เกิดอะไรขึ้นบ้างในสงครามโลกครั้งที่2?

เมื่อได้ประกาศสงครามแล้วประเทศที่ได้เป็นอาณานิคมก็จะต้องเข้าสู้สงครามอีกด้วยในแนวรบก็เกิดขึ้นทั้งในแอฟริกาเหนือตะวันออกกลางที่มีประเทศในอาณานิคมของยุโรปมากมาย

ซึ่งสำหรับประเทศต่างเดินมันก็สูงขึ้นมาเพราะอาวุธสมัยใหม่ทั้งรถถังเครื่องบินและก็เรือต้องการทรัพยากรที่มากขึ้นนั่นก็คือน้ำมันนั่นเองที่มีอยู่มากที่สุดในตะวันออกกลาง

ส่วนสาเหตุที่เยอรมันกล้าเข้าบุกโรปแลนด์ทั้งที่รู้ว่านี่จะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะก่อให้เกิดสงครามใหญ่แต่ที่ยังกล้าก็เป็นเพราะว่าเยอรมันได้แอบส่งคนไปเจรจาตกลงกับสหภาพโซเวียตเรียบร้อยแล้วเรียกว่ากติกาสัญญาโมโลตอฟรับเบินทร็อพ

ซึ่งได้มีเนื้อหาว่าทั้งสองประเทศจะไม่รบกันเองโดยได้ตกลงกันว่าต่างคนต่างจะไม่บุกกันเองโดยโวเวียตจะได้ดินแดนโรปแลนด์ไปครึ่งหนึ่งและดินแดนเอสโตเนียรัฐเวสต์เวอร์จิเนียลิททูเวอร์และจะบุกฟินแลนด์ต่อโดยที่เยอรมันจะไม่ก้าวก่ายและโซเวียตเองก็จะไม่ไปยุ่งที่เยอรมันจะเริ่มสงครามกับฝรั่งเศสและอังกฤษเช่นกัน

นอกจากนี้ทางด้านโซเวียตจะไม่ได้เป็นพันธมิตรกันกับเยอรมันแต่เยอรมันนั้นก็เหมือนว่าจะได้ไฟเขียวให้เริ่มสงครามได้เพราะว่าเยอรมันไม่ต้องไปกังวลว่าถ้าเริ่มสงครามแล้วโซเวียตจะไปเข้ากับอังกฤษและฝรั่งเศสและก็จะกลายเป็นว่าเยอรมันจะต้องสู้ศึกสองด้านก็คือด้านตะวันตกและตะวันออก นายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์เขารู้ดีว่าจะไม่มีวันจะชนะเลย

ถึงแม้ว่าจะได้ประกาศสงครามกันแล้วสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นใน8เดือนแรกของการประกาศสงครามก็ยังไม่ใช่สงครามอย่างเต็มรูปแบบเราได้เรียกช่วงนี้ว่า Phoney War หรือ สงครามลวงคือไม่มีการเผชิญหน้ากันด้วยกำลังทหารขนาดใหญ่อังกฤษยังพยายามที่จะหาวิธีที่จะกันสงครามให้ห่างจากบ้านเกิดให้ได้มากที่สุดเริ่มจากอังกฤษได้ใช้วิธีโปรยใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อใส่เยอรมมันบ้างและพยายามที่จะตัดกำลังโดยพยายามที่จะปิดน่านน้ำไม่ให้ประเทศที่เป็นกลางแบบสวีเดนแล้วก็นอร์เวย์ขายทรัพยากรที่สำคัญเช่นแร่เหล็กให้เยอรมันซึ่งสุดทายแล้วก็ล้มเหลวซึ่งนาซีก็ได้ตัดสินใจได้ใช้กองกำลังยึดนอร์เวย์ไปในที่สุด

สงครามหลวงได้จบลงในเดือนพฤษภาคมปี1940กองทัพนาซีได้บุกเบลเยียมเพื่อจะเบิกทางเข้าสู่ฝรั่งเศสซึ่งได้เป็นการบบุกที่รวดเร็วมาก เบลเยียมได้แตกใน18วันและฝรั่งเศสก็ได้พ่ายแพ้ต่อเยอรมันภายในเวลาเพียง6สัปดาห์เท่านั้น

ทั้งนี้เหตุผลหลักๆเลยก็คือความล่าหลังทางยุทโธปกรณ์และความไม่พร้อมที่จะรบของกองทัพฝรั่งเศสเหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของความพยายามทางการทูตที่จะหยุดยั้งสงครามอังกฤษได้เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาเป็น วินสตัน เชอร์ชิล 

ซึ่งได้เป็นฝ่ายที่เห็นด้วยว่าควรจะต้องสู้กับนาซีต่อไปโดยไม่สนว่าฝรั่งเศสนั้นจะแพ้ไปแล้วผิดไปจากรัฐบาลที่แล้วที่แล้วที่พยายามจะหาทางหลีกเลี่ยงสงครามให้ได้มากที่สุดและพยายามจะเจรจาสันธิภาพกับนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ด้วย

ตำนานนางเงือกมันมีอยู่จริงบนโลกหรือไม่?

