ตำนานเขมรแดงบุกโจมตีชายแดนไทย จ.ปราจีนบุรี

เขมรแดงบุกโจมตีชายแดน สำหรับวันนี้เราจะมาเล่าเรื่องการประหารชีวิตที่จังหวัดปราจีนบุรีมาเล่าให้ท่านฟังโดยผู้ที่ถูกประหารในครั้งนี้จะมีด้วยกันอยู่สามคนในระหว่างการประหารชีวิตนั้นปรากฏว่ามีนักโทษรายหนึ่งต้องเปลี่ยนปืนถึงสองครั้งเพราะเมื่อเพชรฆาตเหนี่ยวไกปืนกระสุนไม่ลั่นออกจากลำกล้อง

โดยต้องมีการตรวจค้นตัวของนักโทษที่หลักประหารอย่างละเอียดก็ได้พบของสิ่งหนึ่งได้พกเอาไว้ในตัวเมื่อพี่เลี้ยงได้นำเอาของสิ่งนั้นออกมาจากตัวนักโทษประหารแล้วเพชรฆาตได้ทำการเหนี่ยวไกปืนอีกครั้งหนึ่งผลจะเป็นอย่างไรและสิ่งนั้นคืออะไรผู้ประหารมีสาเหตุมาจากเรื่องใดมาดูกัน

ในวันศุกร์ที่28มกราคม พ.ศ.2520เวลาประมาณ21.45นาฬิกากองกำลังทหารเขมรแดงประมาณ100คนเศษบุกข้ามเขตชายแดนไทยบริเวณอำเภอคลองลึกจังหวัดปราจีนบุรีได้เข้ามาโอบล้อมเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ของทางฝั่งประเทศไทยประกอบไปด้วยตำรวจตะเวนชายแดนเขต2จำนวน15นาย

ซึ่งตำรวจ ส.ภ.อ. คลองลึกจำนวน3นาย จึงได้เกิดเหตุการณ์ยิงปะทะกันอย่างดุดเดือดโยฝั่งไทยเราจะมีกำลังน้อยกว่าหลายเท่าตัวแต่ทุกนายก็ต่อสู้อย่างไม่ถอยพร้อมที่จะตายคาสนามรบเพื่อศักดิ์ศรีของนักรบไทยในระห่างที่ไทยถูกทหารเขมรแดงเปิดฉากโจมตีนั้นนักรบ ตชด. ได้วิทยุแจ้งไปที่ตำรวจโท สมนึก พลสิทธิ์ ผู้บัญชาการ ตชด.เขต2

เพื่อขอความช่วยเหลือให้ส่งกองกำลังมาสนับสนุนโดยด่วนกองกำลัง ตชด. ในฐานเมื่อได้ทราบข่าวว่าเพื่อนักรบไทยได้ถูกทหารต่างชาติบุกโจมตีก็รีบส่งกำลังเสริมเดินทางไปช่วยเหลือในทันที

เมื่อได้ไปถึงพวกเขมรแดงได้ล่าถอยออกไปแล้วโดยมี ตชด. และตำรวจคลองลึกได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งส่วนฝ่ายเขมรแดงคาดว่าได้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหลายคนแต่ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่การสู้รบในช่วงเวลากลางคืนได้จึงวางกำลังตั้งมั่นในฐานเอาไว้ป้องกันการโจมตีซ้ำอีก

นอกจากนี้ในเวลาประมาณ23.00นาฬิกากองกำลังเขมรแดงได้บุกเข้าโจมตีฝั่งไทยเป็นครั้งที่2ในครั้งนี้ฝ่ายทางเขมรแดงได้รับการตอบโต้อย่างหนัก

เนื่องจากว่า ตชด. ได้มีรถเกราะเสริมกำลังและมีเฮลิคอปเตอร์กันชิปอีกหนึ่งลำได้เข้าร่วมโจมตีตอบโต้ฝั่งเขมรแดงอย่างหนักหน่วงจนแตกเข้าฝั่งเขมรแดงไปโดยได้ช่วยลากผู้บาดเจ็บและตายเอากลับไปด้วยจำนวนมากหลังจากที่ได้สู้รบกันมานาน2ชั่วโมง

ดังนั้นในวันเสาร์ที่29มกราคมพ.ศ.2520 เวลาประมาณ1นาฬิกาหลังเสียงปืนสงบได้ทำการสำรวจความเสียหายของฝ่ายไทยพบว่ามีผู้เสียชีวิต1นายชื่อจ่าสิบตำรวจ พิมภรณ์ แก้วพันเป็นเจ้าหน้าที่ของ ส.ภ.อ. คลองลึกและมีผู้บาดเจ็บอีกสิบนาย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  WM Casino

ปัจจัยแห่งการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เราอาจจะพูดได้ว่าสหภาพโซเวียตได้เป็นประเทศที่รบกับเยอรมันและได้สูญเสียกำลังทั้งทหารและพลเรือนมากที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สองน่าแปลกมากที่โซเวียตในช่วงนั้นไม่ได้เป็นฝ่ายอักษะทั้งๆที่เซ็นสัญญากันไปในระดับหนึ่งแล้วเรื่องนี้หลายฝ่ายยังได้บอกอีกว่าเป็นเพราะไอเดียที่ฮิตเลอร์บอกว่าโลกนี้ต้องเป้นของคนชนเผ่าอารยันเท่านั้นที่เป็นปัญหา

