คอมมิวนิสต์หมายความว่าอย่างไร?

ระบบคอมมิวนิสต์ถ้าสมัยก่อนนั้นได้ออกมาพูดกันแบบนี้ก็ไม่วายที่จะถูกจับได้แต่ว่าเรายังโชคดียังอยู่ในยุคEnlightenmentยุคแห่งปัญญาเราสามารถศึกษาหาความรู้ได้ไม่ต้องกังวลไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาจับ

ซึ่งเราจะมาพูดกันในเรื่องของระบอบคอมมิวนิสต์กันเรามาดูกันว่าทำไมในยุคหนึ่งการเป็นคอมมิวนิสต์ทำไมถึงได้น่ากลัวทำไมเขาหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ถึงได้ใช้เป็นเครื่องมือในการป้ายสีคนอื่นได้นี่มันคือเรื่องจริงโรคกลัวคอมมิวนิสต์เป็นกันทั่วโลกกลัวมากสะจนฆ่ากันเองตายกว่าฆ่าคอมมิวนิสต์จริงๆซะอีก

คำว่าคอมมิวนิสต์ว่ากันหยาบๆก็มาจากคำว่าCommunouนี่มาจากภาษาฝรั่งเศสภาษาละตินภาษาอังกฤษก็คือคำพื้นๆในภาษาทางยุโรปของเขาแปลว่ากลุ่มคนการรวมกลุ่มของคนการอยู่ร่วมกันของคนโดยจะมีการแบ่งปันทรัพย์สิน พื้นที่ ทรัพยากรร่วมกัน

ซึ่งในแต่ละกลุ่มก็ไม่จำเป็นจะต้องมีวิธีเหมือนกันก็คือเรียกว่ามันเป็นConceptกว้างๆในการอยู่ร่วมกันดีกว่าอุดมการณ์คอมมิวนิสต์อันแท้ทรูนั้นเป็นอุดมการที่เกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจเป็นอย่างมากมีหลักการที่ฟังดูง่ายแต่ที่จริงแล้วAdvanceมากๆนั่นก็คือไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไรทั้งสิ้นและทุกคนนั้นได้เป็นเจ้าของทุกอย่าง

สมบัติทุกอย่างเป็นของส่วนรวมทุกคนทำเพื่อส่วนรวมเพราะส่วนรวมคือทุกคนKeywordก็คือการยกเลิกกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลของทุกอย่างเป็นของทุกคนเอาออกมากองรวมกันแล้วทุกคนก็ทำงานมาได้อะไรมาก็มากองรวมกันอีกด้วยเหตุผลและสติปัญญาอันล้ำเหลือของมนุษย์ทรัพย์สินและผลประโยชน์ทั้งหลายก็จะถูกนำมาแบ่งปันกันอย่างเท่าเทียมและทุกคนก็จะมีความสุขไม่มีใครได้เปรียบไม่มีใครเสียเปรียบไม่มีใครต้องอกยากไม่มีใครกอบโกยทรัพยากรไปเก็บเอาไว้มากๆคนเดียวเรียกว่าเป็นสังคมในอุดมคตินั่นเอง

ไอเดียนี้เกิดขึ้นมาจากความเชื่อที่ว่าคนบนโลกมี2ประเภทก็คือ พวกที่ถือครองทรัพยากร หรือ เรียกง่ายๆว่านายทุน หรือพวกที่ใช้แรกงงานหรือเรียกว่า ชนชั้นกรรมาชีพนายทุนเอาเปรียบแรงงานให้แรงงานทำงานหนักแลกเงินเพียงแค่เล็กน้อยนายทุนก็เอาเงินมาต่อเงินแล้วก็รวยเอาๆแรงงานก็หาเช้ากินค่ำไม่เคยได้ลืมตาอ้าปากแล้วก้ตายไป

นอกจากนี้ที่เป็นส่วนฝั่งตรงข้ามกับลัทธิคอมมิวนิสต์นั่นก็คือฝ่ายที่เชื่อในทุนนิยมเสรีและมีการปกครองในแนวประชาธิปไตย

ซึ่งมักจะมาคู่กันอยู่เสมอเพราะถ้าเกิดว่าไม่เป็นประชาธิปไตยมันก็เสรีกันอย่างลำบากจะเสรีได้การปกครองต้องเสรีก่อนและพวกทางทุนนิยมเสรีนี่ก็จะเชื่อกันว่าโลกของการทำงานใครทำงานมากก็ได้มากมือใครยาวก็สาวได้สาวไปความรวยมันไม่ใช่ความผิดความจนก็เช่นกัน

ประวัติศาสตร์คอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตง

ประเทศจีนได้ใช้แนวทางในการปฏิวัติอุตสาหกรรมของตัวเองแต่มันก็ยังได้มีปัญหาอยู่นิดนึงคือว่าเหล็กกล้ามันไม่ใช่กระดาษทิชชู่ไงเหล็กกล้านั้นมันจะต้องออกมาจากแร่เหล็กนำเอาไปใส่ในเตาที่มีอุณหภูมิสูงมากๆ

