสต์จริงๆซะอีก

คำว่าคอมมิวนิสต์ว่ากันหยาบๆก็มาจากคำว่าCommunouนี่มาจากภาษาฝรั่งเศสภาษาละตินภาษาอังกฤษก็คือคำพื้นๆในภาษาทางยุโรปของเขาแปลว่ากลุ่มคนการรวมกลุ่มของคนการอยู่ร่วมกันของคนโดยจะมีการแบ่งปันทรัพย์สิน พื้นที่ ทรัพยากรร่วมกัน

ซึ่งในแต่ละกลุ่มก็ไม่จำเป็นจะต้องมีวิธีเหมือนกันก็คือเรียกว่ามันเป็นConceptกว้างๆในการอยู่ร่วมกันดีกว่าอุดมการณ์คอมมิวนิสต์อันแท้ทรูนั้นเป็นอุดมการที่เกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจเป็นอย่างมากมีหลักการที่ฟังดูง่ายแต่ที่จริงแล้วAdvanceมากๆนั่นก็คือไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไรทั้งสิ้นและทุกคนนั้นได้เป็นเจ้าของทุกอย่าง

สมบัติทุกอย่างเป็นของส่วนรวมทุกคนทำเพื่อส่วนรวมเพราะส่วนรวมคือทุกคนKeywordก็คือการยกเลิกกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลของทุกอย่างเป็นของทุกคนเอาออกมากองรวมกันแล้วทุกคนก็ทำงานมาได้อะไรมาก็มากองรวมกันอีกด้วยเหตุผลและสติปัญญาอันล้ำเหลือของมนุษย์ทรัพย์สินและผลประโยชน์ทั้งหลายก็จะถูกนำมาแบ่งปันกันอย่างเท่าเทียมและทุกคนก็จะมีความสุขไม่มีใครได้เปรียบไม่มีใครเสียเปรียบไม่มีใครต้องอกยากไม่มีใครกอบโกยทรัพยากรไปเก็บเอาไว้มากๆคนเดียวเรียกว่าเป็นสังคมในอุดมคตินั่นเอง

ไอเดียนี้เกิดขึ้นมาจากความเชื่อที่ว่าคนบนโลกมี2ประเภทก็คือ พวกที่ถือครองทรัพยากร หรือ เรียกง่ายๆว่านายทุน หรือพวกที่ใช้แรกงงานหรือเรียกว่า ชนชั้นกรรมาชีพนายทุนเอาเปรียบแรงงานให้แรงงานทำงานหนักแลกเงินเพียงแค่เล็กน้อยนายทุนก็เอาเงินมาต่อเงินแล้วก็รวยเอาๆแรงงานก็หาเช้ากินค่ำไม่เคยได้ลืมตาอ้าปากแล้วก้ตายไป

นอกจากนี้ที่เป็นส่วนฝั่งตรงข้ามกับลัทธิคอมมิวนิสต์นั่นก็คือฝ่ายที่เชื่อในทุนนิยมเสรีและมีการปกครองในแนวประชาธิปไตย

ซึ่งมักจะมาคู่กันอยู่เสมอเพราะถ้าเกิดว่าไม่เป็นประชาธิปไตยมันก็เสรีกันอย่างลำบากจะเสรีได้การปกครองต้องเสรีก่อนและพวกทางทุนนิยมเสรีนี่ก็จะเชื่อกันว่าโลกของการทำงานใครทำงานมากก็ได้มากมือใครยาวก็สาวได้สาวไปความรวยมันไม่ใช่ความผิดความจนก็เช่นกัน

ประวัติศาสตร์คอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตง

ประเทศจีนได้ใช้แนวทางในการปฏิวัติอุตสาหกรรมของตัวเองแต่มันก็ยังได้มีปัญหาอยู่นิดนึงคือว่าเหล็กกล้ามันไม่ใช่กระดาษทิชชู่ไงเหล็กกล้านั้นมันจะต้องออกมาจากแร่เหล็กนำเอาไปใส่ในเตาที่มีอุณหภูมิสูงมากๆ

ในระยะเวลาที่ถูกต้องคือเราไม่รู้ว่าเท่าไหร่แต่ว่าไม่ใช่ว่าเราจะใช้เตาเผาถ้วยชายหลังหมู่บ้านได้แต่ว่าไม่ว่ายังไงเราก็จะต้องพยายามใช่ไหมบุคคลจะล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียรนรัฐบาลก็ได้ออกโควต้ากำหนดมาว่าแต่ละหมู๋บ้านในสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นจะต้องผลิตเหล็กกล้าได้คนละเท่าไหร่ท่านประธานก็หารมาเลยว่าในประเทศที่เป็นอุตสาหกรรมแล้วเขาต้องผลิตเหล็กกล้าได้กี่ตันหารกับจำนวนหมู่บ้านในสาธารณรัฐประชาชนจีนก็นั่งแหละจะต้องผลิตออกมาให้ได้ตามนั้นทั้งนี้ ทั้งอุตสาหกรรมเหล็กโอทอปและนารวมจะมีสมาชิกพรรคได้รับการมอบหมายมาให้ดูแลแต่ละหมู่บ้านและกลุ่มปลูกข้าว