ซึ่งเป็นเพราะว่า นาซี มองว่าชาวสลาฟที่เป็นคนส่วนใหญ่ของโซเวียต

ก็ไม่ต่างอะไรกับชาวยิว “ ฮิตเลอร์ “ ไม่ได้ต้องการล้างเผ่าพันธุ์เฉพาะคนยิวชนเผ่าอื่นๆที่ไม่ได้เป็นอารยันก็จะอยู่ในลิสต์เช่นเดียวกันกลุ่มคนที่เราอาจจะรู้จัดในนามของยิปซีหรือชื่อจริงๆของเขาก็คือ “ โรมานี่ หรือ รอม “ ได้เป็นชนเผ่าเร่ร่อนในยุโรปก็ถูกนาซีเยอรมันจับเข้าค่ายและได้สังหหารไปกว่า1ล้าน5แสนคนเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้เอาเข้าจริงๆแล้ว ถ้า “ฮิตเลอร์”ทำสำเร็จประมาณ90%ของคนที่อ่านบทความนี้อยู่ก็อาจจะไม่ได้อยู่ตรงนี้ก็ได้คิดแล้วก็ขนลุกกลับมาที่ปัจจัยแห่งการสิ้นสุงสงครามโลกครั้งที่สองนั่นก็คือสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเข้าร่วมสงครามจนได้ในช่วงเดือนธันวาคม1941หลังจากที่ญี่ปุ่นได้โจมตีเพิร์ลฮาเบอร์อย่างไม่มีใครคาดฝัน

ด้วยเหตุผลก็คือญี่ปุ่นเชื่อว่า ญี่ปุ่นเขาคิดว่ายังไงก็เลี่ยงสงครามในมหาสมุทรแปซิกฟิกกับอเมริกาไม่ได้ก็เลยชิงโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์ก่อนเพื่อตัดกำลังจะทำให้ชนะสงครามได้แต่ผลก็คือพออเมริกาประกาศสงครามกับญี่ปุ่นเยอรมันก็ประกาศสงครามกับอเมริกาด้วย

ดังนั้นอเมริกาก็เลยส่งกำลังไปรบในยุโรปเช่นกัน

เป็นการพลิกความได้เปรียบของแนวรบทางตะวันตกของฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างมากอย่างไรก็ตามช่วงก่อนหน้านั้นสหรัฐอเมริกาก็มีบทบาทสูงมากอยู่แล้วก็คือส่งอาวุธและเสบียงให้อังกฤษอย่างต่อเนื่องผ่านมหาสมุทรแอตแลนติก

โดยเยอรมมันเองก็พยายามใช้เรือดำน้ำตัดกำลังแต่ก็ล้มเหลวเพราะสุดท้ายมีการถอดรหัสลับที่ฝ่ายอักษะใช้สือสารกันที่เรีกว่าอีนิกม่าได้จึงทำให้เรือดำน้ำไม่อันตรายอีกต่อไป “ ต้องขอบคุณนาย อลัน ทัวริ่ง “ นักคณิคศาสตร์ชาวอังกฤษที่ถอดรหัสได้สำเร็จทำให้ลดความเสียหายของชีวิตคนได้มากมาย

คราวนี้เรามาดูกันที่ปัญหาของอิตาลีกันบ้างดีกว่านั่นก็คือประชาชนเริ่มจะเหม็นเบื่อไม่เอาเผด็จการ มุสโซลินี แล้วไม่ใช่แค่ประชาชนเท่านั้นที่เลิกสนับสนุนแต่พวกเดียวกันก็เริ่มจะไม่เอาด้วยอยู่เหมือนกันความนิยมของเบนิโต มุสโซลินีตกต่ำสุดๆเลยถามว่าเพราะอะไรก็เพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดีทรัพยากรก็หมดไปกับสงครามความนิยมในตัว มุสโซลินีในพรรคฟาสซิตส์ก็แย่ลงด้วย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.  aesexy

ประวัติวัดพระศรีอารย์  จังหวัดราชบุรี 

       สำหรับใครที่เคยเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดราชบุรี อาจจะเคยได้ยินชื่อ หรือเคยไปเที่ยวไหว้พระที่วัดพระศรีอารย์กันมาบ้างแล้ว ประวัติวัดพระศรีอารย์ เพราะวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากในจังหวัดราชบุรี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุโบสถที่มีการสร้างเอาไว้สวยงาม ทาสีทองเหลืองอร่ามตา  สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกลไกล 

        อย่างไรก็ตามก่อนที่วัดแห่งนี้จะมาเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใน unseen ของจังหวัดราชบุรีนั้นก็มีประวัติเก่าแก่ยาวนานอายุเกินกว่า 300 ปีแล้ว ประวัติวัดพระศรีอารย์ ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของประวัติของวัดพระศรีอารย์ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางไปเที่ยวที่วัดแห่งนี้ให้ทราบกัน

         สำหรับวัดพระศรีอารย์แห่งนี้นั้นแต่เดิมสันนิษฐานกันเอาไว้ว่าน่าจะมีการสร้างมาตั้งแต่ช่วงประมาณพ.ศปี 2275 ซึ่งเป็นช่วงสมัยปลายของกรุงศรีอยุธยาแล้วและก่อนหน้าที่จะมีการตั้งเป็นชื่อวัดพระศรีอารย์นั้นวัดแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าวัดสระอาน  เนื่องจากว่าวัดแห่งนี้นั้นมีอายุเก่าแก่มาแล้วหลายร้อยปีทำให้วัดแห่งนี้เป็นวัดร้างที่ไม่มีพระภิกษุสงฆ์มาอาศัยอยู่

       จนกระทั่งมาถึงช่วงประมาณปีพศ 2475   ได้มีพระภิกษุสงฆ์เดินธุดงค์ผ่านมาที่วัดร้างแห่งนี้หลังจากนั้นก็เข้ามาปฏิบัติธรรมและมาทำความสะอาดวัด  หลังจากนั้นชาวบ้านต่างก็พากันมาทำบุญที่วัดแห่งนี้หลังจากนั้นจึงเริ่มมีพระภิกษุสงฆ์เดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้เรื่อยๆจนวัดแห่งนี้กลายเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน

     เนื่องจากว่าตัววัดแห่งนี้นั้นก็มีความเก่าแก่โบราณ และชาวบ้านก็ให้ความเคารพนับถือโดยมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดหลายรูปด้วยกันอย่างไรก็ตามหลังจากที่วัดแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นชาวบ้านพากันมาทำบุญเยอะขึ้นมีพระสงฆ์จำพรรษาที่วัดแห่งนี้มากยิ่งขึ้นหลังจากนั้นชาวบ้านก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อวัดกันใหม่ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อวัดเมื่อช่วงประมาณปีพศ 2500 เดิมที่ใช้เป็นชื่อวัดสะอาดก็เปลี่ยนมาเป็นวัดพระศรีอารย์นั่นเอง 

        หลังจากมีการเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ก็มีการสร้างอุโบสถขึ้นมาซึ่งอุโบสถแห่งใหม่นี้ก็ได้แรงศรัทธาของชาวบ้านช่วยกันสร้างจนเป็นอุโบสถที่มีชื่อเสียงโด่งดังในจังหวัดราชบุรีตั้งชื่ออุโบสถแห่งนี้ว่าอุโบสถทองคำร้อยล้านนอกจากนี้ยังได้มีการไปนำต้นสาละมาจากประเทศอินเดียมาปลูกภายใต้บริเวณวัดพระศรีอารย์แห่งนี้อีกด้วย  

         อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านยังคงเลื่อมใสศรัทธาวัดแห่งนี้ไม่เสื่อมคลายนั่นก็เพราะว่าหลังจากที่หลวงพ่อขันซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ได้มีการลากสังขารไปแล้วปรากฏว่าร่างของท่านนั้นไม่เน่าไม่เปื่อยบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและชาวบ้านจึงได้นำร่างของหลวงพ่อขันไปใส่โลงแก้วเอาไว้เพื่อให้ชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดแห่งนี้ได้พากันกราบไหว้ขอพรรวมถึงให้ระลึกถึงคุณงามความดีของหลวงพ่อขันนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.  สูตรหวยยี่กี 2ตัวล่าง lottovip

เกิดอะไรขึ้นบ้างในสงครามโลกครั้งที่2?

เมื่อได้ประกาศสงครามแล้วประเทศที่ได้เป็นอาณานิคมก็จะต้องเข้าสู้สงครามอีกด้วยในแนวรบก็เกิดขึ้นทั้งในแอฟริกาเหนือตะวันออกกลางที่มีประเทศในอาณานิคมของยุโรปมากมาย

ซึ่งสำหรับประเทศต่างเดินมันก็สูงขึ้นมาเพราะอาวุธสมัยใหม่ทั้งรถถังเครื่องบินและก็เรือต้องการทรัพยากรที่มากขึ้นนั่นก็คือน้ำมันนั่นเองที่มีอยู่มากที่สุดในตะวันออกกลาง

ส่วนสาเหตุที่เยอรมันกล้าเข้าบุกโรปแลนด์ทั้งที่รู้ว่านี่จะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะก่อให้เกิดสงครามใหญ่แต่ที่ยังกล้าก็เป็นเพราะว่าเยอรมันได้แอบส่งคนไปเจรจาตกลงกับสหภาพโซเวียตเรียบร้อยแล้วเรียกว่ากติกาสัญญาโมโลตอฟรับเบินทร็อพ

ซึ่งได้มีเนื้อหาว่าทั้งสองประเทศจะไม่รบกันเองโดยได้ตกลงกันว่าต่างคนต่างจะไม่บุกกันเองโดยโวเวียตจะได้ดินแดนโรปแลนด์ไปครึ่งหนึ่งและดินแดนเอสโตเนียรัฐเวสต์เวอร์จิเนียลิททูเวอร์และจะบุกฟินแลนด์ต่อโดยที่เยอรมันจะไม่ก้าวก่ายและโซเวียตเองก็จะไม่ไปยุ่งที่เยอรมันจะเริ่มสงครามกับฝรั่งเศสและอังกฤษเช่นกัน

นอกจากนี้ทางด้านโซเวียตจะไม่ได้เป็นพันธมิตรกันกับเยอรมันแต่เยอรมันนั้นก็เหมือนว่าจะได้ไฟเขียวให้เริ่มสงครามได้เพราะว่าเยอรมันไม่ต้องไปกังวลว่าถ้าเริ่มสงครามแล้วโซเวียตจะไปเข้ากับอังกฤษและฝรั่งเศสและก็จะกลายเป็นว่าเยอรมันจะต้องสู้ศึกสองด้านก็คือด้านตะวันตกและตะวันออก นายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์เขารู้ดีว่าจะไม่มีวันจะชนะเลย

ถึงแม้ว่าจะได้ประกาศสงครามกันแล้วสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นใน8เดือนแรกของการประกาศสงครามก็ยังไม่ใช่สงครามอย่างเต็มรูปแบบเราได้เรียกช่วงนี้ว่า Phoney War หรือ สงครามลวงคือไม่มีการเผชิญหน้ากันด้วยกำลังทหารขนาดใหญ่อังกฤษยังพยายามที่จะหาวิธีที่จะกันสงครามให้ห่างจากบ้านเกิดให้ได้มากที่สุดเริ่มจากอังกฤษได้ใช้วิธีโปรยใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อใส่เยอรมมันบ้างและพยายามที่จะตัดกำลังโดยพยายามที่จะปิดน่านน้ำไม่ให้ประเทศที่เป็นกลางแบบสวีเดนแล้วก็นอร์เวย์ขายทรัพยากรที่สำคัญเช่นแร่เหล็กให้เยอรมันซึ่งสุดทายแล้วก็ล้มเหลวซึ่งนาซีก็ได้ตัดสินใจได้ใช้กองกำลังยึดนอร์เวย์ไปในที่สุด