ในระยะเวลาที่ถูกต้องคือเราไม่รู้ว่าเท่าไหร่แต่ว่าไม่ใช่ว่าเราจะใช้เตาเผาถ้วยชายหลังหมู่บ้านได้แต่ว่าไม่ว่ายังไงเราก็จะต้องพยายามใช่ไหมบุคคลจะล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียรนรัฐบาลก็ได้ออกโควต้ากำหนดมาว่าแต่ละหมู๋บ้านในสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นจะต้องผลิตเหล็กกล้าได้คนละเท่าไหร่ท่านประธานก็หารมาเลยว่าในประเทศที่เป็นอุตสาหกรรมแล้วเขาต้องผลิตเหล็กกล้าได้กี่ตันหารกับจำนวนหมู่บ้านในสาธารณรัฐประชาชนจีนก็นั่งแหละจะต้องผลิตออกมาให้ได้ตามนั้นทั้งนี้ ทั้งอุตสาหกรรมเหล็กโอทอปและนารวมจะมีสมาชิกพรรคได้รับการมอบหมายมาให้ดูแลแต่ละหมู่บ้านและกลุ่มปลูกข้าว

นอกจากนี้เรามาดูในเรื่องนารวมกันก่อนนารวมถึงจะได้การตอบรับจากประชาชนค่อนข้างดีแต่เมื่อนำเอามาปฏิบัติจริงๆแล้วก็อุปสรรคที่มักจะพบเสมอในการทำงานกลุ่มนั่นก็คือในที่สุดแล้วคนก็พบว่าจะทำงานหนักหรืออู้งานก็ได้กินข้าวเต็มที่เท่ากันได้วันพักผ่อนเท่ากันได้ส่วนแบ่งของผลิตเท่าๆกันได้นอนบ้านแบบเดียวกันได้ใส่เสื้อผ้าแบบเดียวกันลูกหลานก็ได้รับผลประโยชน์เท่าๆกันแล้วจะทำงานหนักไปทำไมกันเพราะทำไปก็รู้สึกโง่

เพราะว่าคนที่อู้งานทำๆเขี่ยๆก็ได้รับผลตอบแทนเท่าๆกันอย่างนั้นก็ชิลๆดีกกว่านาก็ไม่ใช่ของเราข้าวก็ไม่ใช่ของเราบวกเข้ากับความซวยในช่วงนั้นที่จีนประสบภัยธรรมชาติหนักหน่วงทั้งน้ำท่วมและฝนแล้งจึงทำให้ผลผลิตข้าวได้รับผลกระทบเข้าไปอีกทีนี้พอถึงเวลาที่จะต้องรายงานผลประกอบการคนที่เป็นตัวแทนพรรคที่ได้รับการแต่งตั้งมาดูแลนารวมเหล่านี้ก็เริ่มนอยด์แล้ว

ซึ่งตามนโยบายของพรรคได้ฟันธงออกมาอย่างชัดเจนเลยว่าถ้าผลผลิตไม่ได้ตรงตามเป้าที่ตั้งเอาไว้จะเป็นความผิดของผู้จัดการเหล่านี้แปลว่าผู้จัดการยังทำงานหนักไม่พอและจะโดนทำโทษฟังดูคล้ายๆช่วง7วันอันตรายตอนสงกรานต์เวลาที่รัฐบาลจะกำหนดตัวเลขออกมาว่าจะต้องมีคนตายไม่เกินกี่ศพถ้าตายเกินจะเป็นความผิดของทางผู้ว่า

คราวนี้พอถึงเวลาที่จะต้องรายงานผลประกอบการก็เลยเกิดการตกแต่งบัญชีปริมาณข้าวที่ผลิตได้อย่างยิ่งใหญ่ทุกนารวมผลิตข้าวได้ตามโควต้าหรือเกินโควต้าทุกแห่งเลยรัฐบาลก็ดีใจว่าโครงการได้ผลและจัดการขายข้าวจำนวสนมหาศาลออกไปยังต่างประเทศและข้าวจำนวนมหาศาลที่ว่าคือข้าวเกือบทั้งหมดที่ผลิตได้นั้นแหละส่งออกไปหมดเลยไม่เหลือเอาไว้กินกันในประเทศเลย

 

สนับสนุนโดย  bk8

เหตุการณ์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลก

เมื่อได้กล่าวถึงในยุคกลางของยุโปรนักประวัติศาสตร์ก็ได้กำหนอดช่วงระยะเวลาของเหตุการเมื่อเริ่มตั้งแต่การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตก

ในปีคริสตศักราชที่476จนถึงประมาณคริสตศักราชที่15สภาพดินแดนของยุโรปในยุคนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวายแตกแยกและเป็นอาณาจักรของอารยชนเผ่าต่างๆจึงทำให้ประวัติศาสตร์ในยุคนี้จะเต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งในด้านการเมืองการปกครองเศรษฐกิจและสังคมยุโปรยุคกลางประกอบไปด้วยเรื่องที่สำคัญอยู่หลายด้าน หนึ่งอิทธิพลของคริสต์ศาสนา สองสภาพการเมืองเศรษฐกิจและสังคม สามสงครามคูเสด สี่อารยธรรมของยุคกลาง  

จากประเด็นต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับยุคกลางเรามาดูกันในแต่ละด้านกัน

ด้านแรกเลยก็คืออิทธิพลของคริสต์ศาสนาในยุโรปยุคกลาง คริสต์ศาสนาคือในช่วงต้นของจักรวรรดิโรมันศาสดาคือพระเยซูคริสต์ในช่วงต้นของศาสนาคริสต์ได้เป็นศาสนาต้องห้ามในจักรวรรดิโรมันเลยถูกที่นับถือก็จะถูกตีปราบปรามอย่างรุนแรงจนกระทั่งถึงคริสต์ศตวรรษที่4 ซึ่งได้มีจักรพรรดิคอนสตันไทน์ที่ 1ทรงยอมรับและนับถือศาสนาและเมื่อได้ถึงปีคริสตศักราชที่394จักรพรรดิเทออดอซิที่1ประกาศให้คริศาสนาเป็นศาสนาอาณาจักรและปักฐานมั่นคงในทวีปยุโปร

