การสานต่อดนตรีพื้นบ้านไทย

        เกี่ยวกับเรื่องของดนตรีนั้นนับได้ว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งโดยเฉพาะดนตรีพื้นบ้านของไทยนั้นมักจะมีการถ่ายทอดจากปู่ย่าตายายสู่ลูกหลานซึ่งการถ่ายทอดดนตรีพื้นบ้านของไทยโดยปกติแล้วไม่ได้มีการเปิดโต๊ะเรียนให้เราไปนั่งเรียนแต่การถ่ายทอดนั้น

จะเป็นลักษณะการแสดงดนตรีให้ลูกหลานได้ชมและได้ฟังหลังจากนั้นลูกหลานก็จะจดจำการละเล่นวิธีการเล่นการใช้เครื่องดนตรีแล้วนำมาจัดแสดงให้กับคนอื่นได้ดูต่อๆกันมานับได้ว่าเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทยของดนตรีพื้นบ้านไทยแบบปากต่อปากแบบการเห็น

และการช่วยจำแล้วนำมาต่อยอดส่งต่อให้คนอื่นได้รับรู้ถึงศิลปะดนตรีของพื้นบ้านไทยนั่นเองการแสดงเกี่ยวกับเรื่องของดนตรีพื้นบ้านนั้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสนุกสนานช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายเป็นการจัดแสดงให้กับคนในพื้นที่และคนในหมู่บ้านฟัง

ซึ่งถ้าหาคนนอกหมู่บ้านจะเข้ามาชมการแสดงก็สามารถทำได้แต่โดยส่วนใหญ่แล้วการแสดงดนตรีพื้นบ้านไทยมักจะมีการจัดตามงานใหญ่ๆซึ่งปัจจุบันนี้มักจะหาชมได้จากการที่หน่วยงานราชการออกมาจากโครงการต่างๆแล้วนำดนตรีพื้นบ้านมามีการจัดแสดงให้กับประชาชนได้

เข้าไปชมกันเพื่อเป็นการอนุรักษ์และนึกถึงวัฒนธรรมไทยที่เคยมีมาในอดีตซึ่งศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องของดนตรีพื้นบ้านนั้นเราควรจะมีการสืบสานอนุรักษ์เอาไว้เพื่อให้ลูกหลานได้รู้จักกันดังเช่นปัจจุบันนี้ดนตรีพื้นบ้านที่ยังคงมีอยู่ก็คือการร้องเพลงอีแซว  และการร้องเพลงลำตัดซึ่งปัจจุบันมีคณะที่ร้องเพลงดนตรีพื้นบ้านไทยไม่ค่อยเยอะมากนักอย่างที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุด

ในตอนนี้ก็คือ พ่อศรีประจัน ซึ่งท่านมีอายุมากกว่า 71 ปีมาแล้วแต่ก็ยังคงสืบสานวัฒนธรรมเกี่ยวกับดนตรีพื้นบ้านอยู่ยังคงมีการจัดการแสดงหากมีใครสนใจจะจ้างไปแสดงแต่ก็ค่อนข้างที่จะมีคนสนใจในการฟังพวกการร้องลำตัดหรือการร้องอีแซวน้อยลงแล้วซึ่งตอนนี้เราสามารถหาส่งเกี่ยวกับเรื่องของการร้องลำตัดซึ่งเป็นดนตรีพื้นบ้านของไทยได้ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

เนื่องจากว่ายังคงมีคณะการร้องลำตัดที่รับงานว่าจ้างอยู่ดังนั้นถ้าหากใครอยากจะฟังดนตรีพื้นบ้านของไทยว่ามีความไพเราะเพราะพริ้งมากแค่ไหนก็อาจจะหาฟังได้ตามงานหรือปัจจุบันนี้เราสามารถค้นหาเพลงเหล่านั้นได้จาก YouTube หรือจากโลกอินเตอร์เน็ตได้แล้ว

ซึ่งเราสามารถนำเพลงต่างๆเหล่านั้นมาฝั่งและสามารถแชร์ให้กับคนอื่นได้ฟังเกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านของไทยได้อีกด้วยนับได้ว่าเป็นการรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมไทยเกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านของไทยของเรา

 

สนับสนุนโดย.    สูตร ยี่กีเข้าทุกรอบ

ตำนานผีปอบ   

        อีกหนึ่งผีที่ยังคงเป็นที่พูดถึงกันอยู่ในปัจจุบันและเมื่อเล่นนั้นก็ยังมีการลงข่าวเกี่ยวกับผีตัวนี้นั่นก็คือผีปอบนั่นเองโดยส่วนใหญ่แล้วผีปอบนั้น  ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะกิ๊ฟช็อปนี้มีชื่อเสียงมาอย่างช้านานว่ากันว่าผีปอบนั้นจะเป็นใครก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายโดยส่วนใหญ่แล้วผีปอบมักจะเป็นคนในช่วงอายุวัยกลางคนไปจนถึงคนแก่ไม่เคยมีตำนานไหนพูดถึงผีปอบที่เป็นเด็กเลยสักครั้งหนึ่ง

         สำหรับเรื่องของผีปอบนั้นว่ากันว่าอีปอบก็คือชาวบ้านธรรมดาทั่วไปนี่เองแต่ว่าเนื่องจากว่าคนในสมัยโบราณนั้นมีการเรียนวิชาอาคมไสยศาสตร์   มีการนับถือภูตผีปีศาจดังนั้นบุคคลที่กลายมาเป็นผีปอบนั้นก็คือคนที่เรียนวิชาอาคมแล้วทำผิดผีทำไม่ดีจึงทำให้วิชาอาคมนั้นย้อนกลับมาใส่ตนเองกลายมาเป็นผีปอบ 

ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วตำนานเกี่ยวกับเรื่องของผีปอบนั้นจะพบเห็นหรือได้ยินได้ต่างจังหวัดในแถบของภาคอีสานเพียงเท่านั้น   แต่ไม่ใช่ว่าจังหวัดอื่นในประเทศไทยจะไม่มีการพูดถึงเรื่องผีปอบเพียงแต่ว่าต้นกำเนิดจริงๆแล้วผีปอบจะมีต้นกำเนิดมาจากทางแถบภาคอีสานนั่นเอง

          อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องของผีปอบนั้นเชื่อว่าผีปอบก็คือคนที่ถูกคุณไสยเข้าเนื่องจากว่ามีการทำผิดในสิ่งต้องห้ามในวิชาอาคมที่ร่ำเรียนหลังจากนั้นจึงทำให้มีวิญญาณของผีร้ายเข้าสิงและผีร้ายนี้มักจะแสดงให้เราเห็นเลขการกินของสดๆซึ่งไม่ว่าจะเป็นหมูดิบไก่ดิบต่างๆและที่สำคัญอาการของผีปอบก็คือเมื่อเขากินอาหารดิบเข้าไปแล้ว

จะกินในปริมาณที่มากซึ่งไม่ว่าจะกินเยอะแค่ไหนก็ไม่อิ่มสักทีและยังมีการรื้อกันอีกด้วยว่าหากใครที่โดนผีปอบเข้าสิงผีปอบจะอาศัยอยู่ในร่างของคนคนนั้นไม่นานหลังจากที่ผีปอบกินตับไตไส้พุงภายในร่างกายของร่างของคนที่มันเสร็จเรียบร้อยแล้วมันก็จะหาที่อยู่ใหม่เปลี่ยนไปสิงคนอื่นไปเรื่อยๆและคนที่ถูกนะเลิกสินเมื่อไหร่คนคนนั้นก็จะตายฉัน

        ส่วนลักษณะอาการของคนที่ถูกผีปอบเข้าสิงแล้วโดนกินด้านในหมดแล้วหรือกินเครื่องในหมดแล้วเมื่อเวลาตายก็จะเป็นการนอนเหมือนคนปกติธรรมดานั่นเองซึ่งในแถบภาคอีสานเรียกคนที่นอนหลับตายว่าไหลตายโดยระบุว่านี่คืออาการของคนที่ผีปอบออกจากร่างแล้วนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ผู้คนอาจจะยังมีการพูดถึงกันเกี่ยวกับเรื่องของผีปอบกันอย่างแพร่หลายแต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหมู่บ้านต่างจังหวัดซึ่งห่างไกลจากความเจริญมากนัก   และความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของผีปอบของคนรุ่นใหม่นั้นก็ลดน้อยถอยลงไปทุกทีแล้ว

โดยความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของผีปอบนั้นไม่สามารถยืนยันได้จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และนั้นคนส่วนใหญ่สินเชื่อว่าคนที่กินของดิบๆสุกๆนั้นอาจจะมีปัญหามาจากอาการทางจิตมากกว่า ไม่ใช่เกิดจากการถูกผีปอบเข้าสิงนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    aecasino

การทดลองให้คนอดนอนของประเทศรัสเซีย

การทดลองให้คนอดนอนของประเทศรัสเซียหรือRussian Sleep Experiment

สำหรับการทดลองการอกนอนของรัสเซียหรือ Russian Sleep Experiment ตรงนี้ถ้าเอาตามข้อมูลที่มีบันทึกเอาไว้เขาได้บอกเอาไว้ว่าการทดลองในครั้งนี้ได้เป็นการทดลองของรัสเซียในช่วงประมาณปี1940หรือในช่วงปลายของสงครามเย็นที่ในตอนนั้นรัสเซียกำลังปะทะกับสหรัฐอเมริกาอยู่

ซึ่งในตอนนั้นต้องขอบอกก่อนเลยว่ารัสเซียได้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการทดลองอย่างลับๆอยู่ไม่ต่างจากญี่ปุ่นเยอรมันหรือสหรัฐอเมริกาเลยแต่การทดลองของรัสเซียตรงนี้จะแตกต่างจากประเทศเหล่านี้อยู่นั่นก็คือ รัสเซียยังมีความสนใจในอาวุหนักหรือว่าปืนไฟเล่านั้นอยู่

โดยประเทศอื่นๆที่เราได้กล่าวมานั้นเขากลับไปสนใจอาวุทางเคมีชีวะภาพไปทางเชื้อโรคไปทางเกี่ยวกับอาวุนิวเคลียร์กันและในตอนนั้นรัสเซียเขาได้มองว่าอาวุเหล่านั้นมันยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมของมันและยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่สามารถนำเอามาใช้ได้เขาเลยได้ทำการเพ่งเล็งและสนใจไปที่อาวุหนักที่นิยมฮิตกันในปัจจุบันนั่นเอง

นอกจากนี้ในข้อจำกัดในการใช้อาวุธหนักนั้นนั่นก็คือ อาวุธหนักที่เราพูดถึงนี้หรือปืนจะสามารถใช้ได้ในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้นถ้าเกิดว่าในช่วงของมนุษย์เราที่มีอาการง่วงนอนหรือจำเป็นที่จะต้องนอนจริงๆอาวุธเหล่านี้ก็จะเป็นอัมพฤกษ์ไปโดยปริยายเลย