นอกจากนี้เรามาดูในเรื่องนารวมกันก่อนนารวมถึงจะได้การตอบรับจากประชาชนค่อนข้างดีแต่เมื่อนำเอามาปฏิบัติจริงๆแล้วก็อุปสรรคที่มักจะพบเสมอในการทำงานกลุ่มนั่นก็คือในที่สุดแล้วคนก็พบว่าจะทำงานหนักหรืออู้งานก็ได้กินข้าวเต็มที่เท่ากันได้วันพักผ่อนเท่ากันได้ส่วนแบ่งของผลิตเท่าๆกันได้นอนบ้านแบบเดียวกันได้ใส่เสื้อผ้าแบบเดียวกันลูกหลานก็ได้รับผลประโยชน์เท่าๆกันแล้วจะทำงานหนักไปทำไมกันเพราะทำไปก็รู้สึกโง่

เพราะว่าคนที่อู้งานทำๆเขี่ยๆก็ได้รับผลตอบแทนเท่าๆกันอย่างนั้นก็ชิลๆดีกกว่านาก็ไม่ใช่ของเราข้าวก็ไม่ใช่ของเราบวกเข้ากับความซวยในช่วงนั้นที่จีนประสบภัยธรรมชาติหนักหน่วงทั้งน้ำท่วมและฝนแล้งจึงทำให้ผลผลิตข้าวได้รับผลกระทบเข้าไปอีกทีนี้พอถึงเวลาที่จะต้องรายงานผลประกอบการคนที่เป็นตัวแทนพรรคที่ได้รับการแต่งตั้งมาดูแลนารวมเหล่านี้ก็เริ่มนอยด์แล้ว

ซึ่งตามนโยบายของพรรคได้ฟันธงออกมาอย่างชัดเจนเลยว่าถ้าผลผลิตไม่ได้ตรงตามเป้าที่ตั้งเอาไว้จะเป็นความผิดของผู้จัดการเหล่านี้แปลว่าผู้จัดการยังทำงานหนักไม่พอและจะโดนทำโทษฟังดูคล้ายๆช่วง7วันอันตรายตอนสงกรานต์เวลาที่รัฐบาลจะกำหนดตัวเลขออกมาว่าจะต้องมีคนตายไม่เกินกี่ศพถ้าตายเกินจะเป็นความผิดของทางผู้ว่า

คราวนี้พอถึงเวลาที่จะต้องรายงานผลประกอบการก็เลยเกิดการตกแต่งบัญชีปริมาณข้าวที่ผลิตได้อย่างยิ่งใหญ่ทุกนารวมผลิตข้าวได้ตามโควต้าหรือเกินโควต้าทุกแห่งเลยรัฐบาลก็ดีใจว่าโครงการได้ผลและจัดการขายข้าวจำนวสนมหาศาลออกไปยังต่างประเทศและข้าวจำนวนมหาศาลที่ว่าคือข้าวเกือบทั้งหมดที่ผลิตได้นั้นแหละส่งออกไปหมดเลยไม่เหลือเอาไว้กินกันในประเทศเลย

 

สนับสนุนโดย  bk8

ตำนานนางเงือกมันมีอยู่จริงบนโลกหรือไม่?

ตำนานของนางเงือกในแต่ละพื้นที่นั้นมันก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปแต่หนึ่งอย่างที่เหมือนกันแน่ๆเลยคือความโหดและความดุดร้ายของนางเงือกเหมือนกันทุกที่เลยและตรงส่วนนี้มันคือเรื่องเล่าและตำนานในด้านของความเชื่อของนางเงือกแต่ถ้าในมุมมองของความเป็นจริงและในมุมมองของทางด้านวิทยาศาสตร์ถามว่าเขาได้มีความเชื่อกันมั้ยว่านางเงือกนั้นมีอยู่จริง

ถ้าเอาตามข้อมูลที่เราได้ไปค้นหามาจะใช้คำว่าส่วนมากเชื่อว่านางเงือกนั้นมีอยู่จริงและกันเพราะอย่างที่เราได้พูดถึงกันทุกครั้งเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับหรือสิ่งที่ยังไม่สามารถที่จะหาคำตอบในใต้ท้องทะเลได้คือใน ณ ปัจจุบันของเรามนุษย์เราได้สำรวจไปเพียงแค่5-10%ของพื้นที่ทะเลทั้งหมดทั่วโลกได้เพียงแค่นั้นเพราะในยุคปัจจุบันเรา