เมื่อจักรวรรดิโรมันตะวันตกได้ล่มสลายคริสต์ศาสนาก็กลายเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวของสังคมที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายของศึกสงครามระหว่างกลุ่มต่างๆคริสต์ศาสนาจึงได้แผ่อิทธิพลในยุโรปครอบงำในวีถีชีวิตของคนในยุคกลางของยุโรปแทบจะทุกด้านคริสต์ศาสนาก็ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อวีถีชีวิตคนชาวยุโรปในยุคกลางตั้งแต่เกิดจนตายและถือว่าเป็นสถานบันที่ได้มีอำนาจสูงสุดประชาชนคนไหนที่ได้มีความคิดเห็นขัดแย้งก็จะต้องถูกไต่สวนและได้ถูกลงโทษอย่างรุนแรง

การลงโทษแบบทางศาสนาบัพพาชนียกรรมคือเป็นการลงโทษทางศาสนาแก่คนที่ได้คิดต่อต้านหรือใครที่มีความคิดขัดแย้งและด้วยวิธีลงการลงโทษไม่ให้บุคคลนั้นไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาและรวมทั้งห้ามติดต่อกับบุคคลอื่นๆเป็นการลงโทษด้วยการตัดขาดจากศาสนาทั้งชุมชนซึ่งมันได้เป็นการลงโทษประชาชนทั้งดินแดนโบสถ์ในดินแดนน่าจะถูกปิดไม่ให้มีการประกอบการไม่ให้มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในการลงโทษผู้นำแผ่นดินที่ขัดแย้งหรือต่อต้านและเนื่องด้วยสิ่งนี้เองมันเลยทำให้ศาสนจักรได้มีอิทธิพลเหนือกว่าประชาชนทุกระดับในสังคมและเป็นสถานบันที่มีความเข้มแข็งเป็นอย่างมากอีกทั้งยังมีอิทธิพลด้านศาสนาทางการเมืองซึ่งคริสต์ศาสนาได้เข้าทางการเมืองด้วยการอ้างอำนาจในการแต่งตั้งกษัตริย์สันตะปาปารีโอที่3

 

สนับสนุนโดย  entaplay pantip

สงครามระหว่างอเมริกากับสหภาพโซเวียต

หลายคนอาจจะเคยได้ยินหรือว่าได้รับรู้เรื่องราวที่ได้เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชา เมื่อประมาณปี1975-1979 หรือประมาณ40ปีที่แล้วว่ามันได้มีการล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นบางคนก็อาจจะเคยได้ยินคำว่าทุ่งสังหาร หรือ Killing fieldsได้ยินชื่อคุกโตลสเลง ได้ยินคำว่าเขมรแดงหรือ Khmer Rouge และในวันนี้เราจะมาเรียนรู้กันในเรื่องราวและที่มาที่ไปของช่วงเวลาอันสยดสยองที่โหดร้ายนี้กัน 

การสังหารหมู่ในระดับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ได้เกิดขึ้นในกัมพูชาในช่วงนั้นมันได้เป็นการสูญเสียที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการถูกทรมานและการประหารชีวิตเท่านั้นแต่มันยังได้เกิดขึ้นมาจากความอดยากการถูกบังคงให้ไปทำงานอย่างหนักและได้มีการสูญหาย 

ซึ่งในปัจจุบันนี้ตัวเลขของผู้ที่เสียชีวิตที่แน่นอนมันก็ยังไม่ได้มีออกมาให้ได้เห็นกันอย่างเป็นทางการและได้มีบางรายงานได้กล่าวเอาไว้ว่าประมาณของผู้ที่ได้เสียชีวิตนั้นอยู่ที่1.7ล้านคนแต่ก็ยังได้มีบางกลุ่มได้คาดการณ์เอาไว้ว่าน่าจะประมาณ3ล้านคนหากจะคิดเป็นประชากรถึง1ใน4ของประเทศกัมพูชาในตอนนั้นเลย

ซึ่งได้มีผู้ที่เสียชีวิตทั้งประเทศกัมพูชาและมีชาวเวียดนามรวมอยู่ด้วยเช่นกันสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในกัมพูชานช่วงนั้นอันเนื่องมาจากเป็นผลพวงมาจากของสงครามเย็นและสิ่งที่ได้เรียกมันว่าสงครามเย็นนั้นมันเป้นช่วงที่หลังของสงครามโลกครั้งที่สองได้จบลงและโลกมันก็ได้ถูกแบ่งออกไปเป็นสองค่ายก็คือค่ายเสรีนิยม นำโดย สหรัฐอเมริกา และ ค่ายสังคมคอมมิวนิสต์ นำโดยสหภาพโซเวียต

ซึ่งทั้งสองประเทศนี้ก็ได้พยายามที่จะสร้างอิทธิพลเหนือประเทศอื่นๆหรือจะพูดง่ายๆเลยก็คือหาลูกน้องมาอยู่ในค่ายของฝ่ายตัวเองให้ได้มากที่สุดและลูกพี่ใหญ่ทั้งสองจะไม่สู้กันเองแบบซึ่งๆหน้าและเขาจะใช้เป็นการผ่านของสงครามตัวแทนนั่นก็คือสู้กันผ่านประเทศที่เป็นลูกน้อง

นอกจากว่าสงครามตัวแทนระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตมันก็ได้มีอยู่ในหลายๆสงครามยกตัวอย่างเช่น สงครามเกาหลี สงครามที่อัฟกานิสถานหรือจะเป็นสงครามที่ยมคิปปูร์เป็นต้น 