ซึ่งตรงนี้ได้เป็นปัญหาที่ทางรัสเซียเขาจะต้องแก้ไขให้ได้ดังนั้นแล้วปัจจัยในการแก้ไขปัญหาตรงนี้จะมีอยู่สองปัจจัยด้วยกันนั่นก็คือปัจจัยแรกคือการแก้ปัญหาที่อาวุธปืนแน่นอนแล้วว่าในการแก้ไขปัจจัยปืนตรงนี้มันเป้นอะไรที่ค่อนข้างยากมากๆเพราะด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้นต้องขอบอกเลยว่าสามารถพัฒนาอาวุธปืนให้มันถึงขีดจำกัดได้เพียงแค่นั้นไม่สามารถพัฒนาให้มันทันสมัยหรือทำให้มันมีประสิทธิภาพได้มากกว่านั้นแล้ว

เนื่องจากนี้เขาเลยจึงได้ทำการตัดปัจจัยหนึ่งทิ้งออกไปแล้วหันมามองและแก้ปัญหาที่ปัจจัยสองแทนโดยปัจจัยที่สองนั้นก็คือการแก้ปัญหาปัจจัยตรงนี้ที่ตัวผู้ใช้นั่นเองก็อย่างที่บอกไปในตอนแรกคือข้อจำกัดของมนุษย์เราที่ใช้อาวุธหนักนั้นก็คือ มนุษย์เราจำเป็นจะต้องมีการนอนต้องมีการพักผ่อน

ซึ่งในเวลานั้นเป็นเวลาที่จะสามารถโดนบุกโจมตีหรือสามารถโดนทำร้ายได้อย่างง่ายพวกเขาเลยคิดว่าหากพวกเขาจะเอาชนะจุดอ่อนตรงนี้ได้นั่นก็คือ พวกเขาจะต้องทำให้หารของพวกเขาสามารถอดหลับอดนอนและไม่จำเป็นที่จะต้องนอนให้ได้มากกว่า15วันหรือ30วันนั่นเองแต่ตรงนี้อย่างที่บอกไปในตอนแรกเลยคือมันเป็นข้อจำกัดของมนุษย์เราที่จำเป้นต้องนอน

 

สนับสนุนโดย  U12 Sports

ตำนานตุ๊กตากุมารทอง

สำหรับตุ๊กตากุมารทองนั้นเป็นตุ๊กตาที่มีการปั้นกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณแล้วโดยผู้ที่มีการปั้นตุ๊กตากุมารทองต่างก็มีความเชื่อกันว่าตุ๊กตาตัวนี้จะเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณซึ่งวิญญาณนั้นจะเป็นวิญญาณของเด็กและเมื่อนำมาบูชากราบไหว้รวมถึงเลี้ยงดูเหมือนรูปของตนเอง

ก็จะทำให้กุมารนั้นให้คุณกับคนที่เลี้ยงดูเป็นอย่างดีโดยถ้าหากใครเลี้ยงกุมารได้ดีกุมารกินอิ่มนอนหลับก็จะช่วยให้คนในครอบครัวนั้นประสบกับความสุขมีเงินทองไหลมาเทมาแต่ถ้าหากใครเลี้ยงกุมารไม่ดีให้อดมื้อกินมื้อก็จะทำให้คนที่เลี้ยงกุมารนั้นไม่ประสบความสำเร็จ

สำหรับรูปแบบของกุมารทองในปัจจุบันนั้นเรามักจะเห็นได้ว่ารูปปั้นของกุมารทองนั้นมีหลายแบบแต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีการปั้นให้เป็นเด็กหน้าตาน่ารักโดยจะมีการใส่จงกระเบนมีสีสันสวยงามส่วนตัวเสื้อนั้นไม่ใส่แต่จะใส่เป็น 2 วันที่สำคัญทรงผมที่ไว้ก็จะเป็นทรงผมจุก

ซึ่งกุมารจะมีสองตัวนั่นก็คือกุมารเงินและกุมารทองโดยความเชื่อนี้หากใครมีการเลี้ยงกุมารเงินและกุมารทองไว้ก็จะช่วยให้มีทรัพย์สมบัติมากมายมีทรัพย์สินร่ำรวยเพราะกุมารจะช่วยเรียกทรัพย์เข้าบ้านให้นั่นเองแต่การเลี้ยงดูกุมารนั้นจะต้องมีการซื้อหาเสื้อผ้ามาถวายรวมถึงซื้อของเล่นมาถวายให้กับกุมารและที่สำคัญก็ต้องมีอาหารถวายกุมาร

และเมื่อเราจะเดินทางไปที่ไหนก็จะต้องมีการบอกกล่าวกุมารให้รีบรับทราบและชวนกุมารให้เดินทางไปกับเราด้วยหากเรามีการท่องเที่ยวหรือไปที่ไหน สำหรับความเชื่อของกุมารทองนั้นมีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์โดยว่ากันว่าความเชื่อนี้มาจากนวนิยายเรื่องขุนช้างขุนแผนซึ่งในนวนิยายนั้นจะเห็นว่าผู้ที่สร้างกุมารทองขึ้นมานั่นก็คือขุนแผน