สงครามหลวงได้จบลงในเดือนพฤษภาคมปี1940กองทัพนาซีได้บุกเบลเยียมเพื่อจะเบิกทางเข้าสู่ฝรั่งเศสซึ่งได้เป็นการบบุกที่รวดเร็วมาก เบลเยียมได้แตกใน18วันและฝรั่งเศสก็ได้พ่ายแพ้ต่อเยอรมันภายในเวลาเพียง6สัปดาห์เท่านั้น

ทั้งนี้เหตุผลหลักๆเลยก็คือความล่าหลังทางยุทโธปกรณ์และความไม่พร้อมที่จะรบของกองทัพฝรั่งเศสเหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของความพยายามทางการทูตที่จะหยุดยั้งสงครามอังกฤษได้เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาเป็น วินสตัน เชอร์ชิล 

ซึ่งได้เป็นฝ่ายที่เห็นด้วยว่าควรจะต้องสู้กับนาซีต่อไปโดยไม่สนว่าฝรั่งเศสนั้นจะแพ้ไปแล้วผิดไปจากรัฐบาลที่แล้วที่แล้วที่พยายามจะหาทางหลีกเลี่ยงสงครามให้ได้มากที่สุดและพยายามจะเจรจาสันธิภาพกับนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ด้วย

ตำนานนางเงือกมันมีอยู่จริงบนโลกหรือไม่?

ตำนานของนางเงือกในแต่ละพื้นที่นั้นมันก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปแต่หนึ่งอย่างที่เหมือนกันแน่ๆเลยคือความโหดและความดุดร้ายของนางเงือกเหมือนกันทุกที่เลยและตรงส่วนนี้มันคือเรื่องเล่าและตำนานในด้านของความเชื่อของนางเงือกแต่ถ้าในมุมมองของความเป็นจริงและในมุมมองของทางด้านวิทยาศาสตร์ถามว่าเขาได้มีความเชื่อกันมั้ยว่านางเงือกนั้นมีอยู่จริง

ถ้าเอาตามข้อมูลที่เราได้ไปค้นหามาจะใช้คำว่าส่วนมากเชื่อว่านางเงือกนั้นมีอยู่จริงและกันเพราะอย่างที่เราได้พูดถึงกันทุกครั้งเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับหรือสิ่งที่ยังไม่สามารถที่จะหาคำตอบในใต้ท้องทะเลได้คือใน ณ ปัจจุบันของเรามนุษย์เราได้สำรวจไปเพียงแค่5-10%ของพื้นที่ทะเลทั้งหมดทั่วโลกได้เพียงแค่นั้นเพราะในยุคปัจจุบันเรา

เราจะต้องยอมรับหนึ่งอย่างว่าไม่ว่าจะเป็นวิธีทยาการหรือสิ่งต่างๆที่มนุษย์เรามีอยู่เราไม่สามารถจะไปสำรวจในพื้นที่ที่เราไปได้ในหลายๆจุดได้ไม่ว่าจะสาเหตุด้วยของยิ่งน้ำลึกเท่าไหร่แรงดันน้ำก็จะยิ่งลึกตามและเรื่องของออกซิเจนยิ่งลึกมากเท่าไหร่ออกซิเจนมันก็จะยิ่งน้อยลงไปตามและนี่ยังไม่รวมถึงพื้นที่เล็กๆน้อยๆที่เรายังไม่สามารถที่จะลงไปทำการสำรวจไปยังจุดต่างๆได้มันเลยยังมีอีกพื้นที่90%ถึง95%ที่เรายังไม่สามารถไปสำรวจได้นั่นเองคุณจะไม่คิดหรือว่าพื้นที่อีกกว่า90ถึง95%นั้นจะไม่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดหรือมีสิ่งมีชีวิตตำนานเหล่านั้นอยู่

แต่

สำหรับเรา เราไม่เชื่อแบบนั้นเพราะตามข้อมูลที่เราได้ไปตามหามาไม่ว่าจะเป็นหลักฐานที่ค้นพบคลิปวีดีโอภาพหรือเศษซากต่างๆที่เขาได้ค้นพบกันมันบ่งบอกได้หลายอย่างมากว่าสิ่งเหล่านี้มันน่าจะมีอยู่จริงบนโลกมันไม่ใช่แค่นางเงือกแต่อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตยุคโบราณหรือสิ่งที่มีชีวิตที่คล้ายกับสัตว์ในเทพนิยายหรือในตำนานต่างๆเราได้เชื่อว่ามันได้มีอยู่จริงๆและจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหลักฐานของนางเงือกและเท่าที่เราได้ไปค้นหามาตรงนี้

ส่วนใหญ่เท่าที่ได้ไปดูมาในโลกของอินเตอร์เน็ตเรากล้าพูดเลยว่ามันได้เป็นของปลอมทั้งหมดเลยแต่มันจะมีอยู่บางคลิปมันจะมีอยู่บางอย่างบางภาพที่เรารู้สึกว่ามันไม่น่าจะใช่ของปลอมและมันไม่น่าจะสามารถปลอมขึ้นมาได้

ยกตัวอย่างคลิปวิดีโอที่เขาได้บอกว่าได้มีนักสำรวจทางทะเลกลุ่มหนึ่งได้นั่งเรือดำน้ำและถ่ายวีดีโอโดยรอบๆในที่ที่เขาได้ดำน้ำลงไปเรื่อยแต่ในขณะที่เขาได้ถ่ายคลิปอยู่ปรากฏว่าได้มีสิ่งมีชีวิตประหลาดว่ายเข้ามาตบกระจกเรือดำน้ำของเขาก่อนที่จะว่ายน้ำหนีไปและเขาได้อัดวีดีโอเอาไว้ด้วย