ตำนานของนางเงือกในแต่ละพื้นที่นั้นมันก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปแต่หนึ่งอย่างที่เหมือนกันแน่ๆเลยคือความโหดและความดุดร้ายของนางเงือกเหมือนกันทุกที่เลยและตรงส่วนนี้มันคือเรื่องเล่าและตำนานในด้านของความเชื่อของนางเงือกแต่ถ้าในมุมมองของความเป็นจริงและในมุมมองของทางด้านวิทยาศาสตร์ถามว่าเขาได้มีความเชื่อกันมั้ยว่านางเงือกนั้นมีอยู่จริง

ถ้าเอาตามข้อมูลที่เราได้ไปค้นหามาจะใช้คำว่าส่วนมากเชื่อว่านางเงือกนั้นมีอยู่จริงและกันเพราะอย่างที่เราได้พูดถึงกันทุกครั้งเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับหรือสิ่งที่ยังไม่สามารถที่จะหาคำตอบในใต้ท้องทะเลได้คือใน ณ ปัจจุบันของเรามนุษย์เราได้สำรวจไปเพียงแค่5-10%ของพื้นที่ทะเลทั้งหมดทั่วโลกได้เพียงแค่นั้นเพราะในยุคปัจจุบันเรา

เราจะต้องยอมรับหนึ่งอย่างว่าไม่ว่าจะเป็นวิธีทยาการหรือสิ่งต่างๆที่มนุษย์เรามีอยู่เราไม่สามารถจะไปสำรวจในพื้นที่ที่เราไปได้ในหลายๆจุดได้ไม่ว่าจะสาเหตุด้วยของยิ่งน้ำลึกเท่าไหร่แรงดันน้ำก็จะยิ่งลึกตามและเรื่องของออกซิเจนยิ่งลึกมากเท่าไหร่ออกซิเจนมันก็จะยิ่งน้อยลงไปตามและนี่ยังไม่รวมถึงพื้นที่เล็กๆน้อยๆที่เรายังไม่สามารถที่จะลงไปทำการสำรวจไปยังจุดต่างๆได้มันเลยยังมีอีกพื้นที่90%ถึง95%ที่เรายังไม่สามารถไปสำรวจได้นั่นเองคุณจะไม่คิดหรือว่าพื้นที่อีกกว่า90ถึง95%นั้นจะไม่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดหรือมีสิ่งมีชีวิตตำนานเหล่านั้นอยู่

แต่

สำหรับเรา เราไม่เชื่อแบบนั้นเพราะตามข้อมูลที่เราได้ไปตามหามาไม่ว่าจะเป็นหลักฐานที่ค้นพบคลิปวีดีโอภาพหรือเศษซากต่างๆที่เขาได้ค้นพบกันมันบ่งบอกได้หลายอย่างมากว่าสิ่งเหล่านี้มันน่าจะมีอยู่จริงบนโลกมันไม่ใช่แค่นางเงือกแต่อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตยุคโบราณหรือสิ่งที่มีชีวิตที่คล้ายกับสัตว์ในเทพนิยายหรือในตำนานต่างๆเราได้เชื่อว่ามันได้มีอยู่จริงๆและจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหลักฐานของนางเงือกและเท่าที่เราได้ไปค้นหามาตรงนี้

ส่วนใหญ่เท่าที่ได้ไปดูมาในโลกของอินเตอร์เน็ตเรากล้าพูดเลยว่ามันได้เป็นของปลอมทั้งหมดเลยแต่มันจะมีอยู่บางคลิปมันจะมีอยู่บางอย่างบางภาพที่เรารู้สึกว่ามันไม่น่าจะใช่ของปลอมและมันไม่น่าจะสามารถปลอมขึ้นมาได้

ยกตัวอย่างคลิปวิดีโอที่เขาได้บอกว่าได้มีนักสำรวจทางทะเลกลุ่มหนึ่งได้นั่งเรือดำน้ำและถ่ายวีดีโอโดยรอบๆในที่ที่เขาได้ดำน้ำลงไปเรื่อยแต่ในขณะที่เขาได้ถ่ายคลิปอยู่ปรากฏว่าได้มีสิ่งมีชีวิตประหลาดว่ายเข้ามาตบกระจกเรือดำน้ำของเขาก่อนที่จะว่ายน้ำหนีไปและเขาได้อัดวีดีโอเอาไว้ด้วย

 

สนับสนุนโดย  dewabet

ตำนานผีกะ 

      ผีกะก็จะเหมือนกันผีปอบ แต่ผีกะเป็นผีของจังหวัดทางภาคเหนือ โดยพวกมันจะเข้าสิงร่างของคน และพวกมันชอบกินของคาว ของดิบสด  สำหรับผีกะนั้นเกิดมาจากคนมีวิชาอาคม เลี้ยงเอาไว้ใช้งาน โดยมักจะเลี้ยงเอาไว้ในหม้อดิน

ซึ่งจะมีผ้ายันสีขาวปิดเอาไว้เพื่อใม่ให้มันออกมาข้างนอก และจะมีการเลี่้ยงด้วยการให้กินไข่ดิบโดยให้กินวันละหนึ่งฟอง  เล่ากันต่อต่อกันมาว่า คนที่ริเริ่มเอาผีกะมาเลี้ยง คือกลุ่มคนที่เป็นนักแสดง พวกลิเก  โดยมีความเชื่อกันว่าหากใครเลี้ยงผีกะเอาไว้ มันจะช่วยเหลือให้คุณ โดยมีการเล่ากันว่าถ้านักแสดงคนไหนหน้าตาขี้เหล่ แต่ถ้าเลี้ยงผีกะเอาไว้พอตอนกลางคืน เหล่าผีกะที่เลี้ยงเอาไว้จะออกมาเลียหน้าทำให้หน้าตาที่ขี้เหล่ สวยขึ้นมาทันที