โดยขุนแผนนั้นได้ฆ่าภรรยาของตนเองจนเสียชีวิตเพราะเขาจับได้ว่าภรรยาของเขานั้นจะลอบฆ่าเขาซึ่งภรรยาของเขาขนาดนั้นกำลังท้องลูกของคุณแผนอยู่เมื่อคุณแผนฆ่าภรรยาทิ้งก็ได้มีการผ่าท้องของภรรยาออกแล้วนำศพของทารกออกมาสร้างเป็นตุ๊กตาที่ชื่อว่ากุมารเงินกุมารทองนั่นเอง

สำหรับในสมัยโบราณนั้นจะมีการนำศพของเด็กทารกที่ตายท้องกลมจากมารดามาทำเป็นกุมารทองกุมารเงินโดยจะใช้วิธีการนำทองคำมาปิดที่ตัวให้เป็นสีทองเหลืองอร่ามแต่ปัจจุบันนั้นไม่สามารถทำได้เพราะถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

ดังนั้นวิธีการที่คนส่วนใหญ่สร้างกุมารเงินกุมารทองเข้ามาก็คือจะมีการทำพิธีปลุกเสกจากอาจารย์โดยจะนำรูปปั้นของเด็กมาทาสีให้เกิดความสวยงามและบางกรณีอาจจะมีการนำเศษกระดูกของเด็กมาผสมในปูนปั้นก่อนที่จะมีการปั้นรูปปั้นเด็กขึ้นมาก็ได้สำหรับเรื่องของกุมารทองนั้นปัจจุบันนี้ยังคงมีการนับถือกันอยู่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตรหวยยี่กี ruay

ผีดุที่ค่ายลูกเสือ

สำหรับเรื่องราวที่เราจะนำเอามาเล่าดังต่อไปนี้ได้เป็นเรื่องราวของค่ายลูกเสือแห่งหนึ่งเราขอไม่กล่าวถึงสถานที่โรงเรียนแล้วกันที่บริเวณนี้ก็ได้มีวัดแห่งหนึ่งที่ได้ถูกบริจาคโดยตายายคู่หนึ่งอยู่แล้วก็ใกล้ๆกับวัดนั้นมันก็จะมีค่ายลูกเสืออยู่

ซึ่งในแต่ละปีนั้นก็จะมีเหล่าลูกเสือตัวเล็กตัวน้อยมาเข้าค่ายกันแล้วมันก็ได้มีอยู่ปีหนึ่งที่ได้เกิดเด็กหายเสร็จแล้วมันก็เลยมีข่าวลือกันว่าเด็กคนนั้นได้จมน้ำหายไปช่วงเวลานั้นชาวบ้านต่างได้ตามหาเด็กค้นหาเด็กงมเด็กจนกระทั่งนำเอาเครื่องสูบน้ำไปสูบที่บริเวณบ่อน้ำใกล้เคียงเพื่อที่จะหาศพเด็ก

นอกจากนี้ในปัจจุบันนี้ศพๆนั้นก็ได้รับการค้นพบเรื่องเล่าที่มันได้มีความน่ากลัวไปกล่าวนี้ในขณะที่เขาสูบน้ำและระดับน้ำมันก็ลดลงเหลือเพียงระดับเข่าแล้วศพของเด้กก็ดถูกค้นพบขึ้นมาแต่ว่าศพนี้กับได้มีชีวิตขึ้นมาลุกขึ้นมาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเสร็จแล้วก็ได้วิ่งหนีเข้าไปในป่าแล้วก็ไม่มีใครได้พบกับศพเด้กคนนั้นอีกเลย

เมื่อระยะเวลาผ่านไปอีกหลายปีก็ได้มีลูกเสืออีกหลายๆกลุ่มเลยได้เข้ามาที่ค่ายลูกเสือแห่งนั้นโดยค่ายลูกเสือแห่งนี้เวลาที่เขาจะพักแรมเขาก็จะกลางเต็นท์ออกนอนลูกเสือแต่ละคนก็จะมีเต็นท์เป็นของตัวเองกางแล้วก็นอนส่วนคนที่ไม่ได้เอาเต็นท์มาก็จะไปขอนอนกับเพื่อนๆคนอื่นๆหรือถึงแม้บางคนมีเต็นท์ก็เกิดอาการกลัวผีหรือว่าจะไปสังสรรค์กับเพื่อนๆเต็นท์คนอื่นๆก็เข้าไปอยู่กันในเต็นท์ของเพื่อนคนเดียวบางเต็นท์อยู่กัน45คนเลยทีเดียว

นอกจากนี้ก็ได้มีอยู่เต็นท์หนึ่งที่ได้มีนักเรียนเล่าว่ามามีเด็กลูกเสือคนหนึ่งได้เปิดเต็นท์เข้ามาและได้ขอเขานอนด้วยว่ากันว่าลูกเสือคนนี้เขาแต่งตัวมาเต็มที่เลยคือแต่ละคนเวลาไปค่ายลูกเสือเขาก็จะมีเครื่องชุดนอนเป็นของตัวเองอยู่แล้วใช่ไหมและในความแปลกอีกอย่างหนึ่งก็คือลูกเสือคนนี้เขามีลักษณะตัวเปียกหัวเปียกตัวเปียกเลย