 

สนับสนุนโดย  dewabet

ตำนานผีกะ 

      ผีกะก็จะเหมือนกันผีปอบ แต่ผีกะเป็นผีของจังหวัดทางภาคเหนือ โดยพวกมันจะเข้าสิงร่างของคน และพวกมันชอบกินของคาว ของดิบสด  สำหรับผีกะนั้นเกิดมาจากคนมีวิชาอาคม เลี้ยงเอาไว้ใช้งาน โดยมักจะเลี้ยงเอาไว้ในหม้อดิน

ซึ่งจะมีผ้ายันสีขาวปิดเอาไว้เพื่อใม่ให้มันออกมาข้างนอก และจะมีการเลี่้ยงด้วยการให้กินไข่ดิบโดยให้กินวันละหนึ่งฟอง  เล่ากันต่อต่อกันมาว่า คนที่ริเริ่มเอาผีกะมาเลี้ยง คือกลุ่มคนที่เป็นนักแสดง พวกลิเก  โดยมีความเชื่อกันว่าหากใครเลี้ยงผีกะเอาไว้ มันจะช่วยเหลือให้คุณ โดยมีการเล่ากันว่าถ้านักแสดงคนไหนหน้าตาขี้เหล่ แต่ถ้าเลี้ยงผีกะเอาไว้พอตอนกลางคืน เหล่าผีกะที่เลี้ยงเอาไว้จะออกมาเลียหน้าทำให้หน้าตาที่ขี้เหล่ สวยขึ้นมาทันที

โดยเชื่อกันว่ายิ่งดึกมากก็จะยิ่งสวยมาก ผีกะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เลี้ยงผีกะดีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์เก่งมันก็จะช่วยเหลือแต่ถ้าหากใครเลี้ยงผีกะแล้วปล่อยทิ้งขว้างให้มันอดมันก็จะทำให้คนที่เลี้ยงกลายเป็นกึ่งคนกึ่งผีเพราะว่ามันจะเข้าสิงร่างแล้วนำร่างกายไปกินอาหารคาว  อาหารสด จำเป็นต้องหาหมอผีมาขับไล่ออกไป  ว่ากันว่ามีผีกะชนิดหนึ่งชื่อว่าผีกะดง

พวกมันมักอาศัยอยู่กันเป็นฝูงและมีความว่องไวแต่ความพิเศษของผีกระดงนั้น  คือน้ำลายของมันสามารถที่จะรักษา อาการบาดเจ็บได้ทุกอย่าง ทำให้ผีกะ เป็นผีที่มีความคงกระพัน เคยมีตำนานเล่าถึงผีกะว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีชายคนรักอยู่แล้วแต่พ่อของฝ่ายหญิงไม่ชอบฝ่ายชายจึงได้ให้ฝ่ายหญิงแต่งงานกับผู้ชายอีกคนซึ่งผู้ชายคนนั้นรู้ว่าเจ้าสาวของตนเองมีคนรักอยู่แล้วก็ได้ให้ลูกน้องมาทำร้ายแฟนเก่าของเจ้าสาว

และนำร่างไปทิ้งเอาไว้ที่กลางป่า ซึ่งชายคนดังกล่าวไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ขอถูกซ้อมอาการสาหัสซึ่งในระหว่างนั้นเองได้มีฝูงพิกัดจำนวนหนึ่งผ่านมาทางชายคนที่บาดเจ็บหนึ่งในจำนวนผีกะจึงได้ลากร่างของชายคนนั้นไปด้วยเพื่อจะเอาไปกินเป็นอาหารแต่จ่าฝูงของผีกะเห็นว่าใจคนดังกล่าวไม่ได้โวยวายร้องขอชีวิตเลยจึงได้สอบถามเหตุผล

ชายหนุ่มจึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เมื่อผีกะได้ฟังดังนั้นก็เกิดความรู้สึกสงสารจึงได้เสนอว่าหากชายหนุ่มยอมรับผีกะเป็นผีประจำตระกูลก็จะช่วยชุบชีวิตให้กับชายหนุ่มและยังจะทำให้ชายหนุ่มได้สมหวังซึ่งหลังจากที่เขา ตอบตกลงเหล่าบรรดาผีกะต่างก็พากันเลียไปที่ร่างของเขาตรงที่มีบาดแผลหลังจากนั้นแผลก็หายเป็นปกติ และฝูงผีกะก็พาชาวหนุ่มไปบ้านงานแต่ง

และพากันไปช่วยเจ้าสาวออกมาได้ หลังจากนั้นผีกะก็ยกทรัพย์สมบัติให้ ซึ่งนับแต่นั้นมาชายหนุ่มก็ทำตามที่เคยรับปากกับผีกะเอาไว้ด้วยการนับถือผีกะเป็นผีประจำตระกูลนับแต่นั้นเป็นต้นมา 

ตำนานของคำชะโนด

 ที่จังหวัดอุดรธานีมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่ชาวบ้านมักจะเดินทางไปเคารพกราบไหว้บูชาองค์พญานาคกันทุกวันซึ่งสถานที่แห่งนั้นคือป่าคำชะโนด

โดยที่ป่าคำชะโนดนี้จะอยู่ในบริเวณพื้นที่วัดนาคินทร์คำชะโนดลักษณะของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะมีลักษณะเป็นเกาะซึ่งมีความกว้างประมาณ 20 ไร่และเหตุผลที่มีการเรียกว่าป่าคำชะโนดได้ก็เพราะว่าที่เกาะแห่งนี้จะเต็มไปด้วยต้นคำชะโนดทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ขึ้นปกคลุมไปทั่วบริเวณเกาะทั้งหมดและบริเวณรอบเกาะจะเต็มไปด้วยน้ำ 