เราจะต้องยอมรับหนึ่งอย่างว่าไม่ว่าจะเป็นวิธีทยาการหรือสิ่งต่างๆที่มนุษย์เรามีอยู่เราไม่สามารถจะไปสำรวจในพื้นที่ที่เราไปได้ในหลายๆจุดได้ไม่ว่าจะสาเหตุด้วยของยิ่งน้ำลึกเท่าไหร่แรงดันน้ำก็จะยิ่งลึกตามและเรื่องของออกซิเจนยิ่งลึกมากเท่าไหร่ออกซิเจนมันก็จะยิ่งน้อยลงไปตามและนี่ยังไม่รวมถึงพื้นที่เล็กๆน้อยๆที่เรายังไม่สามารถที่จะลงไปทำการสำรวจไปยังจุดต่างๆได้มันเลยยังมีอีกพื้นที่90%ถึง95%ที่เรายังไม่สามารถไปสำรวจได้นั่นเองคุณจะไม่คิดหรือว่าพื้นที่อีกกว่า90ถึง95%นั้นจะไม่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดหรือมีสิ่งมีชีวิตตำนานเหล่านั้นอยู่

แต่

สำหรับเรา เราไม่เชื่อแบบนั้นเพราะตามข้อมูลที่เราได้ไปตามหามาไม่ว่าจะเป็นหลักฐานที่ค้นพบคลิปวีดีโอภาพหรือเศษซากต่างๆที่เขาได้ค้นพบกันมันบ่งบอกได้หลายอย่างมากว่าสิ่งเหล่านี้มันน่าจะมีอยู่จริงบนโลกมันไม่ใช่แค่นางเงือกแต่อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตยุคโบราณหรือสิ่งที่มีชีวิตที่คล้ายกับสัตว์ในเทพนิยายหรือในตำนานต่างๆเราได้เชื่อว่ามันได้มีอยู่จริงๆและจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหลักฐานของนางเงือกและเท่าที่เราได้ไปค้นหามาตรงนี้

ส่วนใหญ่เท่าที่ได้ไปดูมาในโลกของอินเตอร์เน็ตเรากล้าพูดเลยว่ามันได้เป็นของปลอมทั้งหมดเลยแต่มันจะมีอยู่บางคลิปมันจะมีอยู่บางอย่างบางภาพที่เรารู้สึกว่ามันไม่น่าจะใช่ของปลอมและมันไม่น่าจะสามารถปลอมขึ้นมาได้

ยกตัวอย่างคลิปวิดีโอที่เขาได้บอกว่าได้มีนักสำรวจทางทะเลกลุ่มหนึ่งได้นั่งเรือดำน้ำและถ่ายวีดีโอโดยรอบๆในที่ที่เขาได้ดำน้ำลงไปเรื่อยแต่ในขณะที่เขาได้ถ่ายคลิปอยู่ปรากฏว่าได้มีสิ่งมีชีวิตประหลาดว่ายเข้ามาตบกระจกเรือดำน้ำของเขาก่อนที่จะว่ายน้ำหนีไปและเขาได้อัดวีดีโอเอาไว้ด้วย

 

สนับสนุนโดย  dewabet

พื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้

สำหรับโหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นโหมดของช่างภาพที่เขานั้นมีความชำนาญเกี่ยวกับโหมดเหล่านี้เป็นอย่างมาก สำหรับช่างภาพนั้นจะต้องรู้พื้นฐานในการถ่ายรูปภาพอยู่แล้ว และนอกจากนั้นยังจะต้องรู้จักการวิเคราะห์ในรูปแบบของการถ่ายรูปต่างๆอีกด้วย

โดยสำหรับโหมดที่เรานั้นจะพูดถึงนั่นก็คือ โหมด M mode โดยโหมดนี้ไม่ว่าใครก้จะต้องลองอยากที่จะเล่นแน่ๆ แต่ต้องบอกว่ามันยากเหมือนกันนะ ถ้าหากช่างภาพไม่เก่งก็คงมี งง กันเยอะอยู่บ้างแหละถ้าหากคนที่ไม่เก่งเล่นรับรองเลยนะว่าจะต้องมีภาพเสียหลายภาพแน่ๆ

ในการใช้โหมด M mode ถือได้ว่าเป็นการใช้โหมดที่มีความยากขั้นสูง เพราะถ้าหากคุณนั้นอยกจะเก่งคุณก็ต้องจำเป็นที่จะต้องฝึกบ่อยๆ เอาเป็นว่าถ้าเรียกว่าเก่งได้จะต้องถ่ายออกมาโดยมีภาพที่เสียน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงเรียกว่าเก่ง แต่นั้นก็ต้องบอกว่าถ่ายดีไม่ได้บอกว่าถ่ายสวยนะจ๊ะ

การถ่ายภาพออกมาสวยใช้โหมดอะไรก็สวยได้เพราะว่าภาพที่จะสวยเหล่านั้นมันจะดูองค์ประกอบของภาพโดยรวมเป็นหลัก ไม่ใช่ว่าใช้โหมดยากๆแล้วจะออกมาสวยได้ทุกภาพ