ดังนั้นรุ้งเช้าเมื่อพวกเขาได้ตื่นขึ้นมาก็ได้พบว่าลูกเสือคนเมื่อคืนนั้นเขาไม่ได้อยู่แล้วเต็นท์ที่เขานอนอยู่นั้นมันเป็นเต็นท์ที่นอนคนเดียวมันคงรีบไปกินข้าวเช้ามั้งในวันต่อมาก็ได้มีกิจกรรมรอบกองไฟก็ได้มีเด็กคนนึงได้มาแจ้งว่ามีเพื่อในแถวได้หายไปสองคนทำให้ค่ายลูกเสือหายกันอยู่พักใหญ่เสร็จแล้วก็เจอตัวนั่งอยู่ที่ริมตลิ่งแต่ว่าหน้าต่าของพวกเขาค่อนข้างที่จะเหม่อลอยเป็นพิเศษ

 

สนับสนุนโดย  ขายหวยออนไลน์

รูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่ ลำน้ำแม่กลอง

เมื่อในปี พ.ศ.2551ได้มีชาวบ้านคนหนึ่งเขาได้ฝันว่ามียักษ์ตนหนึ่งรู้สึกหนาวเหลืองเกินให้ใครก็ได้นำขึ้นจากน้ำทีหลังจากนั้นเขาก็ได้นำเอาเรื่องราวเหล่านี้ไปเล่าให้กับชาวบ้านให้คนอื่นๆเขาได้ฟังกันแต่ปรากฏว่าไม่มีใครเชื่อกับความฝันที่เขาฝันเลย

จนกระทั่งเขานั้นได้นำเอาความฝันเหล่านี้ไปปรึกษาพูดคุยกับผู้รู้และรวมไปถึงพระที่อยู่ภายในวัดอีกด้วยหลายๆคนจึงได้สรุปกันว่าเราจะลองจ้างนักดำน้ำมาลองดำดูว่ามันจะเป็นไปตามที่เขานั้นฝันจริงหรือไม่

เมื่อนักดำน้ำได้มาถึงปรากฏว่านักดำน้ำได้ไปพบกับท่อนหินที่มีขนาดใหญ่อยู่กลางคลองจริงๆแต่ก็ไม่สามารถที่จะนำเอาขึ้นมาได้เพราะเนื่องจากว่าก้อนหินดังกล่าวนี้มีขนาดที่ใหญ่แรงของนักดำน้ำที่ลงไปไม่สามารถที่จะช่วยกันยกกันขึ้นมาได้จึงได้ตัดสินใจว่าเราจะนำเอาเรือเครนพอเรือเครนได้มาถึงก็เริ่มทำการยกรูปปันนี้ขึ้นปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์ที่มันไม่หน้าจะเกิดขึ้นมาได้

โดยเรือเครนนี้ไม่สามารถที่จะยกรูปปั่นขึ้นมาได้จากน้ำเช่นเดียวกันจึงทำให้ชาวบ้านนี่มันอาจจะเป็นอาถรรพ์หนึ่งที่พวกเขาได้กระทำการโดยที่ไม่มีการขอขมาหรือทำการบวงสรวงอะไรก่อนจากนั้นก็ได้เริ่มพิธีบาสีบวงสรวงในการนำเอารูปปั่นของยักษ์แม่ใหญ่นี้ขึ้นมาจากลำน้ำแม่กลอง

นอกจากนี้หลังจากที่ได้จบพิธีแล้วเรือเครนก็ได้ทำการยกรูปปั่นนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งปรากฏเหตุการณ์ที่น่าทึ่งอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่จบพิธีการบวงสรวงอะไรต่างๆแล้วการยกรูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่ขึ้นมาได้อย่างง่ายดายเลยทำให้ชาวบ้านที่ได้พบเห็นเหตุการณ์นั้นถึงกับอึ่งกันเลยว่าเหตุการณ์รอบแรกทำไมถึงยกรูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่ขึ้นมาไม่ได้แล้วทำไมรอบนี้ถึงสามารถยกรูปปั่นยกแม่ใหญ่ขึ้นมาได้หรือมันอาจจะเป็นการทำพิธีขอขมาอะไรต่างๆเรียบร้อยไปแล้ว

ซึ่งจึงได้ทำให้การยกในครั้งนี้เป็นไปได้ออย่างง่ายดายเมื่อสำรวจดูรูปปั่นที่ยกขึ้นมาได้กลับพบว่ารูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่นั้นมีเพียงแค่ส่วนตัวในส่วนหัวของยักษ์แม่ใหญ่นั้นไม่มีได้หายไปอย่างไม่มีร่องรอยหลังจากที่ได้ทำการพบเจอส่วนตัวของยักษ์แม่ใหญ่แล้วก็ได้มีการดำค้นหาส่วนหัวอีกครั้งหนึ่ง

ปรากฏว่าส่วนหัวหายเท่าไหร่ก็ไม่พบหลังจากนั้นก็ได้มีการนำเอารูปปั่นยักษ์แม่ใหญ่มาไว้บนศาลาริมคลองไกล้ๆกับที่งมได้นั่นแหละ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

ผีสิงห้างร้าง จ.กาญจนบุรี

ซึ่งเรื่องราวที่ห้างร้างที่กาญจนบุรีได้มีวัยรุ่นได้แอบเข้าไปเสพยากันเป็นจำนวนมากเลยอีกทั้งยังได้เป็นสถานที่ที่ล่อลวงหญิงสาวไปข่มขืนกันเป็นจำนวนมากแต่เหตุการณ์สยองขวัญต่างๆที่เกิดขึ้นมามันไม่ได้หนักเท่ากับในครั้งนี้