เหตุผลที่ของการทำสงครามตัวแทนนั้นก็คือหนึ่งคานอำนาจซึ่งกันและกันไม่ยอมให้ฝ่ายตรงข้ามได้มีอิทธิพลมากเกินกว่าฝ่ายของตัวและเหตุผลที่สองก็คือถ้าสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตรบกันเองขึ้นมามันจะมีความพังพินาศมากเกินไปกว่าที่ใครจะรับได้

เพราะว่าทั้งสองประเทศนั้นต่างก็ได้มีอาวุธนิวเคลียร์มีระเบิดไฮโดรเจนและก็มีอาวุธที่มีพลังล้างสูงเกินไปจนไม่ควรที่จะนำเอาออกมาใช้มันก็ฟังดูแล้วมันก็มีเหตุผลดีเหมือนกันแต่ทว่าในช่วงเวลาเดียวกันมันดูบ้ามากเลยที่เดียว

 

สนับสนุนโดย  entaplay slot

การปฏิวัติฝรั่งเศสกลายเป็นปฏิวัติที่นองเลือด

ความอดยากก็ได้ทำให้ประชาชนที่ไม่พอใจก็ได้มีการเริ่มก่อการจลาจนในกรุงปารีสร้านขนมปังถูกปล้นบางครั้งเจ้าของร้านก็ถูกจับแขวนคอเพราะชาวบ้านเขาได้เชื่อกันว่ากันตุนข้าวสาลีเอาไว้และจากนั้นก็ได้เริ่มมีความวุ่นวายและความรุนแรงเกิดขึ้นทั่วไป

นอกจากนี้พระเจ้าหลุยส์ที่16ก็พยายามที่จะแก้ปัญหา โดยการเรียกประชุมสภาฐานันดรนั่นก็คือ ขุนนาง พระ และ ประชาชน ซึ่งสภาฐานันดร ก็เป็นสภาที่ปรึกษาที่ตั้งเอาไว้แต่ไม่ได้ใช้ก็คือ ก่อนที่ พระเจ้าหลุยส์ที่16จะเรียกประชุมไม่มีใครเรียกประชุมสภานั้นมาเป็นเวลา175ปี

แต่อย่างไรก็ตาม การเรียกประชุมสภาก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆเพราะทั้งสามฐานันดรก็มีคะแนนเสียงเท่ากันเวลาโหวตมันก็จะตลกมากเพราะพระและขุนนางมีจำนวนประชากรเพียงแค่2%เท่านั้นแต่ฐานันดรที่สามก็คือประชาชนทั่วไป

ซึ่งได้มีจำนวนถึง98%ของประชากรทั้งหมดก็ได้สิทธิ์เท่ากันกับฐานันดรที่1และ2นั่นมันก็หมายความว่า โหวตกี่ครั้งก็แพ้ก็ฝ่ายที่เขาได้อยู่สบายกันอยู่แล้วก็โหวตให้ทุกอย่างเหมือนเดิมต่อไปเพราะไม่ใช่คนที่กำลังจะอดตายและจะต้องเสียภาษีสุดอย่างจนหลังจะหัก

เมื่อรู้สึกว่าการเจรจาไม่เป็นผล ฐานันดรที่3จึงได้ประกาศว่าจะจัดตั้งสภาประชาชนหรือว่า The National Assembly นำโดยเหล่าผู้ที่มีการศึกษานักกฏหมาย และ นักปรัชญาต่างๆ ซึ่งก็ได้มีประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นฐานเสียง

เพื่อที่จะสร้างอำนาจต่อรองกับกษัตริและขุนนางจากนั้นไม่นานหลังจากการก่อตั้งสภาประชาชน พระเจ้าหลุยส์ที่16ก็เรียกทหารมาล้อมรอบกรุงปารีสจึงทำให้ประชาชน เกิดความกลัวว่าผู้ปกครองจะเรียกทหารเข้ามาปราบปรามประชาชน ดังนั้นในวันที่14 กรกฏาคม 1789

ประชาชนจึงได้เข้าปล้นโรงพยาบาลทหารได้ปืนมาเป็นจำนวนมากแต่ด้วยความที่ว่ามีแต่ปืนไม่มีดินปืนประชาชนจึงได้เข้าไปล้อมคุกบาสตีลล์ ซึ่งเป็นคุกที่กษัตริย์ใช้ขังศัตรูและคนที่กระด้างกระเดื่องที่คุบาสตีลล์นี้ได้เชื่อกันว่ามีดินปืนเป็นจำนวนมาก

การที่ได้เข้ายึกคุกสตีลล์เป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงที่เรียกได้ว่าสยดสยองและป่าเถื่อนสุดๆไปเลยของการปฏิวัติฝรั่งเศสนั่นก็คือการที่มีการตัดหัวผู้ดูแลคุกเอามาเสียบไม้แล้วเดินขบวนไปทั่วกรุงปารีส นักประวัติศาสตร์หลายคนได้ให้ความเห็นว่านี่คือจุดเปลี่ยน

สำคัญที่ทำให้การปฏิวัติฝรั่งเศสกลายเป็นปฏิวัติที่นองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งในทั้งนี้แล้วก็เป็นเพราะว่าทางการที่สภาของประชาชนก็ได้เลือกที่จะไม่ประณามความรุนแรงของฝูงชนแต่จะแสดงออกด้วยการเห็นดีเห็นงามกับความรุนแรงในรูปแบบดังกล่าวเรียกว่าสุดท้ายก็ไม่มีใครเบรกใคร

 