โดยเชื่อกันว่ายิ่งดึกมากก็จะยิ่งสวยมาก ผีกะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เลี้ยงผีกะดีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์เก่งมันก็จะช่วยเหลือแต่ถ้าหากใครเลี้ยงผีกะแล้วปล่อยทิ้งขว้างให้มันอดมันก็จะทำให้คนที่เลี้ยงกลายเป็นกึ่งคนกึ่งผีเพราะว่ามันจะเข้าสิงร่างแล้วนำร่างกายไปกินอาหารคาว  อาหารสด จำเป็นต้องหาหมอผีมาขับไล่ออกไป  ว่ากันว่ามีผีกะชนิดหนึ่งชื่อว่าผีกะดง

พวกมันมักอาศัยอยู่กันเป็นฝูงและมีความว่องไวแต่ความพิเศษของผีกระดงนั้น  คือน้ำลายของมันสามารถที่จะรักษา อาการบาดเจ็บได้ทุกอย่าง ทำให้ผีกะ เป็นผีที่มีความคงกระพัน เคยมีตำนานเล่าถึงผีกะว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีชายคนรักอยู่แล้วแต่พ่อของฝ่ายหญิงไม่ชอบฝ่ายชายจึงได้ให้ฝ่ายหญิงแต่งงานกับผู้ชายอีกคนซึ่งผู้ชายคนนั้นรู้ว่าเจ้าสาวของตนเองมีคนรักอยู่แล้วก็ได้ให้ลูกน้องมาทำร้ายแฟนเก่าของเจ้าสาว

และนำร่างไปทิ้งเอาไว้ที่กลางป่า ซึ่งชายคนดังกล่าวไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ขอถูกซ้อมอาการสาหัสซึ่งในระหว่างนั้นเองได้มีฝูงพิกัดจำนวนหนึ่งผ่านมาทางชายคนที่บาดเจ็บหนึ่งในจำนวนผีกะจึงได้ลากร่างของชายคนนั้นไปด้วยเพื่อจะเอาไปกินเป็นอาหารแต่จ่าฝูงของผีกะเห็นว่าใจคนดังกล่าวไม่ได้โวยวายร้องขอชีวิตเลยจึงได้สอบถามเหตุผล

ชายหนุ่มจึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เมื่อผีกะได้ฟังดังนั้นก็เกิดความรู้สึกสงสารจึงได้เสนอว่าหากชายหนุ่มยอมรับผีกะเป็นผีประจำตระกูลก็จะช่วยชุบชีวิตให้กับชายหนุ่มและยังจะทำให้ชายหนุ่มได้สมหวังซึ่งหลังจากที่เขา ตอบตกลงเหล่าบรรดาผีกะต่างก็พากันเลียไปที่ร่างของเขาตรงที่มีบาดแผลหลังจากนั้นแผลก็หายเป็นปกติ และฝูงผีกะก็พาชาวหนุ่มไปบ้านงานแต่ง

และพากันไปช่วยเจ้าสาวออกมาได้ หลังจากนั้นผีกะก็ยกทรัพย์สมบัติให้ ซึ่งนับแต่นั้นมาชายหนุ่มก็ทำตามที่เคยรับปากกับผีกะเอาไว้ด้วยการนับถือผีกะเป็นผีประจำตระกูลนับแต่นั้นเป็นต้นมา 

ตำนานของคำชะโนด

 ที่จังหวัดอุดรธานีมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่ชาวบ้านมักจะเดินทางไปเคารพกราบไหว้บูชาองค์พญานาคกันทุกวันซึ่งสถานที่แห่งนั้นคือป่าคำชะโนด

โดยที่ป่าคำชะโนดนี้จะอยู่ในบริเวณพื้นที่วัดนาคินทร์คำชะโนดลักษณะของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะมีลักษณะเป็นเกาะซึ่งมีความกว้างประมาณ 20 ไร่และเหตุผลที่มีการเรียกว่าป่าคำชะโนดได้ก็เพราะว่าที่เกาะแห่งนี้จะเต็มไปด้วยต้นคำชะโนดทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณเกาะทั้งหมดและบริเวณรอบเกาะจะเต็มไปด้วยน้ำ 

ซึ่งที่วัดนาคินทร์คำชะโนดแห่งนี้ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านต่างก็พากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรขอโชคลาภซึ่งก็คือศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธในปัจจุบันผู้ที่เดินทางมากราบไหว้ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธนั้นส่วนใหญ่จะมากราบไหว้เพื่อขอโชคลาภขอเลขเด็ดไปซื้อหวยซื้อลอตเตอรี่และเจ้าปู่ศรีสุทโธก็ไม่เคยทำให้เราคอหวยผิดหวังเพราะหลายคนที่เดินทางมาขอหวยที่นี่ก็จะได้รับเลขเด็ดกับไปและถูกรางวัลทุกครั้งไปจะมีผู้คนหลั่งไหลมาทำการขอหวยรัฐบาลแก้บนกันทุกวันไม่ขาดสาย

ส่วนตำนานของคำชะโนดนั้นมีการเชื่อกันว่าที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นสถานที่ของการเชื่อมต่อไปยังเมืองบาดาลซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าพญานาคโดยมีการเชื่อกันว่าหลวงปู่ศรีสุทโธคือหนึ่งในองค์พญานาคที่มีบุญบารมีมากซึ่งหลวงปู่ศรีสุทโธนั้น