ซึ่งที่วัดนาคินทร์คำชะโนดแห่งนี้ยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านต่างก็พากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรขอโชคลาภซึ่งก็คือศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธในปัจจุบันผู้ที่เดินทางมากราบไหว้ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธนั้นส่วนใหญ่จะมากราบไหว้เพื่อขอโชคลาภขอเลขเด็ดไปซื้อหวยซื้อลอตเตอรี่และเจ้าปู่ศรีสุทโธก็ไม่เคยทำให้เราคอหวยผิดหวังเพราะหลายคนที่เดินทางมาขอหวยที่นี่ก็จะได้รับเลขเด็ดกับไปและถูกรางวัลทุกครั้งไปจะมีผู้คนหลั่งไหลมาทำการขอหวยรัฐบาลแก้บนกันทุกวันไม่ขาดสาย

ส่วนตำนานของคำชะโนดนั้นมีการเชื่อกันว่าที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นสถานที่ของการเชื่อมต่อไปยังเมืองบาดาลซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าพญานาคโดยมีการเชื่อกันว่าหลวงปู่ศรีสุทโธคือหนึ่งในองค์พญานาคที่มีบุญบารมีมากซึ่งหลวงปู่ศรีสุทโธนั้น

จะมีพระมเหสีคือองค์แม่ศรีปทุมมานาคราชเทวี โดยในตำนานเล่าว่าพญานาคที่ชื่อพญานาคราชปู่ศรีสุทโธ  ได้เกิดความเข้าใจผิดกับเจ้าพ่อสุวรรณนาคจึงทำให้เกิดการทะเลาะต่อสู้กันซึ่งมีผลกระทบพื้นโลกสะเทือนเรื่องนี้จึงรู้ไปถึงพระอินทร์ที่อยู่บนสวรรค์ดังนั้นพระอินทร์จึงได้เสด็จลงมาและให้โอวาทจนนาคทั้งสองหยุดต่อสู้กันและให้นาคทั้งสองนั้นต่าง

ก็สร้างแม่น้ำคนละสายชื่อว่าแม่น้ำโขงและแม่น้ำน่านในปัจจุบันนั่นเองซึ่งเงื่อนไขที่พระอินทร์ให้กับหน้าทั้งสองคนในการสร้างแม่น้ำแข่งกันนั่นก็คือหากพญานาคต้นไหนสร้างแม่น้ำเสร็จก่อนแม่น้ำสายนั้นก็จะมีปลาบึกลงไปอยู่ด้วยซึ่งผลปรากฏว่าพญานาคราชปู่ศรีสุทโธสร้างแม่น้ำโขงเสร็จก่อนดังนั้นในปัจจุบันจึงพบว่าในแม่น้ำโขงจะมีปลาบึกอาศัยอยู่

และเมื่อพญานาคล่าศรีสุทโธเป็นฝ่ายชนะพระองค์จึงได้ทรงทูลขอกับพระอินทร์ว่าอยากจะให้มีทางเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับเมืองบาดาลเอาไว้ 3 จุดโดยทั้ง 3 จุดนั้นได้แก่ธาตุหลวงนครซึ่งอยู่ที่เวียงจันทน์ และสถานที่ที่สองก็คือที่หนองคันแท  ส่วนอีกที่ก็คือพี่คําชะโนดนี่เองนั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าที่คำชะโนดคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่พญานาคราชปู่ศรีสุทโธมักจะเดินทางมาอยู่ที่นี่เป็นประจำ ที่ป่าคำชะโนดนี้

จะมีรูปปั้นพญานาคอยู่มากมายและในวันสำคัญสำคัญก็จะมีนางรำมารำถวายหลวงปู่ศรีสุทโธเมื่อไหร่ที่มีการจัดงานก็จะมีผู้คนเป็นจำนวนมากต่างหลายเดินทางเข้ามากราบไหว้เคารพบูชาหลวงปู่ศรีสุทโธกันอย่างไม่ขาดสายซึ่งหลวงปู่ศรีสุทโธจัดว่าเป็นพยานาคชั้นดีเป็นพญานาคชั้นเทพที่คุ้มครองเหล่ามนุษย์ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  BK8

14 ตุลาคมวันมหาวิปโยค

    หากจะพูดถึงเหตุการณ์ที่นักศึกษาพากันร่วมออกมาเดินชุมนุมตามท้องถนน เมื่อนานมาแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงยังจำเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ และเป็นเหตุการณ์ของประวัติศาสต์ชาติไทยในครั้งนั้นได้ นั้นก็คือ 

เหตุการณ์ 14 ตุลาคมหรือเหตุการณ์ที่เราเรียกว่าเป็นวันมหาวิปโยคเป็นเหตุการณ์ที่นักศึกษาต่างพากันรวมตัวร่วมกับประชาชนในประเทศไทยโดยมีจำนวนทั้งสิ้นมากกว่า ห้าแสน คน เอ็งทุกคนมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลจอมเผด็จการ ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงของรัฐบาลจอมพลถนอมกิตติขจรที่นำไปสู่การใช้กำลังของรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม  ปี พ.ศ 2516

โดยมีกลุ่มผู้เสียชีวิต ทั้งหมด 77 รายและบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 857 ราย และยังมีสูญหายอีกเป็นจำนวนมาก การเริ่มมาจากที่จอมพลถนอมกิตติขจร การรัฐประหารตัวเองเมื่อวันที่ 17 เดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ. 2514