สนับสนุนโดย  entaplay เครดิต ฟรี

ดร.มาร์เซล เพททิออตได้สบโอกาสที่จะกอบโกยผลประโยชน์ทุกๆรูปแบบ

ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่2ได้กำลังก่อตัวขึ้นหมอมาร์เซลยังได้เพลิดเพลินกับการใช้อำนาจในมือออกใบมรณะบัตรอันเป็นเท็จให้แก่คนไข้ที่ตายผิดปกติหรือดูมีเงื่อนงำไม่ได้แตกต่างจากเมื่อที่เขายังอยู่ที่เมืองวินเนอม ซิวยองพฤติกรรมที่ต้องสงสัยของมาร์เซลก็ได้สร้างความพอใจให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมากจะมีข่าวลือในด้านไม่ดีเกี่ยวกับตัวเขาที่ได้แพร่ออกไป

ทั่วทั้งเมืองแต่นั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ ดร.มาร์เซล เพททิออต เกิดความรู้สึกหวั่นไหวหรือต้องวิตกกังวลใดๆและเขาก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตากอบโกยผลประโยชน์ทุกๆรูปแบบได้เข้ากระเป๋าตัวเองต่อไป ซึ่งมันดูเหมือนว่ายิ่งหมอมาร์เซลตักตวงผลประโยชน์ได้มากเท่าไหร่ความโลภของเขามันก็ยิ่งเพิ่มเข้าตามไปด้วยใน ปี1940วันที่ ดร.มาร์เซล เพททิออต รอคอยโอกาสที่จะกอบโกยทรัพย์มหาสาร

ก็มาถึง เมื่อสภาวะการของสงครามโลกครั้งที่2ได้ปะทุขึ้นทั่วทั้งแผ่นดินยุโรปกองทัพนาซีภายใต้การนำ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ยกกองกำลังทหารบุกเข้ามาถึงกรุงปารีสได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากทางประเทศฝรั่งเศสยอมจำนน

ซึ่งเป้าหมายแรกของการครอบครองฝรั่งเศสโดยนาซีนั้นก็หนีไม่พ้นการออกไล่ล่าและทำลายร้างคนชาวยิวให้สิ้นซากตามนโยบายของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ที่ได้มีความรังเกียจชาวยิวเป็นอย่างมากพวกนาซีได้ทำการจัดตั้งตำรวจลับในประเทศฝรั่งเศส

โดยได้มีภารกิจหลักคือการออกสืบค้นหาและทำการล่าสังหารกลุ่มคนที่ได้ออกมาต่อต้านพวกนาซีให้สิ้นซากหมดไปรวมถึงจับกุมใครก็ตามที่คาดว่าน่าจะเป็นชาวยิวที่จะส่งตัวไปยังข่ายมรณะหรือได้ส่งตัวไปใช้แรงงานอย่างทารุนที่ค่ายกักกันกว่าจะตายนั่นจึงได้ทำให้พวกชาวยิวที่ได้อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสต่างก็ได้ทยอยหายกันไปเรื่อยๆโดยที่บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้พ่อแม่หรือญาติพี่น้องของตนได้ถูกจับตัวให้ไปอยู่ที่ค่ายมรณะหรือค่ายกักกัน

แล้วความหวาดกลัวต่อความเฮียมโหดของพวกนาซีทำให้ชาวยิวหลายคนต้องการที่จะหนีออกจากประเทศฝรั่งเศสแต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำได้อย่างไรเพราะได้มีตำรวจลับที่คอยไล่ล่าคนชาวยิวเต็มเมืองไปหมด ดร.มาร์เซล เพททิออต

ก็ได้เรงเห็นโอกาสที่เหมาะสมที่จะตักตวงทรัพย์สินอย่างมหาสารจากสถานการณ์การไล่ล่าชีวิตชาวยิว เนื่องจากว่าพวกคนชาวยิวนั้นต่างก็ได้มีสถานะที่ดีและมั่นคงอย่างมากมายที่ต้องการที่จะเข้าชีวิตรอดด้วยการที่จะต้องพาครอบครัวหลบหนีไม่เพียงแต่เท่านั้น

ความตึงเครียดและแรงบีบคั้นทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับชาวยิวก็ยิ่งกระตุ้นให้สันดานดิบของ ดร.มาร์เซล เพททิออต ซึ่งได้หลงไหลในการทารุนกรรมผู้อื่นได้ลุกขึ้นมาอีกครั้งจึงไม่มีโอกาสไหนเหมาะไปมากกว่านี้อีกแล้วที่เขาจะได้ทรัพย์สินเงินทอง

 

สนับสนุนโดย  next88

สัตว์ที่หลงเหลือมาจากสมัย100ล้านปีก่อน

ห้วงมหาสมุทรมันเป็นดินแดนที่ความเร้นลับที่มันยากเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการโลกใต้สมุทรนั้นอีกทั้งมืดสนิทและก็กว้างขวางที่เต็มไปด้วยความอันตราย ก็เลยได้ทำให้ในขณะนี้เหล่านักวิทยาศาสตร์ สามารถได้กระทำการออกตรวจสอบใต้ห้วงมหาสมุทรได้แค่เพียง5/7%เท่านั้น แล้วก็อีก90%นั้นที่ยังมิได้กระทำการสำรวจ

ซึ่งมันอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับที่มันได้หลงเหลือมาจากสมัย100ล้านปี ที่มันได้เข้ามาอาศัยอยู่ก็เป็นไปได้และวันนี้พวกเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่มีชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเลที่มันได้ถูกศึกษาและทำการค้นพบจากภาพดาวเทียม นั้นก็คือ