โดยเหตุการณ์สยองขวัญในครั้งนี้ถูกตีพิมพ์ลงหน้าหนังสือพิมพ์เลยเป็นเรื่องของสองผัวเมียที่มาทะเลาะกันยังที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีปาดเสียงกันค่อนข้างที่จะรุนแรงแล้วไม่สามารถที่จะตกลงกันได้จึงได้ตัดสินใจฆ่ากันตายไปภายในสถานที่แห่งนี้

ลักษณะภายในของสถานที่แห่งนี้มันอาจจะไม่น่ากลัวมากเท่าไหร่แต่ถ้าเราลองเข้าไปข้างในคุณอาจจะต้องหลอนแล้วสติแตกได้

เนื่องจากว่าบรรยากาศข้างในค่อนข้างที่จะมืดและเต็มไปด้วยห้องต่างๆลึกลับอีกมากมายเพราะเนื่องจากว่าในอดีตสถานที่แห่งนี้เป็นห้างสรรพสินค้าก็จะมีการแบ่งห้องเอาไว้เป็นล็อกต่างๆหลายคนที่ได้เข้าไปพิสูจน์ความหลอนในสถานที่แห่งนี้ก็จะพบเรื่องราวแปลกประหลาดมากมายตามมาแต่ยังมีอยู่อีกหนึ่งเรื่องที่เขาได้เล่ากันว่าใครที่เข้าไปลองดีมักจะพบเจอวิญญาณหญิงสาวที่ถูกฆ่าได้ปรากฏกายขึ้นมา

ซึ่งได้เชื่อกันว่าหลังจากอดีตฆาตกรรมหญิงสาวเกิดขึ้นผู้ที่ได้เข้าไปลองดียังสถานที่แห่งนี้ักจะเจอวิญญาณของหญิงสาวผู้นี้ปรากฏให้เห็นในพื้นที่นี้อยู่บ่อยๆก็เห็นเป็นเงาผ่านไปผ่านมาแต่ทุกคนที่ได้เห็นมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะเห็นผู้หญิงผมยาว

ดังนั้นอีกหนึ่งจุดหลอนของสถานที่แห่งนี้ว่ากันว่าหากใครที่ได้เข้าไปลองดียังสถานที่แห่งนี้แล้วไม่ได้ไปบริเวณชั้นสองจะถือว่าคุณมาไม่ถึง

โดยบริเวณชั้นสองจากข้อมูลตรงนี้ได้เคยมีโรงหนังและสวนสนุกทันทีที่ห้างสรรพสินค้าถูกปิดร้างยังเหลือซากบางอย่างที่ทางห้างนั้นยังเก็บไปไม่หมดมักจะมีพวกที่เข้ามาลองของเข้ามาบริเวณนี้เป็นประจำมักจะได้ยินเสียงเด็กวิ่งอยู่บริเวณรอบชั้นสองนี้

ซึ่งเป็นเสียงวิ่งและเสียงหัวเราะได้ความสนุกสนานราวกับว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานของเด็กๆเลยจนได้ทำให้สถานที่แห่งนี้มักจะมีรายการดังๆมาลองล่าท้าผีมาลองสำรวจสถานที่แห่งนี้อยู่บ่อยครั้งเลยแต่ความหลอนที่แท้จริงของสถานที่แห่งนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่าหรือว่าผีอะไรต่างๆเรื่องเล่าสุดสยองขวัญหรือวิญญาณหญิงสาวอาฆาต

นอกจากนี้เราได้จะเข้าไปสำรวจบริเวณห้างที่เขาว่ากันว่าเรื่องหลอนนี้มันจะเป็นอย่างไรและอย่างจะพิสูจน์ดูว่ามันมีเรื่องราวสุดหลอนอยู่สถานที่แห่งนี้จริงหรือไม่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

โรงเรียนหลอนของ จ.อุบลราชธานี

สำหรับเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่สุดหลอนของรุ่นพี่ปี104มันเป็นเหตุการณ์ที่เขานั้นได้พบเจอมาตั้งแต่อยู่ ม.1 ตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนนี้มาเลยตอนนั้นตอนที่เขานั้นอยู่ ม.1 ได้มีเพื่อนคนหนึ่งเขากำลังทำเวรอยู่ในช่วง4โมงเย็นทุกคนต่างก็แบ่งหน้าที่กันว่าใครจะทำอะไร

โดยเพื่อนของเขาคนนี้ได้รับหน้าที่ในการลงไปทิ้งขยะหลังจากที่เพื่อนๆทำเวรกันเสร็จแล้วกวาดขยะกันเสร็จแล้วก็ถึงหน้าที่ของเขาด้วยการนำเอาขยะไปทิ้งนั่นเองหลังจากที่เขานำเอาขยะไปทิ้งเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะว่าในช่วงนั้นมันเย็นแล้วก็คือว่าเพื่อนของเขาจะรอเขาแต่ปรากฏว่าเพื่อนหลังจากที่ทำเวรเสร็จแล้วต่างก็แยกย้ายพากันกลับบ้านเหลือเพียงแค่เขาคนเดียวที่นำเอาขยะไปทิ้งไม่รู้ว่าเพื่อนเขากลับกันไปหมดแล้ว