สำหรับโหมด M mode มีชื่อเรียกเต็มๆว่า โหมด Manual โดยที่คุณนั้นนเล่นจำเป็นที่จะต้องปรับเองทุกอย่าง เนื่องจากโหมดนี้จะเป็นการเปิดโหมดโดยให้อิสระกับช่างภาพที่ใช้ โหมดนี้ในการถ่ายรูปอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก้ตาม ที่โหมดอื่นมี โหมดนี้รับรองได้ว่าใช้ฝีมือของช่างภาพล้วนๆ

สำหรับใครที่เข้ามาเล่นโหมดนี้ใหม่ๆหรือกำลังเริ่มสนใจที่จะเล่นโหมดนี้เราขอแนะนำว่าให้เปิดเป็นระบบออโต้ก่อนจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นความวุ่นวายในการถ่ายภาพของคุณอาจจะทำให้คุณจะต้องหงุดหงิดหรือกินยาแก้ปวดหัวก็เป็นได้

ไม่แปลกเลยที่ช่างภาพมืออาชีพนั้นพวกเขามักจะใช้โหมดนี้กันเสียมาก เพราะว่ามันเป็นการปรับเพื่อให้เข้ากับรูปแบบในการถ่ายของใครของมัน ซึ่งอันที่จริงช่างภาพทั้งหลายก็มีแนวในการถ่ายรูปที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ดังนั้นช่างภาพที่เก่งจริงๆเขาจะเน้นการปรับเองเพื่อให้เข้ากับความต้องการของพวกเขาอย่างแท้จริง

ผิดกับพวกเราที่เป็นมืออาชีพที่จะต้องอาศัยออโต้ให้ช่วยในการปรับแสงให้เราด้วย เพราะถ้าให้ปรับเองแบบมั่วๆคาดว่าแทนที่จะได้รูปสวยๆอาจจะต้องได้รูปห่วยมาเป็นโหลก็ได้เช่นกัน

แต่สำหรับใครที่อยากลองเล่นโหมดนี้หรือยังไม่เคยถ่ายรูปมาก่อน เราว่าให้คุณไปหาแนวของตนเองให้ได้เสียก่อนก่อนที่จะเข้ามาเล่นโหมดนี้ เพื่อจะได้ค่อยๆปรับแสงหรือฟังชั่นให้ตรงกับความต้องการของคุณนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สูตร บาคาร่า rb88

ผู้ริเริ่มการเล่นฟุตบอลในประเทศไทย

กีฬาฟุตบอล คือกีฬาที่จัดได้ว่ามีคนเล่นมากที่สุดในโลก รวมไปถึงความนิยมชมชอบของผู้ที่ไม่ชอบเล่นฟุตบอล แต่ขอดูเพื่อความบันเทิงหรือความสนุกสนานและผ่อนคลาย ซึ่งแต่ละคนจะรู้กันดีอยู่แล้วว่ากีฬาประเภทนี้นั้นเป็นกีฬาที่มีต้นกำเนิดจากหลักฐานประวัติศาสตร์ว่ามาจากประเทศอังกฤษ

ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการระบุชัดเจนว่าประเทศอังกฤษเป็นต้นกำเนิดของกีฬาประเภทนี้นั้น ก็ได้มีการถกเถียงกันพอสมควรว่าเป็นประเทศไหนกันแน่ บ้างก็ว่าเป็นประเทศบราซิล ซึ่งเก่งที่สุดในการเล่นกีฬาชนิดนี้

บ้างก็ว่าเป็นประเทศอิตาลีหรือประเทศฝรั่งเศส ที่มีการค้นพบว่ามีการเล่นเจ้าลูกกลมๆนี้กันมาก่อน แต่สุดท้ายทุกคนก็ตัดสินและยอมรับว่าเป็นประเทศอังกฤษด้วยเหตุผลที่ว่า ทางประเทศอังกฤษนั้นได้มีการตั้งสมาคมฟุตบอลอังกฤษขึ้นมาก่อนเป็นประเทศแรก

แต่สำหรับในประเทศไทยเองนั้น บุคคลที่เป็นผู้ริเริ่มนำกีฬาชนิดนี้เข้ามาสู่ประเทศไทย ตามประวัติศาสตร์ได้ระบุถึง เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี หรือ (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) หรือที่สมัยก่อนจะเรียกกันสั้นๆว่า ครูเทพ ที่ย้อนกลับไปเมื่อสมัยรัชกาลที่ห้านั้น พระองค์ท่าน ได้มีการส่งบุตร หลาน และข้าราชบริพารไปศึกษาวิชาการต่างๆที่ประเทศอังกฤษ