จะมีพระมเหสีคือองค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวี โดยในตำนานเล่าว่าพญานาคที่ชื่อพญานาคราชปู่ศรีสุทโธ  ได้เกิดความเข้าใจผิดกับเจ้าพ่อสุวรรณนาคจึงทำให้เกิดการทะเลาะต่อสู้กันซึ่งมีผลกระทบพื้นโลกสะเทือนเรื่องนี้จึงรู้ไปถึงพระอินทร์ที่อยู่บนสวรรค์ดังนั้นพระอินทร์จึงได้เสด็จลงมาและให้โอวาทจนนาคทั้งสองหยุดต่อสู้กันและให้นาคทั้งสองนั้นต่าง

ก็สร้างแม่น้ำคนละสายชื่อว่าแม่น้ำโขงและแม่น้ำน่านในปัจจุบันนั่นเองซึ่งเงื่อนไขที่พระอินทร์ให้กับหน้าทั้งสองคนในการสร้างแม่น้ำแข่งกันนั่นก็คือหากพญานาคต้นไหนสร้างแม่น้ำเสร็จก่อนแม่น้ำสายนั้นก็จะมีปลาบึกลงไปอยู่ด้วยซึ่งผลปรากฏว่าพญานาคราชปู่ศรีสุทโธสร้างแม่น้ำโขงเสร็จก่อนดังนั้นในปัจจุบันจึงพบว่าในแม่น้ำโขงจะมีปลาบึกอาศัยอยู่

และเมื่อพญานาคล่าศรีสุทโธเป็นฝ่ายชนะพระองค์จึงได้ทรงทูลขอกับพระอินทร์ว่าอยากจะให้มีทางเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับเมืองบาดาลเอาไว้ 3 จุดโดยทั้ง 3 จุดนั้นได้แก่ธาตุหลวงนครซึ่งอยู่ที่เวียงจันทน์ และสถานที่ที่สองก็คือที่หนองคันแท  ส่วนอีกที่ก็คือพี่คําชะโนดนี่เองนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าที่คำชะโนดคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่พญานาคราชปู่ศรีสุทโธมักจะเดินทางมาอยู่ที่นี่เป็นประจำ ที่ป่าคำชะโนดนี้

จะมีรูปปั้นพญานาคอยู่มากมายและในวันสำคัญสำคัญก็จะมีนางรำมารำถวายหลวงปู่ศรีสุทโธเมื่อไหร่ที่มีการจัดงานก็จะมีผู้คนเป็นจำนวนมากต่างหลายเดินทางเข้ามากราบไหว้เคารพบูชาหลวงปู่ศรีสุทโธกันอย่างไม่ขาดสายซึ่งหลวงปู่ศรีสุทโธจัดว่าเป็นพยานาคชั้นดีเป็นพญานาคชั้นเทพที่คุ้มครองเหล่ามนุษย์ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  BK8

14 ตุลาคมวันมหาวิปโยค

    หากจะพูดถึงเหตุการณ์ที่นักศึกษาพากันร่วมออกมาเดินชุมนุมตามท้องถนน เมื่อนานมาแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงยังจำเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นเหตุการณ์ของประวัติศาสต์ชาติไทยในครั้งนั้นได้ นั้นก็คือ 

เหตุการณ์ 14 ตุลาคมหรือเหตุการณ์ที่เราเรียกว่าเป็นวันมหาวิปโยคเป็นเหตุการณ์ที่นักศึกษาต่างพากันรวมตัวร่วมกับประชาชนในประเทศไทยโดยมีจำนวนทั้งสิ้นมากกว่า ห้าแสน คน เอ็งทุกคนมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลจอมเผด็จการ ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงของรัฐบาลจอมพลถนอมกิตติขจรที่นำไปสู่การใช้กำลังของรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม  ปี พ.ศ 2516

โดยมีกลุ่มผู้เสียชีวิต ทั้งหมด 77 รายและบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 857 ราย และยังมีสูญหายอีกเป็นจำนวนมาก การเริ่มมาจากที่จอมพลถนอมกิตติขจร การรัฐประหารตัวเองเมื่อวันที่ 17 เดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ. 2514

ซึ่งบรรดานักศึกษาและประชาชนได้มองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของตนเอง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่ยังมีการยืดอายุราชการทหารของตนเองให้ดำรงตำแหน่ง การทหารสูงสุดออกไป ประกอบกับข่าวทุจริตในวงการราชการ จึงสร้างความไม่พอใจให้จับกลุ่มประชาชนและนักศึกษาเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 6 เดือนตุลาคม 

มีผู้ร่วมลงชื่อประมาณ 100 คน เธอเรียกร้องขอให้มีรัฐธรรมนูญ ซึ่งผู้ร่วมลงนามนี้ประกอบด้วยบุคคลหลากหลายอาชีพ เช่นนักวิชาการ นักการเมือง นักคิด นักเขียน และกลุ่มนิสิตนักศึกษาเป็นต้น จากนั้นบุคคลเหล่านี้ราว 20 คนนำโดยนายธีรยุทธ บุญมี ได้พากันเดินออกแตกใบปลิวตามสถานที่ต่างๆในกรุงเทพฯ อาทิแถวประตูน้ำ สยามสแควร์

และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลเข้าทำการจับกุมโดยจับกุมได้ทั้งหมดประมาณ 13 คน จึงถูกเรียกขานว่าเป็น 13 ขบถรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้เองที่สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนและนักศึกษาเป็นอย่างมาก จึงนำไปสู่การชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุม และการเดินขบวนครั้งใหญ่ในวันที่ 13 เดือนตุลาคม