ซึ่งในระหว่างทางที่เขากำลังนำเอาถังขยะกลับมาที่ห้องปรากฏว่าเขาได้เห็นว่าห้องที่พวกเขานั้นกำลังทำเวรกันมันเหมือนกับว่าจะมีคนอยู่ในห้องเลยแล้วพอเดินเข้าไปใกล้ๆห้องปรากฏว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นมันไม่ใช่ความจริงเลยไม่มีใครอยู่ในห้องเลยแม้แต่คนเดียวเพราะว่าเพื่อนของเขาได้กลับกันได้หมดแล้วแล้วสิ่งที่เพื่อนคนนี้ได้พบเจอนั้นมันคืออะไรกัน

โดยรุ่นพี่คนนี้ก็ขอยืนยันเลยว่าสิ่งที่เพื่อนเขานั้นได้พบเจอเขาเห็นจริงๆว่ามีคนอยู่ในห้องแต่เมื่อไปถึงแล้วกลับกลายเป็นว่าไม่มีใครอยู่ที่ห้องเลย เรื่องที่เขาได้พบเจอในระหว่างเรียนโรงเรียนแห่งนี้มันเป็นเรื่องที่เขาพบเจอมากับตัวเลย

ซึ่งตอนนั้นเขาได้เรียนอยู่ ม.2โดยในตอนนั้นโต๊ะเรียนของเขาในห้องเรียนดันเกินมาหนึ่งชุดพวกเพื่อนๆของเขาและตัวเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรก็คงเห็นว่าภาโรงจะมาจัดโต๊ะเกินเอาไว้คิดว่าจะมีเด็กมาเรียนอะไรอย่างนี้จนกระทั่งคุณครูมาถึงแล้วก็ได้ทำการเช็คชื่อของนักเรียนปรากฏว่าคุณครูเช็คชื่อนักเรียนได้49คนแล้วคุณครูก็ได้บอกกับทุกคนว่าคนนับทีละคนและให้นับต่อกันปรากฏว่ารอบแรกนับได้51คน

นอกจากนี้มันก็เลนทำให้คุณครูนั้นเกิดความสงสัยว่าในใบชื่อของครูมันมี49คนพอนับรอบที่สองก็นับได้แค่เพียง50คนในตอนนั้นทุกคนที่อยู่ในห้องต่างก็พากันงงว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาได้อย่างไง

ซึ่งนับรอบแรกเสียงของเพื่อนในห้องได้สิ้นสุดที่51แต่เสียงรอบสองจบที่50มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนนับเกินมาเพราะเนื่องจากว่าในใบรายชื่อที่ครูเช็คชื่อนั้นมีเพียงแค่49คนแล้วเสียงที่50แล้วก็51นั้นเสียงมันมาจากไหน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรีได้เงินจริง

ตำนานวัดเจ้าชายเอกาทศรถ

สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลายคนก็ทราบดีว่าบางวัดก็ยั งมีพระสงฆ์ที่ยังอาศัยจำวัดอยู่และยังมีอีกหลายๆวัดที่เป็นวัดร้างเราสามารถพบเห็นได้อยู่บ่อยครั้ง

สำหรับวัดร้างที่เราจะเล่าให้ฟังในต่อไปนี้นั่นก็คือวัดกระซ้ายถือว่าเป็นวัดที่มีอาถรรพ์มีคนเข้ามาผูกคอตายกันเป็นจำนวนมาก

โดยเรื่องที่เราจะเล่าดังต่อไปนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านกันให้ดีๆและในตอนต้นเราจะขอพูดเรื่องวัดกระซ้ายก่อนว่ามันมีความเป็นมาอย่างไรและมีเรื่องอะไรที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดกระซ้ายแห่งนี้ถึงได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ8เอเชียที่มีความอาถรรพ์

สำหรับวัดกระซ้ายเดิมทีมีชื่อว่า วัดเจ้าชาย เหตุผลที่เรียกกันว่าวัดเจ้าชายตำนานได้กล่าวเอาไว้ว่าวัดแห่งนี้ได้เป็นวัดประจำของพระองค์สมเด็จเอกาทศรถ

ซึ่งพระองค์ได้มีการสนพระทัยในการทำนุบำรุงในการรักษาเป็นอย่างมากจึงได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาแล้วได้รียกชื่อว่า วัดเจ้าชายธรรมราชาหรือจะเรียกสั้นๆว่าวัดเจ้าชายนั่นเองแต่ต่อมาการออกเสียงหรือการเรียกชื่อวัดแห่งนี้ก็แตกออกไปเป็น วัดกระซ้าย

สำหรับสถานที่แห่งนี้ได้สันนิษฐานว่าช่วงที่เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2ในปี พ.ศ.2310นี้พื้นที่ของทัพเคยเป็นที่ตั้งทัพของพม่าเพราะเนื่องจากว่าในระหว่างที่กำลังจะบูรณะวัดแห่งนี้ได้มีการขุดแต่งต่างๆกลับพบวัตถุโบราณต่างๆประเภทมีดอาวุธต่างๆสิ่งของที่ถูกค้นพบแหล่งนี้ถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่สันนิษฐานว่า

สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งกองทัพของพม่าในสมัยที่เข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาและสืบเนื่องมาจากวัดบริเวณแห่งนี้เป็นจำนวนมากจึงทำให้มีผู้ที่ไม่หวังดีต่างก็ได้พากันมาขุดหาสมบัติในบริเวณพื้นที่แห่งนี้แต่ก็ต้องพบกับอาถรรพ์มากมายกับสถานที่แห่งนี้บางรายหากไม่บ้าก็ถึงขั้นเสียชีวิต