Giant Shark หรือปลาฉลามยักษ์

นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียประเทศแคนาดา ทั้งนี้ก็ยังได้รับรายงานอีกว่าได้เจอสัตว์ที่ได้มีขนาดใหญ่ที่ได้ขยับเขยื้อนอยู่ใต้ผิวน้ำของอ่าวเปอร์เซียต่อจากนั้นเหล่านัดหมายวิทยาศาสตร์ ก็ได้กระทำการตรวจสอบจากภาพถ่านดาวเทียม โดยกูเกิลต่อจากนั้นมันก็ยังได้ทำให้พวกเขานั้นควรต้องตกอกตกใจกับภาพที่พวกเขานั้นได้เห็นเป็นอันมาก

เพราะว่าเนื่องจากรูปภาพที่มันได้ปรากฎขึ้นมานั้นมันได้เป็นรูปภาพของเจ้าปลาฉลามที่มีขนาดใหญ่ที่คาดการณ์ว่ามันคงจะมีความยาวราวๆถึง70ฟุตกันเลยทีเดียวดังนี้มันก็ยังได้เป็นปลาฉลามที่มีตัวขนาดใหญ่สูงที่สุดเท่าที่ได้เคยมีการเขียนบันทึกมาเพราะเหตุว่ามันได้มีความยาวเพียงแค่ราวๆ60ฟุตเพียงแค่นั้น

ซึ่งก็ได้ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถกำหนดได้ในทันทีเลนว่ามันได้เป็นปลาฉลามอยู่ในสายพันธุ์ไหนกันแน่หรือมีความรู้สึกว่ามันบางครั้งอาจจะเป็นปลาฉลามในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มันได้หลงเหลือมาจากโลกอายุ100ล้านปีมันก็บางครั้งอาจจะเป็นไปได้

ปลาฉลาม Megalodon

นอกนั้นมันก็ยังได้มีเรื่องราวอีกเพียบเลยที่ได้เข้าไปกระทำการสำรวจเพื่อได้พบกับเจ้าปลาฉลามMegalodon โดยคนที่ชำนาญทางด้านของสัตว์ทะเลมันก็ยังคงได้หาหลักฐานของสัตว์ที่มันได้มีชีวิตอยู่ซึ่งจะหาหลักฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับMegalodonที่มันยังได้อาศัยอยู่ในใต้น้ำทะเลระดับลึก

ดังนี้ทางด้านหน่วยชีววิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ที่อยู่ประเทศออสเตรียพวกเขาก็ได้เปิดรูปภาพของเจ้าปลาฉลามMegalodonที่มันได้โดนจับภาพเอาไว้ได้โดยกูเกิล ซึ่งมันไปอยู่ทางด้านชายชายหาดของประเทศออสเตรียแต่ว่าอย่างไรก็ดีมันได้ดูเหมือนกับว่าเป็นปลาฉลามยักษ์อย่างมากแต่ว่าอย่างไรก็ดีก็ย่อมมีคนที่จะโต้แย่งอีกด้วยว่าสิ่งดังกล่าวมาแล้วข้างต้นมันบางทีอาจจะเป็นแค่เพียงผิวทรายที่มันบางทีอาจจะพัดเข้ามาจับกลุ่มกัน

 

สนับสนุนโดย  entaplay line

ตำนานแม่มดวูดู

             อย่างที่เรารู้กันดีว่าเรื่องของพ่อมดแม่มดนั้น มีความเชื่อกันมาช้านานแล้ว และถึงแม้ว่าปัจจุบันความเชื่อเหล่านั้นจะค่อยค่อยลดเลือนหายไปตามกาลเวลาแต่ว่าความเชื่อเหล่านั้นก็ยังคงมีอยู่ ความเชื่อเกี่ยวกับแม่มดนั้นมีกันทุกประเทศไม่ได้ยกเว้นแม้แต่ประเทศ

ที่เราเรียกว่าประเทศที่เจริญแล้วอย่างประเทศอเมริกาก็ตาม ยิ่งโดยเฉพาะในสมัยก่อนที่ประเทศสหรัฐอเมริกายังมีการปกครองระบบทาสกันอยู่ ซึ่งวันเวลาก็ล่วงเลยมาเกินว่าสองร้อยกว่าปีมาแล้ว ซึ่งในสมัยนั้นข้าทาสของคนอเมริกาส่วนใหญ่นั้นเป็นคนผิวดำ  หรือที่เราเรียกว่าชนกลุ่มชาวแอฟริกานั่นเอง สำหรับเรื่องราวของแม่มดวูดูนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่เมือง นิวออร์ลีนส์ 

ซึ่งในปัจจุบันความเชื่อเหล่านี้ยังคงมีอยู่ โดยในตำนานที่มีการเล่าจากรุ่นสู่รุ่นต่อกันมาก็คือ  ที่เมืองนิวออร์ลีนส์นั้น เป็นเมืองที่มีทาสผิวดำเยอะมาก และหนึ่งในทาสผิวดำที่มีชื่อเสียงและเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดเลยก็คือ ทาสที่ชื่อว่า Marrie Laveau  

เธอเป็นหญิงสาวที่แตกต่างจากทาสคนอื่นอื่น เนื่องจากว่าเธอนั้นมีการนำลัทธิเก่าแก่ที่เรียกกันว่า ลัทธิวูดู เข้ามาด้วย ซึ่งลัทธิวูดูนี้ว่ากันว่ามีมานานหลายร้อยปีมาแล้ว ซึ่งลัทธินี้เป็นลัทธิของกลุ่มแม่มด ที่จะคอยสาปแช่งคนที่พวกที่นับถือลัทธินั้นไม่พอใจ ซึ่งคนที่นับถือลัทธินี้นั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่เป็นแม่มดทั้งหลาย สำหรับ Marrie Laveau 