โดยมีแกนนำเป็นนักศึกษาและมีประชาชนเข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก ระหว่างนั้นแกนนำนักศึกษาได้เข้าพบเจรจากับรัฐบาล เพียงพอที่จะสลายตัว แต่ด้วยอุปสรรคทางการสื่อสาร จึงเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ร่วมชุมนุม ตรงบริเวณถนนราชวิถีตัดกับถนนพระราม 5 ไปเช้าวันเสาร์ที่ 14 เดือนตุลาคมซึ่งเหตุการณ์ปะทะกันดังกล่าวนี้บานปลายจนเป็นเหตุการณ์จราจล

และลุกลามไปยังท้องสนามหลวง รวมถึงไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และถนนราชดำเนินตลอดสายรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เอามาในเวลาหัวค่ำสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ได้ประกาศว่าจอมพลถนอมขอลาออกจากตำแหน่ง

และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสัญญา  ธรรมศักดิ์ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี จอมพลถนอม , จอมพลประภาส และพันเอกณรงค์ เดินทางออกประเทศซึ่งหลังจากนั้นเหตุการณ์จึงได้สงบลง

5 อับดับข้อมูบที่เกี่ยวข้องกับแก๊งยากูซ่าที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

จำนวนยากูซ่าที่ในประเทศญี่ปุ่น  

ในช่วงปี1960จำนวนยากูซ่าในประเทศญี่ปุ่นได้มีการเติบโตขึ้นเป็นอย่างมากและจากรายการกรมตำรวจได้บอกว่าก็ได้มีจำนวนยากูซ่าเพิ่มสูงถึง184,000คน ซึ่งจะคิดเป็นสครึ่งหนึ่งของจำนวนตำรวจของประเทศญี่ปุ่นและเมื่อในปี2015ที่พึ่งได้ผ่านมาจากผลสำรวจก็ได้พบว่าได้มีจำนวนยากูซ่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียง53,000คน เท่านั้น

แก๊งยากูซ่าในปัจจุบัน  ก็อย่างที่ได้กล่าวออกไปแล้วว่ายากูซ่าที่ได้มีในปัจจุบันได้มีจำนวน53,000คน ซึ่งเราจะสามารถที่จะแบ่งแก๊งยากูซ่าได้เป็น3แก๊งใหญ่ได้แก่ แก๊งยามากุชิ – กุมิ ได้มีจำนวนสมาชิกประมาณ23,400คน หรือ เกือบๆครึ่งหนึ่งของยากูซ่าทั้งหมด แก๊งซุมิโยชิ – กาอิ ได้เป็นแก๊งผู้ที่มีอิทธพลในแทบโอซากาและได้มีจำนวนสมาชิดประมาณ8,500คน และ แก๊งอินางงาวะ – กาอิ ที่ได้มีอิทธพลในแทบโตเกียวและโยโกฮาม่านอกจากนี้ก็ยังมีจำนวนสมาชิก6,600คน

รอยสักและยากูซ่า ก็ได้ถือว่าเป็นของคู่กันซึ่งรอยสักนั้นได้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งของพวกเขาเพราะในการสักนั้นจะต้องเป็นการสักด้วยเหล็กหรือไม้ไผ่แบดั่งเดิมเท่านั้นและก็จะไม่ยินยิมดที่จะให้ใช้เครื่องสักสมัยใหม่โดยเด็ดขาดและซึ่งด้วยการสักด้วยวิธีดั่งเดิมนี้จะใช้เวลาสักนานกว่ามีขั้นตอนมากกว่าและได้มีความเจ็บปวดที่มากกว่านอกจากนี้คนที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นจะพยายามที่จะหลีกเลี่ยงในการสักเพราะอาจจะทำให้คนอื่นได้เข้าใจผิดว่าพวกเขานั้นเป็นสมาชิดของแก๊งยากูซ่า

การตัดนิ้วแทนการคำขอโทษ  ในการตัดนิ้วเพื่อที่แสดงการขอโทษก็ถือว่าได้เป็นอีกหนึ่งประเพณีของยากูซ่าที่ไดเปฏิบัติและสืบทอดกันมา ซึ่งพวกเขาก็ได้เรียกชื่อนี้ว่า ประเทณียูบิซึเนะ ซึ่งด้วยวิธีการก็คือเมื่อคุณได้กระทำในความผิดในครั้งแรกคุณก็จะต้องถูกตัดนิ้วก้อยยที่ข้างซ้าน 1 ข้อ และได้ห่อมันด้วยกระดษาจากนั้นจะต้องนำเอามันไปส่งให้กับหัวหน้าของคุณเพื่อที่จะได้เป็นการแสดงสำนึกผิดและยังเป็นการที่จะขอให้หัวหน้ายกโทษให้กับคุณ

หน้าที่ของยากูซ่า  ยากูซ่านั้นได้มีความเกี่ยวพันกับอาชญากรรมที่หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยาเสพติด การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน การค้าอาวุธ หรือ การปล่อยเงินกู้ และ นอกจากนี้ ยากูซ่านั้นก็ยังมีทีมที่คอยจับตาคนดังจกแวดวงต่างๆและคอยเก็บข้อมูลของพวกเขาเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอและเมื่อไหร่ก็ตามที่แก๊งยากูซ่าต้องการที่จะรีบไถ่เงินพวกเขาก็จะได้นำเอาข้อมูลจากเหล่านนี้เอาออกมาข่มขู่และถ้าหากว่าเหยื่อนนั้นไม่ยอมทำตามข้อมูลดำมืดของพวกเขาก็จะถูกเผบแพร่ออกไปสู่สาธารณะชน