เพื่อให้นำวิชาที่ได้กลับมา นำมาบริหารและปรับปรุงประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าเทียบกับประเทศอื่นๆ และครั้นเมื่อกลับมานั้น ทางครูเทพ เองได้นำกีฬาชนิดนี้เข้ามาในประเทศ ซึ่งเมื่อแรกๆที่ท่านนำเข้ามานั้น มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย

เนื่องจากมองว่ากีฬาชนิดนี้ไม่เหมาะสมกับการเล่นที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีอากาศร้อน โดยกีฬาชนิดนี้เหมาะกับต่างประเทศที่มีอากาศหนาวเสียมากกว่าและยังเป็นกีฬาที่อาจจะส่งผลให้ผู้เล่นได้รับบาดเจ็บได้โดยง่าย แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปบวกกับความสนุกที่มีอยู่ในกีฬาชนิดนี้นั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น ก็เริ่มหมดลงไป

จนกลายเป็นกีฬาที่นิยมในประเทศไทย และการแข่งขันอย่างเป็นทางการของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยก็เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2443 เมื่อวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างทีมชุดบางกอก กับ ทีมชุดกรมศึกษาธิการ และผลการแข่งขันจบลงด้วยการเสมอกันไป สองประตูต่อสอง และจากวันนั้นเป็นต้นมา กีฬาชนิดนี้ก็เริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่กระจายกันไปตามจังหวัดต่างๆของประเทศ

ซึ่งครั้งหนึ่งเองนั้นในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ท่านก็โปรดปรานที่จะทรงกีฬาฟุตบอลเองจนถึงขนาดกับมีการตั้งทีมฟุตบอลของพระองค์ท่านเพื่อเข้าร่วมทำการแข่งขันโดยมีการตั้งชื่อว่าทีม พระเจ้าเสือป่า เมื่อครั้งแต่อดีตกาล

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

เหตุการณ์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลก

เมื่อได้กล่าวถึงในยุคกลางของยุโปรนักประวัติศาสตร์ก็ได้กำหนอดช่วงระยะเวลาของเหตุการเมื่อเริ่มตั้งแต่การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก

ในปีคริสตศักราชที่476จนถึงประมาณคริสตศักราชที่15สภาพดินแดนของยุโรปในยุคนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวายแตกแยกและเป็นอาณาจักรของอารยชนเผ่าต่างๆจึงทำให้ประวัติศาสตร์ในยุคนี้จะเต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งในด้านการเมืองการปกครองเศรษฐกิจและสังคมยุโปรยุคกลางประกอบไปด้วยเรื่องที่สำคัญอยู่หลายด้าน หนึ่งอิทธิพลของคริสต์ศาสนา สองสภาพการเมืองเศรษฐกิจและสังคม สามสงครามคูเสด สี่อารยธรรมของยุคกลาง  

จากประเด็นต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับยุคกลางเรามาดูกันในแต่ละด้านกัน

ด้านแรกเลยก็คืออิทธิพลของคริสต์ศาสนาในยุโรปยุคกลาง คริสต์ศาสนาคือในช่วงต้นของจักรวรรดิโรมันศาสดาคือพระเยซูคริสต์ในช่วงต้นของศาสนาคริสต์ได้เป็นศาสนาต้องห้ามในจักรวรรดิโรมันเลยถูกที่นับถือก็จะถูกตีปราบปรามอย่างรุนแรงจนกระทั่งถึงคริสต์ศตวรรษที่4 ซึ่งได้มีจักรพรรดิคอนสตันไทน์ที่ 1ทรงยอมรับและนับถือศาสนาและเมื่อได้ถึงปีคริสตศักราชที่394จักรพรรดิเทออดอซิที่1ประกาศให้คริศาสนาเป็นศาสนาอาณาจักรและปักฐานมั่นคงในทวีปยุโปร

เมื่อจักรวรรดิโรมันตะวันตกได้ล่มสลายคริสต์ศาสนาก็กลายเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวของสังคมที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของศึกสงครามระหว่างกลุ่มต่างๆคริสต์ศาสนาจึงได้แผ่อิทธิพลในยุโรปครอบงำในวีถีชีวิตของคนในยุคกลางของยุโรปแทบจะทุกด้านคริสต์ศาสนาก็ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อวีถีชีวิตคนชาวยุโรปในยุคกลางตั้งแต่เกิดจนตายและถือว่าเป็นสถานบันที่ได้มีอำนาจสูงสุดประชาชนคนไหนที่ได้มีความคิดเห็นขัดแย้งก็จะต้องถูกไต่สวนและได้ถูกลงโทษอย่างรุนแรง