ซึ่งบรรดานักศึกษาและประชาชนได้มองว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของตนเอง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่ยังมีการยืดอายุราชการทหารของตนเองให้ดำรงตำแหน่ง การทหารสูงสุดออกไป ประกอบกับข่าวทุจริตในวงการราชการ จึงสร้างความไม่พอใจให้จับกลุ่มประชาชนและนักศึกษาเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 6 เดือนตุลาคม 

มีผู้ร่วมลงชื่อประมาณ 100 คน เธอเรียกร้องขอให้มีรัฐธรรมนูญ ซึ่งผู้ร่วมลงนามนี้ประกอบด้วยบุคคลหลากหลายอาชีพ เช่นนักวิชาการ นักการเมือง นักคิด นักเขียน และกลุ่มนิสิตนักศึกษาเป็นต้น จากนั้นบุคคลเหล่านี้ราว 20 คนนำโดยนายธีรยุทธ บุญมี ได้พากันเดินออกแตกใบปลิวตามสถานที่ต่างๆในกรุงเทพฯ อาทิแถวประตูน้ำ สยามสแควร์

และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลเข้าทำการจับกุมโดยจับกุมได้ทั้งหมดประมาณ 13 คน จึงถูกเรียกขานว่าเป็น 13 ขบถรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้เองที่สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนและนักศึกษาเป็นอย่างมาก จึงนำไปสู่การชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุม และการเดินขบวนครั้งใหญ่ในวันที่ 13 เดือนตุลาคม

โดยมีแกนนำเป็นนักศึกษาและมีประชาชนเข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก ระหว่างนั้นแกนนำนักศึกษาได้เข้าพบเจรจากับรัฐบาล เพียงพอที่จะสลายตัว แต่ด้วยอุปสรรคทางการสื่อสาร จึงเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ร่วมชุมนุม ตรงบริเวณถนนราชวิถีตัดกับถนนพระราม 5 ไปเช้าวันเสาร์ที่ 14 เดือนตุลาคมซึ่งเหตุการณ์ปะทะกันดังกล่าวนี้บานปลายจนเป็นเหตุการณ์จราจล

และลุกลามไปยังท้องสนามหลวง รวมถึงไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และถนนราชดำเนินตลอดสายรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เอามาในเวลาหัวค่ำสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ได้ประกาศว่าจอมพลถนอมขอลาออกจากตำแหน่ง

และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสัญญา  ธรรมศักดิ์ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี จอมพลถนอม , จอมพลประภาส และพันเอกณรงค์ เดินทางออกประเทศซึ่งหลังจากนั้นเหตุการณ์จึงได้สงบลง

5 อับดับข้อมูบที่เกี่ยวข้องกับแก๊งยากูซ่าที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

จำนวนยากูซ่าที่ในประเทศญี่ปุ่น  

ในช่วงปี1960จำนวนยากูซ่าในประเทศญี่ปุ่นได้มีการเติบโตขึ้นเป็นอย่างมากและจากรายการกรมตำรวจได้บอกว่าก็ได้มีจำนวนยากูซ่าเพิ่มสูงถึง184,000คน ซึ่งจะคิดเป็นสครึ่งหนึ่งของจำนวนตำรวจของประเทศญี่ปุ่นและเมื่อในปี2015ที่พึ่งได้ผ่านมาจากผลสำรวจก็ได้พบว่าได้มีจำนวนยากูซ่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียง53,000คน เท่านั้น

แก๊งยากูซ่าในปัจจุบัน  ก็อย่างที่ได้กล่าวออกไปแล้วว่ายากูซ่าที่ได้มีในปัจจุบันได้มีจำนวน53,000คน ซึ่งเราจะสามารถที่จะแบ่งแก๊งยากูซ่าได้เป็น3แก๊งใหญ่ได้แก่ แก๊งยามากุชิ – กุมิ ได้มีจำนวนสมาชิกประมาณ23,400คน หรือ เกือบๆครึ่งหนึ่งของยากูซ่าทั้งหมด แก๊งซุมิโยชิ – กาอิ ได้เป็นแก๊งผู้ที่มีอิทธพลในแทบโอซากาและได้มีจำนวนสมาชิดประมาณ8,500คน และ แก๊งอินางงาวะ – กาอิ ที่ได้มีอิทธพลในแทบโตเกียวและโยโกฮาม่านอกจากนี้ก็ยังมีจำนวนสมาชิก6,600คน

รอยสักและยากูซ่า ก็ได้ถือว่าเป็นของคู่กันซึ่งรอยสักนั้นได้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งของพวกเขาเพราะในการสักนั้นจะต้องเป็นการสักด้วยเหล็กหรือไม้ไผ่แบดั่งเดิมเท่านั้นและก็จะไม่ยินยิมดที่จะให้ใช้เครื่องสักสมัยใหม่โดยเด็ดขาดและซึ่งด้วยการสักด้วยวิธีดั่งเดิมนี้จะใช้เวลาสักนานกว่ามีขั้นตอนมากกว่าและได้มีความเจ็บปวดที่มากกว่านอกจากนี้คนที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นจะพยายามที่จะหลีกเลี่ยงในการสักเพราะอาจจะทำให้คนอื่นได้เข้าใจผิดว่าพวกเขานั้นเป็นสมาชิดของแก๊งยากูซ่า

การตัดนิ้วแทนการคำขอโทษ  ในการตัดนิ้วเพื่อที่แสดงการขอโทษก็ถือว่าได้เป็นอีกหนึ่งประเพณีของยากูซ่าที่ไดเปฏิบัติและสืบทอดกันมา ซึ่งพวกเขาก็ได้เรียกชื่อนี้ว่า ประเทณียูบิซึเนะ ซึ่งด้วยวิธีการก็คือเมื่อคุณได้กระทำในความผิดในครั้งแรกคุณก็จะต้องถูกตัดนิ้วก้อยยที่ข้างซ้าน 1 ข้อ และได้ห่อมันด้วยกระดษาจากนั้นจะต้องนำเอามันไปส่งให้กับหัวหน้าของคุณเพื่อที่จะได้เป็นการแสดงสำนึกผิดและยังเป็นการที่จะขอให้หัวหน้ายกโทษให้กับคุณ