2เรื่องที่จะต้องรู้กับเกาหลีเหนือ

เรื่องลับที่เกี่ยวกับเกาหลีเหนือที่ผู้คนทั่วโลกไม่เคยรู้เมื่อได้พูดถึงประเทศเกาหลีหลายคนก็คงจะนึกคิดดาราหลายๆคนที่ขาวสูงหน้าตาดีหรือแม้กระทั่งอาหารที่ได้ขึ้นชื่นอย่างกินจิแต่ถ้าหากพูดถึงว่าคุณรู้อะไรบ้างที่เกี่ยวกับเกาหลีเหนือแล้วละก็หลายคนก็คงจะนึกอะไรไม่ออกเลยหรืออย่างมากก็คงจะนึกถึงคิมจองอึนประธานาธิบดีเกาหลีเหนือที่เป็นที่เคารพรักของชาวเกาหลีเหนือแต่เป็นผู้ที่น่าเกลียดสำหรับชาวโลก 

การขายอาวุธสงครามในตลาดมืดนอกจากที่ได้โกงประกันแล้วยูเอนยังได้กล่าวหาเกาหลีเหนือด้วยอีกว่าเกาหลีเหนือนั้นยังได้ค้าขายอาวุธเถื่อนและเคโนโลยีนิวเคลียร์ให้แก่ประเทศในกลุ่มแอฟริกาและตะวันออกกลางยกตัวอย่างในปี2012ยูเอนยังได้กล่าวหาว่าเกาหลีเหนือนั้นยังได้ส่งหน่วยรบเพื่อไปรบไปยังที่ประเทศซีเรียเพื่อที่จะเอาไว้ใช้ผลิตขีปนาวุธ

และยังรวมไปถึงปี2009เกาหลีเหนือนั้นก็ยังได้ส่งหน่วยรบและส่วนประกอบไปให้ยังที่ประเทศอหร่านคองโกรวมไปถึงรถถังที่อยู่ในยุคโซเวียตอีกด้วยและในต่อมายูเอนก็ได้ลงโทษฟังไม่ให้เกาหลีเหนือค้าขายหรือทำการค้านเทคโนโลยีมิสซายให้แก่ประเทศอื่น แต่เกาหลีเหนือกับได้อ้างขึ้นมาว่าในการที่ลงโทษของยูเอนนั้นมันผิดกฏหมายเกาหลีเหนือจะทำอะไรตามที่ตนเองนั้นต้องการก็ได้และนอกจากนี้เงินที่ได้มานั้นจากการค้าขายด้านอาวุธสงครามนั้นมันไหลเข้ามาจากคิมจองอิลมากกว่าที่จะนำเอาเงินไปซื้ออาหารให้ประชาชนเสียอีก

การใช้ไฟฟ้า

เมืองหลวงเปียงยางในประเทศเกาหลีเหนือเรียกได้ว่าเป็นเมืองกรุงของเกาหลีเหนืออย่างแท้จริงประชาชนนั้นได้ใช้ชีวิตในความเป็นอยู่ที่หรูหลา หรูหลาในที่นี้หมายถึงกินดีอยู่ดีไปกว่าเมืองอื่นๆเท่านั้นแต่พวกเขานั้นก็ยังอยู่แบบอดๆยากๆอยู่ดีมีผู้คนที่อยู่อาศัยประมาณ3ล้านคนเท่านั้นที่จะได้เข้าถึงไฟฟ้าและสามารถที่จะใช้มมันได้ไม่ถึง1ถึง2ชั่วโมงต่อวันโดยเฉพาะในหน้าหนาวโรงไฟฟ้านั้นจึงไม่สามารถที่จะให้พลังงานให้ได้อย่างเต็มที่จึงได้ทำให้ประชาชนจำนวนมากจะต้องประสบกับภัยหนาวที่ได้ติดลบไปกว่า18องศาเซลเซียส

และแน่นอนแล้วละว่าด้านประชาชนที่อยู่อาศัยข้างนอกกรุงเปียงยางซึ่งที่ไม่มีไฟฟ้าจะใช้และก็ต้องประเชิญกับภัยหนาวอย่างเพียงลำพังและดาวเทียมที่ได้บินผ่านที่ประเทศของเกาหลีเหนือนั้นก็ยังได้สะท้อนให้เห็นด้วยว่าแสงไฟที่จากประเทศจีนและด้านของเกาหลีใต้ในยามค่ำคืนมันชังได้แตกต่างไปจากประเทศเกาหลีเหนือซึ่งที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสะว่างในช่วงกลางคืน

ประวัติวันตรุษจีน

เทศกาลตรุษจีนถือว่าเป็นเทศกาลที่มีมานานแต่โบราณอายุเกิน 100 กว่าปีมาแล้ว

ซึ่งเราไม่สามารถบอกได้ว่าการตรุษจีนจริงๆแล้วเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ที่แน่ๆตั้งแต่เกิดมาและจำความได้ก็มีการจัดงานเทศกาลตรุษจีนมาโดยตลอดซึ่งเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่เหมือนเป็นการขึ้นปีใหม่ของชาวจีนในเทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลที่มีมาตั้งแต่โบราณจะมีการจัดงานและจะเตรียมงานอยู่ประมาณ 3 วันซึ่งวันแรกจะเป็นวันตายในวันนี้ประชาชนจะออกมาซื้อของเพื่อนนำไปไหว้ไม่ว่าจะเป็นเป็ดไก่รวมถึงผลไม้ต่างๆกระดาษ