นั้นเธอมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1800 ซึ่งมีประวัติพูดถึงเธอว่า เพื่อนบ้านของเธอมักจะมีการพูดถึง Marrie Laveau  กันว่าเธอนั้นเป็นคนที่สามารถใช้เวทมนต์ได้ และเธอยังมีคำสาปที่สามารถสาปทำร้ายคนและสัตว์ได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามไม่เคยมีเรื่องเล่าออกมาว่าเธอนั้นเคยไปสาปแช่งหรือทำร้ายใครหรือไม่ แต่จากการที่คนเก่าแก่มักจะพูดถึง Marrie Laveau  

ในเรื่องของการเป็นแม่มดที่เก่งกาจและสาปแช่งคนมักจะได้ผลทุกรายไปทำให้ชื่อเสียงของเธอโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหากใครที่ไปเที่ยวที่เมืองนิวออร์ลีนส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วล่ะก็ พวกเขาจะรู้ว่าที่นี่จะมีการพาทัวร์ บ้านหลังหนึ่งชึ่งเชื่อกันว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้น เป็นบ้านของ Marrie Laveau  ตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่

และหากใครที่อยากจะให้วิญญาณของ Marrie Laveau  ช่วยสาปแช่งศัตรูให้ล่ะก็ให้ไปที่บ้านของ Marrie Laveau  แล้วทำการเคาะที่โลงศพของ Marrie Laveau   สามครั้งด้วยกันหลังจากนั้นยังจะต้องหมุนตัวเองในลักษณะของการทวนเข็มนาฬิกาอีกสามรอบ นำเหล้ารัมไปเซ่นไหว้ที่หลุมฝังศพของ Marrie Laveau  เสร็จแล้วให้กระโดดข้ามไปมาอีกสามรอบ

หลังจากนั้นให้ตะโกนเรียกชื่อของเธอและพูดเรื่องที่อยากให้เธอทำให้ วิธีการนี้จะเป็นการที่จะช่วยเรียกวิญญาณของ Marrie Laveau  ให้มาช่วยสาปแช่งคนที่เราอยากจะทำร้ายได้

 

สนับสนุนโดย  rb88 pantip

ตำนานชนเผ่ากินมนุษย์

สำหรับเรื่องราวของชนเผ่าบาเตาะ หรือ มนุษย์กินคนก็ได้มีเรื่องราวมานานกว่า100ปีแล้วชาวบ้านในจังหวัดนราธิวาสก็ยังเชื่อว่ายังมีชนเผ่าบาเตาะมนุษย์กินคนหลงเหลืออยู่จำนวนหนึ่งแต่สำหรับในปัจจุบันมันอาจจะไม่มีทางแล้วมันอาจจะเหลือเป็นเนื้องอกขึ้นมาเป็นติ่งเล็กๆ

ซึ่งชนเผ่าบาเตาะยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันเพราะ เนื่องจากว่าชาวบาเตาะไม่ได้มีเพียงกลุ่ม กลุ่มเดียวแต่เนื่องจากว่าชนเผ่าบาเตาะได้แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆอีกประกอบไปด้วยชนเผ่าโคบาจากคำสัมภาษณ์คนกลุ่มหนึ่งที่ได้เป็นผู้ที่ได้สืบเชื้อสายของบาเตาะมาโดยตรง

แต่ได้เป็นในส่วนของกลุ่มแมนดารินเชื้อสายดินโดนีเซียเราพอจะสรุปๆได้คร่าวๆว่าเผ่าพันธุ์เดิมของเขาจะมีนิสัยที่ดุร้ายและป่าเถื่อน ซึ่งชนเผ่าเหล่านี้เขาจะชอบปลูกผักปลูกผลไม้และอาศัยอยู่ในพื้นที่เย็นๆ ในบรรดากลุ่มต่างๆก็จะมีกลุ่มแมนดารินที่ได้มีการพบมากที่สุดและเขาก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่าชนเผ่าบาเตาะนั้นที่ได้อาสัยอยู่ในป่า บาลา ฮาลา

ในบ้านเราอาจจะเป็นชนเผ่าที่มีชื่อกลุ่มว่ากลุ่มโคบาเพราะเขาได้มีนิสัยรูปประพันสันฐานที่คล้ายกับคนในชุมชนได้เล่าถึงมากที่สุดแต่คนในชุมชนก็ยังได้ให้ข้อมูลอีกว่าการกินเนื้อมนุษย์ของชาวบาเตาะก็จะมีนัยที่สำคัญเขาก็จะกินเนื้อมนุษย์ก็ต่อเมื่อที่พวกเขาไม่มีอะไรกินเท่านั้นไม่ได้กินเป็นประจำทุกๆวันเหมือนอย่างที่เราได้กินเนื้อหมูไก่กัน

เพราะว่าพวกเขาก็ได้มีการกินเนื้อสัตว์เช่นเดียวกันกับพวกเราแต่พวกเขาจะกินเนื้อมนุษย์ก็ต่อเมื่อเขาไม่มีอะไรจะกินแล้วจริงๆหรือเป็นช่วงที่ไม่สามารถที่จะออกล่าสัตว์หรือหาอาหารกินได้เท่านั้น สำหรับคนที่ยังสงสัยว่าพื้นที่อาศัยของชนเผ่าบาเตาะในเขตป่า บาลา ฮาลา จะแบ่งด้วยกันเป็นสอนเขต เขตฮาลาก็จะตั้งอยู่ในจังหวัดยะลา และในเขต บาลา