สำหรับเรื่องราวสยองขวัญของวัดกระซ้ายแห่งนี้ชาวบ้านว่ากันว่าสถานที่แห่งนี้มักจะมีผู้ที่เข้ามาผูกคอตายกัน้เป็นจำนวนมากจากคำบอกเล่าของชาวบ้านว่าที่วัดแห่งนี้มีผู้ที่มาผูกคอตายมากกว่า9ศพแล้ว

โดยชาวบ้านว่ากันว่ามันคืออาถรรพ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิของถานที่แห่งนี้และดวงวิญญาณที่จะต้องหาตัวตายตัวแทนซึ่งกันและกัน

สำหรับเรื่องสยองขวัญที่ทำให้วัดกระซ้ายแห่งนี้ได้ถูกพูดถึงกันอีกครั้งนั่นก็จะเป็นข่าวที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้เข้ามาผูกคอตายที่วัดแห่งนี้ข่าวนี้ถือว่าเป็นข่าวที่โด่งดังมากๆออกข่าวหลายสำนักคุณสามารถไปค้นหาอ่านย้อนหลังได้ว่าสิ่งทที่เราได้พูดนั้นมันได้เกิดขึ้นจริงๆหรือเปล่า

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  betbb

ตำนานเทพอพอลโลกับนกฟีนิกซ์

สำหรับตำนานของนกเบนดูมันก็ได้มีบางตำนานของอียิปต์ที่ได้มีเรื่องเล่าแปลกๆก็คือว่านกเบนดูได้กำหนดวขึ้นมาจากการระเบิดหัวออกมาจากเทโพฤทธิ์ออกมาบางตำนานก็บอกว่าได้เกิดมาจากลูกไฟหรือต้นไม้ศักดิ์สิทธิของเทพรา

ซึ่งเทพราในอียิปต์ก็จะมีลักษณะพิเศษเลยก็คือการมายังโลกมนุษย์แล้วก็ลงไปยังโลกใต้พิภพเป็นวันแล้ววันเล่าเหมือนกับวงจรการตายแล้วก็คืนชีพด้วยเหตุนี้เองเจ้านกตัวนี้จึงได้ถูกโยงเอาไปเป็นความอมตะต่อมาได้มีชาวกรีกได้เข้าไปเที่ยวที่อียิปต์พวกนางๆก็คงจะประทับใจกับพวกนกเหล่านี้แล้วก็นำเอากลับไปเขียนเป็นแบบฉบับเป็นนกของตัวเอง

โดยในรูปแบบของการเล่ามันก็จะมีความแตกต่างกันออกไปพอมีคนไปเล่ากันปากต่อปากมันก็จะกลายไปผิดเผือนกันไปและด้วยเหตุนี้เองคนก็เลยได้ใส่จินตนาการของมันเพิ่มเข้าไปๆในตัวนก

จนกระทั่งมันเลยทำให้บางตำนานของกรีกในยุคนั้นได้บอกว่าตัวนกนั้นมันจะมีสีขนตัวม่วงๆและสีม่วงในสมัยนั้นมันเป็นสีที่ค่อนข้างที่จะหาได้ยากและได้ใช้แทนกษัตริย์กับผู้สูงศักดิ์บางก็บอกว่ามีสีเหลือสีส้มสีแดงจนไปถึงสีทองบ้างก็คาดว่ามันน่าจะเชื่อมโยงอะไรกันเกี่ยวกับพวกดวงอาทิตย์พวกดวงอะไรพวกนี้แล้วก็ยังมีสีเขียวสีชมพูออกมาเป็นสายรุ้งเลย

นอกจากนี้ความที่ว่าได้มีคนไปเล่าเรื่องงราวที่แตกต่างกันขนาดนี้สุดท้ายแล้วก็ได้มีคนเขาออกมาสรุปว่าการที่นกฟีนิกซ์นั้นมันมีหลากหลายสีมันก็เกิดขึ้นมาจากขนของเจ้าตัวนกเองประมาณว่าเจ้านกตัวนี้มันมีชีวิตอยู่มากอย่างยาวนานตอนหนุ่มอาจจะมีสีขนอีกสีหนึ่งพอโตขึ้นมามันก็ผลัดสีไปอีกสีหนึ่งพอแก่ตัวก็มีอีกสีหนึ่งมันก็เลนทำให้มันมีสีขนที่สวยงามขึ้นไปอีกไปๆมาๆก็เลยเล่าเรื่องให้นกตัวนี้มีขนเป็นไฟซะเลยเพิ่มความเท่ขึ้นไปอีก

ซึ่งเมื่อนกฟีนิกซ์มันมีความสง่างามอยู่แล้วมันก็เลยตรึงใจในหมู่มวลของมนุษย์มากมายแม้กระทั่งเราอยู่ในยุคปัจจุบันกระทั่งเหล่าพวกเทพเองก็ยังชอบเลยอย่างเช่นเทพอพอลโลแล้วมันก็ได้เกิดมาเป็นตำนานนกฟีนกซ์กับเทพอพอลโล

โดยเขาได้กล่าวเอาไว้ว่าเมื่อเทพอพอลโลได้เห็นถึงความงามของเจ้านกตัวนี้พร้อมกับประทับใจของเสียงร้องและบอกว่ามันสวยก็เลยนำเอามันมาเป็นนกประจำกายข้าเลยแล้วกันก็เลยมาเป็นนกประจำกายเทพอพอลโล

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตรหวยยี่กี หวยดี