สำหรับเตรียมในเรื่องของการไหว้เทพเจ้าส่วนวันที่ 2 นั้นจะเป็นช่วงของการไหว้ซึ่งวันที่ 2 นี้ผู้คนจะตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อทำการนำอาหารและผลไม้ที่ซื้อเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานมาทำการไหว้เทพเจ้าที่อยู่ในบ้านโดยในวันนี้จะมีการจุดประทัดเพื่อให้เกิดเสียงดังซึ่งมีความเชื่อกันว่ายิ่งเสียงดังมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้ครอบครัวมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นเท่านั้น

และวันถัดมาจะเป็นวันเที่ยววันนี้ผู้คนจะพากันนิยมออกไปเที่ยวนอกบ้านด้วยวันนี้จะไม่มีการทำความสะอาดบ้านหรือกวาดบ้านแต่อย่างใดคนส่วนใหญ่จะนิยมใส่เสื้อสีแดงถือเป็นสีที่เป็นสิริมงคลอย่างมากสำหรับคนจีนและในวันนี้ผู้ใหญ่ก็จะให้อั่งเปาเด็กซึ่งวันนี้จะเป็นวันที่เด็กๆรอคอยกันเป็นประจำทุกปี

   มาของวันตรุษจีนนั้นจริงๆแล้วเป็นการจัดขึ้นมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเริ่มต้นฤดูใหม่ของคนในประเทศจีนเนื่องจากว่าก่อนที่จะมีการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่นี้ประเดิมช่วงประมาณเดือนธันวาคมจะเป็นช่วงของฤดูหนาวซึ่งประเทศจีนจะมีหิมะปกขึ้นเต็มทั่วประเทศดังนั้นเมื่อถึงเวลาเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ซึ่งจะขึ้นเป็นฤดูใบไม้ผลิทำให้ประชาชนคนจีน

จึงทำการจัดงานเพื่อเฉลิมฉลอง รู้จักว่าช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลินี้เป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนสามารถที่จะปลูกพืชผักได้แล้วสาวจีนจึงได้มีการเลือกวันตามความเชื่อของบรรพบุรุษโดยกำหนดให้ในแต่ละปีจะมีวันสำคัญที่เรียกว่าวันตรุษจีนขึ้นมาซึ่งอาหารที่นำมาไหว้เทพเจ้าในวันตรุษจีนนั้นก็จะเป็นอาหารที่มีความหมายเน้นเรื่องของความเป็นสิริมงคลร่ำรวย

อันนี้ยังไม่รวมถึงเสื้อผ้าที่จะต้องใส่ในวันตรุษจีนซึ่งชาวจีนเชื่อกันว่าหากใส่สีแดงจะเป็นการนำโชคดีมาสู่ตนเองและเป็นการไล่ปีศาจร้ายออกไปและสีต้องห้ามสำหรับวันตรุษจีนก็คือสีดำสำหรับเทศกาลตรุษจีนนี้ยังคงมีการจัดกันมายาวนานอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์2020

การเปิดศึกระหว่างกองทัพพม่า กับ กองทัพรัฐฉาน

วันนี้เราจะมีทำความรู้จักกับ  กองทัพรัฐฉาน ซึ่งได้มีการปะทะกับระหว่างกับทหารพม่า โดยเราจะย้อนไปในเหตุการณ์ที่มีการปะทะกับพม่าทที่สำคัญโดยย้อนไปเมื่อวันที่ 1ตุลาคม ปี2559 ทหารพม่าก็ได้บุกเข้ามาโจมตีที่ตั้งสถานพยาบาล

สำหรับกักขังผู้ที่ติดสิ่งเสพติดในการกำกับดูแลกองกำลังกองทัพรัฐฉานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลโต่งลาวอำเภอเมืองกิ๋งทางภาคใต้ของรัฐฉานโดยในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยววันของวันที่1ตุลาคมปี2559โดยทหารพม่าในสังกัดข้างต้นก็ได้เคลื่อนกำลังเข้าไปยังสถานที่ซึ่งเป็นที่ตั้งสถานพยาบาลสำหรับกักขังบำบัติผู้ที่เสพสิ่งเสพติดภายใต้การกำกับการดูแลของ กก ลอง กองทัพรัฐฉาน

โดยไม่มีการประสานงานอย่างเป็นทางการใดๆจากนั้นก็ได้ทำการปล่อยตัวผ็ที่ได้รับการบำบัติทั้งหมดและต่อด้วยการเปิดฉากบุกโจมตีกองกำลังกองทัพรัฐฉานจึงได้เป็นเหตุทำให้กองกำลังทั้งสองฝ่ายได้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงด้วยเหตุการต่อมาทางการทหารพม่าก็ได้ล่าถอยออกไปจากพื้นที่จากการปะทะโดยได้มีการถอยกองกำลังไปปักหลังอยู่ในพื้นที่บ้านปางปอยก่อนที่กองกำลังทั้งสองฝ่ายจะเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง

และต่อเนื่องเป็นเวลานานในช่วงค่ำในวันเดียวกันในสถานที่ดังกล่าวข้างต้นเบี้ยงต้นได้มีรายงานว่าผู้ที่ได้รับเข้าการบำบัติที่ทหารพม่าได้ปล่อยตัวออกไปนั้นล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดแทบทั้งสิ้นต่อมาในช่วงเช้าของอีกวันทหารพม่าก็ได้มีการเสริมกำลังจากฐานปฏิบัติการในโต่งลาวเพิ่มกำลังเข้าในพื้นที่ปะทะที่บ้านปางปอยแต่ในระหว่างการเลื่อนกำลังทหารพม่านั้นก้ได้ถูกกองกำลังของกองทัพรัฐฉานๆได้วางกำลังดักซุ้มโจมตีจนทำให้กองกำลังทั้งสองฝ่ายได้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงโดยผลการปะทะหรือเบี้ยงต้นได้ทราบว่าทางกองทัพรัฐฉานเอง