ก็จะตั้งอยู่ในจังหวัดนราธิวาส นั่นเองพื้นที่ตรงนั้นได้เป็นพื้นที่ที่ได้มีความสลับซับซ้อนได้เป็นเขตร้อนเป็นป่าที่ได้มีความชื่นสูงตลอดทั้งปีและยังมีสัตว์ป่าพื้นเมืองที่หายากมากมายเลยและที่แห่งนี้ได้มีความอุดมสมบูรณ์มากเลยถึงขนาดที่ว่าได้รับฉายาว่าพื้นที่ตรงนี้คือ ป่าอเมซอน แห่งประเทศไทยเลยก็ว่าได้

และก็ยังมีอีกหนึ่งเรื่องราวที่มีความเกี่ยวข้องกับชาวบาเตาะผู้เฒ่าคนนี้เขาได้เล่าให้ฟังว่าลักษณะของบาเตาะจะเหมือนกับมนุษย์เรามันจะแตกต่างกันตรงที่ว่าชนเผ่าบาเตาะนั้นจะมีหางยาวกว่าประมาณ1คืบและมีนิสัยที่ชอบกินเนื้อมนุษย์แบสดๆแบบที่ว่าฉีกกินเลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนโดย  entaplayทางเข้า

สาเหตุที่น้ำในหลุมอุกกาบาตน้ำที่ตกลงมายังเมืองการันกัส

อุกกาบาตการันกัส

หลายวันหลังจากที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้มีการออกมาเตือน เกี่ยวกับคลื่นรังสีที่เป็นอันตราย ซึ่งมันได้ตรงกับรายงานของชาวบ้านแต่นักวิทยาศาสตร์กลุ่มแรกที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้มันก็ยังคงไม่สามารถอธิบายได้ถึงลักษณะของสิ่งที่ปรากฎในเหตุการณ์นี้ได้ โดยเฉพาะฟองที่มันได้เกิดขึ้นมาในหลุมอุกกาบาต ซึ่งในปกติอุกกาบาตหรือวัตถุหรือวัตถุใดๆก็ตาม

เมื่อได้เข้าสู่ชั้นบรรยกาศของโลกแล้วจะมีมวลที่ลดน้อยลงและจากนั้นความร้อนที่มันได้เกิดจากการเสียดสีมันก็จะมีอุณหภูมิที่ต่ำลงแต่ทว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้มันกลับต่างออกไป ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต่างก็ได้ยืนยันว่าอุกกาบาตนี้นี่เองที่ได้เป็นต้นเหตุ

ที่ทำให้น้ำในหลุมร้อนจนถึงจุดเดือด ซึ่งเมื่อได้ทำการวิเคราะห์แล้วจึงได้พบว่าอุกกาบาตนี้มันได้เป็นเพียงอุกกาบาตหินประเภทคอนไดร์ทปกติทั่วไปเท่านั้นและได้เป็น87%ของอุกกาบาตที่ตกลงสู่โลก โดดยมีต้นกำเนิดจากดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ในอวกาศสามดวง

ซึ่งดาวเคราะห์น้อยเหล่านั้นได้อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับอุกกาบาตที่มันได้เคยตกลงสู่โลกในยุคออร์โดวิเชียนที่ทำให้เกิดการระเบิดและทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อ470ล้านปีก่อน ซึ่งอุกกาบาตที่ได้ตกลงมาในการันกัสนี้ถือว่าเป็นอุกกาบาตชนิดเดียวที่ผ่านชั้นบรรยากาศของโลกมาได้โดยที่มวลของมันไม่ได้รับความเสียหายมากเท่าที่มันควรจะเป็นทว่าจากการตรวจสอบด้วย

สเปคโทรกราฟกลับไม่พบข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับอาการป่วยปริศนาที่ได้เกิดขึ้นกับชาวบ้านเพราะว่ามันไม่ได้มีการค้นพบในการปนเปื้อนทางด้านชีววิทยาใดๆเลยทั้งสิ้นและยังปล่อยให้เป็นไปตามหลักการของทางนักวิทยาศาสตร์อีกต่อไปเพื่อหาขอสรุปออกมาให้ได้ว่าสาเหตุมันมาจากจุดใด

คำอธิบายถึงสาเหตุ?

หลังจากสี่วันที่ได้มีการเกิดเหตุการณ์ก็ยังได้มีรายงานเข้ามาว่าชาวบ้านที่ได้มีอาการเจ็บป่วยปริศนาเหล่านั้นพวกชาวบ้านต่างก็ได้มีอาการที่ดีขึ้นแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ยังไม่มีใครที่จะรับรู้ถึงสาเหตุที่แน่นชัดได้อยุ่ดี ซึ่งข้อสรุปที่หลากหลายข้อที่มันดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปได้มันก็ยังคงได้เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ตรงที่จุดเกิดเหตุได้พบว่าได้มีสารหนูตกค้าง

อยู่ในบริเวณนั้นจึงได้สันนิษฐานว่าความร้อนจากอุกกาบาตนั่นเองที่มันได้ทำให้น้ำปนเปื้อนกับสารหนูร้อนจนถึงจุดเดือดและได้ปล่อยไอน้ำที่มีสารหนูปนเปื้อนลอยไปตาอวกาศซึ่งชาวบ้านที่มีอาการป่วยต่างเป็นผู้ที่เข้ามาสำรวจหรือได้อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุทั้งสิ้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ติดต่อ rb88