การลงโทษแบบทางศาสนาบัพพาชนียกรรมคือเป็นการลงโทษทางศาสนาแก่คนที่ได้คิดต่อต้านหรือใครที่มีความคิดขัดแย้งและด้วยวิธีลงการลงโทษไม่ให้บุคคลนั้นไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาและรวมทั้งห้ามติดต่อกับบุคคลอื่นๆเป็นการลงโทษด้วยการตัดขาดจากศาสนาทั้งชุมชนซึ่งมันได้เป็นการลงโทษประชาชนทั้งดินแดนโบสถ์ในดินแดนน่าจะถูกปิดไม่ให้มีการประกอบการไม่ให้มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในการลงโทษผู้นำแผ่นดินที่ขัดแย้งหรือต่อต้านและเนื่องด้วยสิ่งนี้เองมันเลยทำให้ศาสนจักรได้มีอิทธิพลเหนือกว่าประชาชนทุกระดับในสังคมและเป็นสถานบันที่มีความเข้มแข็งเป็นอย่างมากอีกทั้งยังมีอิทธิพลด้านศาสนาทางการเมืองซึ่งคริสต์ศาสนาได้เข้าทางการเมืองด้วยการอ้างอำนาจในการแต่งตั้งกษัตริย์สันตะปาปารีโอที่3

 

สนับสนุนโดย  entaplay pantip

สงครามระหว่างอเมริกากับสหภาพโซเวียต

หลายคนอาจจะเคยได้ยินหรือว่าได้รับรู้เรื่องราวที่ได้เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชา เมื่อประมาณปี1975-1979 หรือประมาณ40ปีที่แล้วว่ามันได้มีการล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นบางคนก็อาจจะเคยได้ยินคำว่าทุ่งสังหาร หรือ Killing fieldsได้ยินชื่อคุกโตลสเลง ได้ยินคำว่าเขมรแดงหรือ Khmer Rouge และในวันนี้เราจะมาเรียนรู้กันในเรื่องราวและที่มาที่ไปของช่วงเวลาอันสยดสยองที่โหดร้ายนี้กัน 

การสังหารหมู่ในระดับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ได้เกิดขึ้นในกัมพูชาในช่วงนั้นมันได้เป็นการสูญเสียที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการถูกทรมานและการประหารชีวิตเท่านั้นแต่มันยังได้เกิดขึ้นมาจากความอดยากการถูกบังคงให้ไปทำงานอย่างหนักและได้มีการสูญหาย 

ซึ่งในปัจจุบันนี้ตัวเลขของผู้ที่เสียชีวิตที่แน่นอนมันก็ยังไม่ได้มีออกมาให้ได้เห็นกันอย่างเป็นทางการและได้มีบางรายงานได้กล่าวเอาไว้ว่าประมาณของผู้ที่ได้เสียชีวิตนั้นอยู่ที่1.7ล้านคนแต่ก็ยังได้มีบางกลุ่มได้คาดการณ์เอาไว้ว่าน่าจะประมาณ3ล้านคนหากจะคิดเป็นประชากรถึง1ใน4ของประเทศกัมพูชาในตอนนั้นเลย

ซึ่งได้มีผู้ที่เสียชีวิตทั้งประเทศกัมพูชาและมีชาวเวียดนามรวมอยู่ด้วยเช่นกันสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในกัมพูชานช่วงนั้นอันเนื่องมาจากเป็นผลพวงมาจากของสงครามเย็นและสิ่งที่ได้เรียกมันว่าสงครามเย็นนั้นมันเป้นช่วงที่หลังของสงครามโลกครั้งที่สองได้จบลงและโลกมันก็ได้ถูกแบ่งออกไปเป็นสองค่ายก็คือค่ายเสรีนิยม นำโดย สหรัฐอเมริกา และ ค่ายสังคมคอมมิวนิสต์ นำโดยสหภาพโซเวียต

ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ก็ได้พยายามที่จะสร้างอิทธิพลเหนือประเทศอื่นๆหรือจะพูดง่ายๆเลยก็คือหาลูกน้องมาอยู่ในค่ายของฝ่ายตัวเองให้ได้มากที่สุดและลูกพี่ใหญ่ทั้งสองจะไม่สู้กันเองแบบซึ่งๆหน้าและเขาจะใช้เป็นการผ่านของสงครามตัวแทนนั่นก็คือสู้กันผ่านประเทศที่เป็นลูกน้อง

นอกจากว่าสงครามตัวแทนระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตมันก็ได้มีอยู่ในหลายๆสงครามยกตัวอย่างเช่น สงครามเกาหลี สงครามที่อัฟกานิสถานหรือจะเป็นสงครามที่ยมคิปปูร์เป็นต้น 

เหตุผลที่ของการทำสงครามตัวแทนนั้นก็คือหนึ่งคานอำนาจซึ่งกันและกันไม่ยอมให้ฝ่ายตรงข้ามได้มีอิทธิพลมากเกินกว่าฝ่ายของตัวและเหตุผลที่สองก็คือถ้าสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตรบกันเองขึ้นมามันจะมีความพังพินาศมากเกินไปกว่าที่ใครจะรับได้