สามารถยึดเป้สนามของทางฝ่ายของทางพม่าได้จำนวนสองใบส่วนความศูนย์เสียของกองกำลังทหารพม่านั้นก็ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบแต่ทางด้านกองกำลังรัฐฉานนั้นได้ปลอดภัยทุกนายโดยเกี่ยวกับสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้มีการเรีกร้องให้ขณะกรรมการJMCUให้ช่วยตรวจสอบการเคลื่อนไหวของทหารพม่าที่เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงตามหนังสือสัญญาหยุดยิงทั่วภาคพื้นสหภาพหรือที่เรียกกันว่าNCAโดยกรณีที่เป็นฝ่ายเคลื่อนไหวโดยไม่มีการประสานงานออกทำการหาเปิดศึกกับกองกำลังของกองทัพรัฐฉานโดยที่ผ่านมาทหารพม่าพยายามทำทุกวิถีทางในการออกลาดตระเวนเพื่อที่จะหาที่จะทำการเปิดศึกกับกองกำลังกองทัพรัฐฉาน

 

ขอบคุณ แทงบอลออนไลน์2020  ที่ให้การสนับสนุน

ประเพณีกวนข้าวทิพย์ 

สำหรับประเพณีกวนข้าวทิพย์

เชื่อว่าหลายคนคงจะไม่รู้จักกันไปแล้ว เพราะประเพณีนี้ในปัจจุบันไม่ค่อยมีใครจัดงานกันแล้ว อาจจะยังมีบางจังหวัดและบางตำบลเท่านั้นที่ชาวบ้านยังร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มคนชราในหมู่บ้านที่ยังช่วยกันสืบสานประเพณีนี้กันเอาไว้  โดยแต่เดิมนั้นประเพณีกวนข้าวทิพย์นี้ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีการทำสืบทอดต่อเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย

มาจนถึงกรุงศรีอยุธยา ซึ่งในสมัยนั้นนิยมกวนข้าวทิพย์กันในเดือน 10 แต่ต่อมาก็มีการหยุดประเพณีนี้กันไปในช่วงสมัยรัชกาลที่สองและรัชกาลที่สาม จนมารุ่งเรื่องมีคนนิยมกวนข้าวทิพย์กันอีกครั้งในรัชกาลที่สี่ และกำลังจะเลิกราประเพณีกวนข้าวทิพย์อีกครั้งในรัชกาลที่สิบนี้

เพราะเหลือน้อยมากแล้วที่จะมีชาวบ้านมารวมตัวกันเพื่อช่วยกันกวนข้าว ทิพย์ ซึ่ง กิจกรรมกวนข้าวทิพย์นี้แท้ที่จริงแล้ว ก็เป็นเพียงกุศลโลบายเพื่อที่จะให้ประชาชน ในหมู่บ้านเดียวกันเกิดความรักความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกัน เพราะเนื่องจากประเพณีกวนข้าวทิพย์นี้ ชาวบ้านจะช่วยกันนำสิ่งของที่ตัวเองมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล น้ำผึ้ง แป้ง  นม ถั่ว งา เผือก ข้าวตอก และอื่นอื่นอีกมากมาย ที่มีอยู่ในบ้านของตัวเอง

ออกมานำมารวมกันที่วัดและช่วยกันนำสิ่งของทั้งหมดที่ทุกคนนำมา มากวนผสมรวมกันและทุกคนก็จะช่วยกันกวน หลังจากนั้นก็จะตักแบ่งกันเพื่อให้นำมาใส่บาตรที่วัดในวันรุ่งขึ้น รวมถึงแบ่งเอาไว้กิน เพราะมีความเชื่อที่ว่า หากใครที่ได้กินข้าวทิพย์แล้วจะมีแต่ความสุขความเจริญ มีแต่สิ่งที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต เนื่องจากข้าวทิพย์มีส่วนผสมของอาหารทีมีประโยชน์หลายอย่างนำมาผสมรวมกัน จึงเชื่อกันว่าการกินข้าวทิพย์จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

       สำหรับที่มาของประเพณีนี้มีเรื่องเล่าต่อต่อกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมีการเล่ากันว่า พระนางสุชาดา ได้มีการกวนข้าวทิพย์มาใส่บาตรกับพระพุทธเจ้า ซึ่งวันนั้นตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำและวันต่อมาพระพุทธเจ้าก็ตรัสรู้ ชาวบ้านจึงถือว่าข้าวทิพย์นี้เป็นอาหารที่ได้อนิสงห์สูงมาก ดังนั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมาชาวบ้านต่างก็พร้อมใจกันกวนข้าวทิพย์มาถวายพระพุทธเจ้าทุกปีในวันก่อนขึ้น 15 ค่ำของเดือน 10 แต่ต่อมา

มีการเปลี่ยนช่วงเวลา จากการที่ชาวบ้านได้เลิกลาการทำข้าวทิพย์ไปและมาเริ่มนิยมประเพณีกวนข้าวทิพย์กันใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทำให้ปัจจุบันการกวนข้าวทิพย์จึงนิยมมาจัดงานกันในเดือน 12 หรือเดือน 1 นั้นเองโดยแต่ละที่จะยึดจากต้นกล้าที่ กำลังออกรวงข้าวในช่วที่ข้าวกำลังมีน้ำนม

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุน  9luck