หน้าที่ของยากูซ่า  ยากูซ่านั้นได้มีความเกี่ยวพันกับอาชญากรรมที่หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยาเสพติด การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน การค้าอาวุธ หรือ การปล่อยเงินกู้ และ นอกจากนี้ ยากูซ่านั้นก็ยังมีทีมที่คอยจับตาคนดังจกแวดวงต่างๆและคอยเก็บข้อมูลของพวกเขาเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอและเมื่อไหร่ก็ตามที่แก๊งยากูซ่าต้องการที่จะรีบไถ่เงินพวกเขาก็จะได้นำเอาข้อมูลจากเหล่านนี้เอาออกมาข่มขู่และถ้าหากว่าเหยื่อนนั้นไม่ยอมทำตามข้อมูลดำมืดของพวกเขาก็จะถูกเผบแพร่ออกไปสู่สาธารณะชน

2เรื่องที่จะต้องรู้กับเกาหลีเหนือ

เรื่องลับที่เกี่ยวกับเกาหลีเหนือที่ผู้คนทั่วโลกไม่เคยรู้เมื่อได้พูดถึงประเทศเกาหลีหลายคนก็คงจะนึกคิดดาราหลายๆคนที่ขาวสูงหน้าตาดีหรือแม้กระทั่งอาหารที่ได้ขึ้นชื่นอย่างกินจิแต่ถ้าหากพูดถึงว่าคุณรู้อะไรบ้างที่เกี่ยวกับเกาหลีเหนือแล้วละก็หลายคนก็คงจะนึกอะไรไม่ออกเลยหรืออย่างมากก็คงจะนึกถึงคิมจองอึนประธานาธิบดีเกาหลีเหนือที่เป็นที่เคารพรักของชาวเกาหลีเหนือแต่เป็นผู้ที่น่าเกลียดสำหรับชาวโลก 

การขายอาวุธสงครามในตลาดมืดนอกจากที่ได้โกงประกันแล้วยูเอนยังได้กล่าวหาเกาหลีเหนือด้วยอีกว่าเกาหลีเหนือนั้นยังได้ค้าขายอาวุธเถื่อนและเคโนโลยีนิวเคลียร์ให้แก่ประเทศในกลุ่มแอฟริกาและตะวันออกกลางยกตัวอย่างในปี2012ยูเอนยังได้กล่าวหาว่าเกาหลีเหนือนั้นยังได้ส่งหน่วยรบเพื่อไปรบไปยังที่ประเทศซีเรียเพื่อที่จะเอาไว้ใช้ผลิตขีปนาวุธ

และยังรวมไปถึงปี2009เกาหลีเหนือนั้นก็ยังได้ส่งหน่วยรบและส่วนประกอบไปให้ยังที่ประเทศอหร่านคองโกรวมไปถึงรถถังที่อยู่ในยุคโซเวียตอีกด้วยและในต่อมายูเอนก็ได้ลงโทษฟังไม่ให้เกาหลีเหนือค้าขายหรือทำการค้านเทคโนโลยีมิสซายให้แก่ประเทศอื่น แต่เกาหลีเหนือกับได้อ้างขึ้นมาว่าในการที่ลงโทษของยูเอนนั้นมันผิดกฏหมายเกาหลีเหนือจะทำอะไรตามที่ตนเองนั้นต้องการก็ได้และนอกจากนี้เงินที่ได้มานั้นจากการค้าขายด้านอาวุธสงครามนั้นมันไหลเข้ามาจากคิมจองอิลมากกว่าที่จะนำเอาเงินไปซื้ออาหารให้ประชาชนเสียอีก

การใช้ไฟฟ้า

เมืองหลวงเปียงยางในประเทศเกาหลีเหนือเรียกได้ว่าเป็นเมืองกรุงของเกาหลีเหนืออย่างแท้จริงประชาชนนั้นได้ใช้ชีวิตในความเป็นอยู่ที่หรูหลา หรูหลาในที่นี้หมายถึงกินดีอยู่ดีไปกว่าเมืองอื่นๆเท่านั้นแต่พวกเขานั้นก็ยังอยู่แบบอดๆยากๆอยู่ดีมีผู้คนที่อยู่อาศัยประมาณ3ล้านคนเท่านั้นที่จะได้เข้าถึงไฟฟ้าและสามารถที่จะใช้มมันได้ไม่ถึง1ถึง2ชั่วโมงต่อวันโดยเฉพาะในหน้าหนาวโรงไฟฟ้านั้นจึงไม่สามารถที่จะให้พลังงานให้ได้อย่างเต็มที่จึงได้ทำให้ประชาชนจำนวนมากจะต้องประสบกับภัยหนาวที่ได้ติดลบไปกว่า18องศาเซลเซียส

และแน่นอนแล้วละว่าด้านประชาชนที่อยู่อาศัยข้างนอกกรุงเปียงยางซึ่งที่ไม่มีไฟฟ้าจะใช้และก็ต้องประเชิญกับภัยหนาวอย่างเพียงลำพังและดาวเทียมที่ได้บินผ่านที่ประเทศของเกาหลีเหนือนั้นก็ยังได้สะท้อนให้เห็นด้วยว่าแสงไฟที่จากประเทศจีนและด้านของเกาหลีใต้ในยามค่ำคืนมันชังได้แตกต่างไปจากประเทศเกาหลีเหนือซึ่งที่ไม่มีไฟฟ้าส่องสะว่างในช่วงกลางคืน