เพราะว่าทั้งสองประเทศนั้นต่างก็ได้มีอาวุธนิวเคลียร์มีระเบิดไฮโดรเจนและก็มีอาวุธที่มีพลังล้างสูงเกินไปจนไม่ควรที่จะนำเอาออกมาใช้มันก็ฟังดูแล้วมันก็มีเหตุผลดีเหมือนกันแต่ทว่าในช่วงเวลาเดียวกันมันดูบ้ามากเลยที่เดียว

 

สนับสนุนโดย  entaplay slot

การปฏิวัติฝรั่งเศสกลายเป็นปฏิวัติที่นองเลือด

ความอดยากก็ได้ทำให้ประชาชนที่ไม่พอใจก็ได้มีการเริ่มก่อการจลาจนในกรุงปารีสร้านขนมปังถูกปล้นบางครั้งเจ้าของร้านก็ถูกจับแขวนคอเพราะชาวบ้านเขาได้เชื่อกันว่ากันตุนข้าวสาลีเอาไว้และจากนั้นก็ได้เริ่มมีความวุ่นวายและความรุนแรงเกิดขึ้นทั่วไป

นอกจากนี้พระเจ้าหลุยส์ที่16ก็พยายามที่จะแก้ปัญหา โดยการเรียกประชุมสภาฐานันดรนั่นก็คือ ขุนนาง พระ และ ประชาชน ซึ่งสภาฐานันดร ก็เป็นสภาที่ปรึกษาที่ตั้งเอาไว้แต่ไม่ได้ใช้ก็คือ ก่อนที่ พระเจ้าหลุยส์ที่16จะเรียกประชุมไม่มีใครเรียกประชุมสภานั้นมาเป็นเวลา175ปี

แต่อย่างไรก็ตาม การเรียกประชุมสภาก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆเพราะทั้งสามฐานันดรก็มีคะแนนเสียงเท่ากันเวลาโหวตมันก็จะตลกมากเพราะพระและขุนนางมีจำนวนประชากรเพียงแค่2%เท่านั้นแต่ฐานันดรที่สามก็คือประชาชนทั่วไป

ซึ่งได้มีจำนวนถึง98%ของประชากรทั้งหมดก็ได้สิทธิ์เท่ากันกับฐานันดรที่1และ2นั่นมันก็หมายความว่า โหวตกี่ครั้งก็แพ้ก็ฝ่ายที่เขาได้อยู่สบายกันอยู่แล้วก็โหวตให้ทุกอย่างเหมือนเดิมต่อไปเพราะไม่ใช่คนที่กำลังจะอดตายและจะต้องเสียภาษีสุดอย่างจนหลังจะหัก

เมื่อรู้สึกว่าการเจรจาไม่เป็นผล ฐานันดรที่3จึงได้ประกาศว่าจะจัดตั้งสภาประชาชนหรือว่า The National Assembly นำโดยเหล่าผู้ที่มีการศึกษานักกฏหมาย และ นักปรัชญาต่างๆ ซึ่งก็ได้มีประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นฐานเสียง

เพื่อที่จะสร้างอำนาจต่อรองกับกษัตริและขุนนางจากนั้นไม่นานหลังจากการก่อตั้งสภาประชาชน พระเจ้าหลุยส์ที่16ก็เรียกทหารมาล้อมรอบกรุงปารีสจึงทำให้ประชาชน เกิดความกลัวว่าผู้ปกครองจะเรียกทหารเข้ามาปราบปรามประชาชน ดังนั้นในวันที่14 กรกฏาคม 1789

ประชาชนจึงได้เข้าปล้นโรงพยาบาลทหารได้ปืนมาเป็นจำนวนมากแต่ด้วยความที่ว่ามีแต่ปืนไม่มีดินปืนประชาชนจึงได้เข้าไปล้อมคุกบาสตีลล์ ซึ่งเป็นคุกที่กษัตริย์ใช้ขังศัตรูและคนที่กระด้างกระเดื่องที่คุบาสตีลล์นี้ได้เชื่อกันว่ามีดินปืนเป็นจำนวนมาก

การที่ได้เข้ายึกคุกสตีลล์เป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงที่เรียกได้ว่าสยดสยองและป่าเถื่อนสุดๆไปเลยของการปฏิวัติฝรั่งเศสนั่นก็คือการที่มีการตัดหัวผู้ดูแลคุกเอามาเสียบไม้แล้วเดินขบวนไปทั่วกรุงปารีส นักประวัติศาสตร์หลายคนได้ให้ความเห็นว่านี่คือจุดเปลี่ยน

สำคัญที่ทำให้การปฏิวัติฝรั่งเศสกลายเป็นปฏิวัติที่นองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งในทั้งนี้แล้วก็เป็นเพราะว่าทางการที่สภาของประชาชนก็ได้เลือกที่จะไม่ประณามความรุนแรงของฝูงชนแต่จะแสดงออกด้วยการเห็นดีเห็นงามกับความรุนแรงในรูปแบบดังกล่าวเรียกว่าสุดท้ายก็ไม่มีใครเบรกใคร

 

สนับสนุนโดย  entaplay เครดิต ฟรี

ดร.มาร์เซล เพททิออตได้สบโอกาสที่จะกอบโกยผลประโยชน์ทุกๆรูปแบบ

ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่2ได้กำลังก่อตัวขึ้นหมอมาร์เซลยังได้เพลิดเพลินกับการใช้อำนาจในมือออกใบมรณะบัตรอันเป็นเท็จให้แก่คนไข้ที่ตายผิดปกติหรือดูมีเงื่อนงำไม่ได้แตกต่างจากเมื่อที่เขายังอยู่ที่เมืองวินเนอม ซิวยองพฤติกรรมที่ต้องสงสัยของมาร์เซลก็ได้สร้างความพอใจให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมากจะมีข่าวลือในด้านไม่ดีเกี่ยวกับตัวเขาที่ได้แพร่ออกไป

ทั่วทั้งเมืองแต่นั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ ดร.มาร์เซล เพททิออต เกิดความรู้สึกหวั่นไหวหรือต้องวิตกกังวลใดๆและเขาก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตากอบโกยผลประโยชน์ทุกๆรูปแบบได้เข้ากระเป๋าตัวเองต่อไป ซึ่งมันดูเหมือนว่ายิ่งหมอมาร์เซลตักตวงผลประโยชน์ได้มากเท่าไหร่ความโลภของเขามันก็ยิ่งเพิ่มเข้าตามไปด้วยใน ปี1940วันที่ ดร.มาร์เซล เพททิออต รอคอยโอกาสที่จะกอบโกยทรัพย์มหาสาร

ก็มาถึง เมื่อสภาวะการของสงครามโลกครั้งที่2ได้ปะทุขึ้นทั่วทั้งแผ่นดินยุโรปกองทัพนาซีภายใต้การนำ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ยกกองกำลังทหารบุกเข้ามาถึงกรุงปารีสได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากทางประเทศฝรั่งเศสยอมจำนน

ซึ่งเป้าหมายแรกของการครอบครองฝรั่งเศสโดยนาซีนั้นก็หนีไม่พ้นการออกไล่ล่าและทำลายร้างคนชาวยิวให้สิ้นซากตามนโยบายของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ที่ได้มีความรังเกียจชาวยิวเป็นอย่างมากพวกนาซีได้ทำการจัดตั้งตำรวจลับในประเทศฝรั่งเศส

โดยได้มีภารกิจหลักคือการออกสืบค้นหาและทำการล่าสังหารกลุ่มคนที่ได้ออกมาต่อต้านพวกนาซีให้สิ้นซากหมดไปรวมถึงจับกุมใครก็ตามที่คาดว่าน่าจะเป็นชาวยิวที่จะส่งตัวไปยังข่ายมรณะหรือได้ส่งตัวไปใช้แรงงานอย่างทารุนที่ค่ายกักกันกว่าจะตายนั่นจึงได้ทำให้พวกชาวยิวที่ได้อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสต่างก็ได้ทยอยหายกันไปเรื่อยๆโดยที่บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้พ่อแม่หรือญาติพี่น้องของตนได้ถูกจับตัวให้ไปอยู่ที่ค่ายมรณะหรือค่ายกักกัน

แล้วความหวาดกลัวต่อความเฮียมโหดของพวกนาซีทำให้ชาวยิวหลายคนต้องการที่จะหนีออกจากประเทศฝรั่งเศสแต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำได้อย่างไรเพราะได้มีตำรวจลับที่คอยไล่ล่าคนชาวยิวเต็มเมืองไปหมด ดร.มาร์เซล เพททิออต

ก็ได้เรงเห็นโอกาสที่เหมาะสมที่จะตักตวงทรัพย์สินอย่างมหาสารจากสถานการณ์การไล่ล่าชีวิตชาวยิว เนื่องจากว่าพวกคนชาวยิวนั้นต่างก็ได้มีสถานะที่ดีและมั่นคงอย่างมากมายที่ต้องการที่จะเข้าชีวิตรอดด้วยการที่จะต้องพาครอบครัวหลบหนีไม่เพียงแต่เท่านั้น

ความตึงเครียดและแรงบีบคั้นทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับชาวยิวก็ยิ่งกระตุ้นให้สันดานดิบของ ดร.มาร์เซล เพททิออต ซึ่งได้หลงไหลในการทารุนกรรมผู้อื่นได้ลุกขึ้นมาอีกครั้งจึงไม่มีโอกาสไหนเหมาะไปมากกว่านี้อีกแล้วที่เขาจะได้ทรัพย์สินเงินทอง

 

สนับสนุนโดย  next88