ประวัติหลวงพ่อโสธร

        หลวงพ่อโสธรเป็นพระพุทธรูปที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองกับชาวจังหวัดฉะเชิงเทรามาอย่างยาวนานซึ่งผู้คนต่างเดินทางไปกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อโสธรกันเป็นจำนวนมากโดยที่วัดจะมีการจำลองหลวงพ่อโสธรไว้ในศาลาเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าไปกราบไหว้

และบนบานศาลกล่าวขอให้หลวงพ่อโสธรช่วยเหลือซึ่งหากใครที่บนหลวงพ่อแล้วได้สมดั่งใจปรารถนาก็จะเดินทางกลับมาแก้บนกับหลวงพ่อซึ่งสิ่งของที่แก้บนกับหลวงพ่อนั้นก็จะเป็นไข่ต้มซึ่งเป็นสิ่งที่หลวงพ่อชอบมากรวมถึงการรำไทย

ซึ่งจะมีนางรำคอยบริการอยู่ที่บริเวณหน้าศาลากลางเพื่อที่หากใครต้องการที่จะต้องการรำแก้บนก็สามารถที่จะจ้างนางรำให้รำแก้บนให้ได้เลยโดยมีค่าใช้จ่ายระบุไว้เป็นป้ายกระดานบอกราคาว่าต้องการที่จะให้นางรำไหว้ชุดเล็กหรือชุดใหญ่นั่นเองส่วนประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อโสธรนั้นเชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ววันนี้เราจะมาทวนประวัติของท่านให้หลายคนได้รู้จักกันหลวงพ่อโสธรนั้นมีการเล่าเรื่องต่อๆกันมาว่าเป็นพระพุทธรูปที่ลอยมาตามน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งในครั้งที่มีการลอยมานั้นมีคนเห็นว่ามีพระพุทธรูปลอยมาถึง 3 รูปด้วยกันแต่ละรูปก็จะมีการลอยแล้วแยกย้ายกันไปคนละวัดโดยหลวงพ่อโสธรนั้นได้ลอยมาติดแม่น้ำตรงแม่น้ำบางปะกงบริเวณหน้าวัดโสธรวรารามวรวิหารซื้อหลวงพ่อโสธรนั้น

ตั้งแต่มีการถูกอัญเชิญขึ้นจากแม่น้ำมาไว้ที่วัดโสธรวรารามวรวิหารนี้ก็มีอายุมาถึง 249 ปีแล้วสำหรับประวัติความเชื่อของหลวงพ่อโสธรนั้นเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องการมาช่วยปัดเป่าทุกข์ให้กับประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา

ซึ่งก่อนที่จะสามารถอัญเชิญหลวงพ่อขึ้นมาจากน้ำได้นั้นได้มีการอุ้มแล้วก็ทางใช้เชือกดึงแต่ก็ไม่สามารถนำพระพุทธรูปขึ้นมาได้จนต้องมีการทำพิธีอัญเชิญจึงสามารถอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาไว้ประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ได้นั่นเองและตั้งแต่ที่มีการนำพระพุทธรูปมาไว้ที่วัดแห่งนี้มีหลายคนได้มาขอพรแล้วก็สามารถได้รับสิ่งที่ขอดั่งใจหมาย

ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องเล่าว่าหลวงพ่อโสธรศักดิ์สิทธิ์มากขนาดที่สามารถที่จะรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับชาวบ้านได้โดยในครั้งนั้นเกิดโรคระบาดขึ้นมีเรื่องของข้าวยากหมากแพงและฝนไม่ตกต้องตามฤดู ผู้คนและสัตว์ต่างก็พากันล้มตายมีครอบครัวหนึ่งที่ติดโรคระบาดนี้ได้มาขอให้หลวงพ่อโสธรช่วยด้วยการมากราบไหว้และบนบานศาลกล่าวหลังจากที่ไหว้ขอพรเรียบร้อย

แล้วก็นำเอาขี้ธูปกับดอกไม้แห้งที่ได้มีการบูชาหลวงพ่อโสธรรวมถึงหยดน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์โดยเอาทั้ง 3 อย่างนี้มาต้มน้ำแล้วกินดั่งว่าเป็นยาสมุนไพร แล้วเรื่องน่าอัศจรรย์ใจก็เกิดขึ้นโรคติดต่อที่ครอบครัวนี้เป็นการได้หายจนหมดสิ้น

จึงทำให้มีการเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อกันเป็นอย่างมากโดยมีการมาแก้บนจนหลวงพ่อนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนก็จะมาบนขอให้หลวงพ่อช่วยและแทบไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ไม่ประสบความสำเร็จ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนัน ถูกกฎหมาย

ค้นพบอสูรกายมนุษย์ต่างดาวที่ถ้ําซันดอง

อสูรกายที่อยู่ในถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกมันอาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวเรปทิเลี่ยน สำหรับกาค้นพบถ้ำที่ใหญ่มากที่สุดในโลกก็เพิ่งจะมีการค้นพบมาได้เมื่อไม่นานมานี้เองมันเป็นถ้ำที่มีความใหญ่โตและมันก็ได้มีความสลับซับซ้อนที่ซ้อนความลึกลับและความน่ากลัวพอๆกับความสวยงามของมัน

ถ้ำแห่งนี้ได้ซ้อนตัวอยู่ในถ้ำภูเขาภายใต้ป่าทึบที่มาที่ไปของมันลึกลับและมีความน่ากลัวไม่แพ้กันชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นต่างก็ได้เล่าถึงความน่ากลัวของมันทั้งๆที่มันได้เป็นถ้ำที่มีขนาดที่ใหญ่มากที่สุดในโลกที่มีความสวยงามไม่แพ้ถ้ำใดๆแต่มันกับอยู่ซ้อนเอาไว้อยู่ในป่าลึกมานานนับล้านปีเพิ่งจะมีการค้นพบในปี1991หรือไม่ถึง30ปีมานี่เอง

ที่ได้มีการค้นพบถ้ำแห่งนี้และยังได้มีการสำรวจกันอย่างจริงจังและได้ถูกพัฒนามาให้เป็นแห่งท่องเที่ยวของเวียดนามเมื่อประมาณ10มานี่เองก่อนหน้านี้ก็ได้มีเสียงเล่าลือกันมาว่ามันได้มีเผ่าพันธ์อสูรกายที่เป็นมนุษย์ประหลาดครึ่งคนครึ่งสัตว์เลื้อยคานอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้

จึงไม่มีชาวบ้านหรือว่าคนในที่นั้นกล้าที่จะเข้าไปในถ้ำซึ่งคำบรรยายของอสูรกายตามคำบอกเล่าของชาวบ้านไม่ตรงกับสัตว์ชนิดใดๆในโลกแต่มันจะตรงกับลักษณะของเรปทิเลี่ยนมนุษย์ต่างดาวครึ่งคนครึ่งสัตว์เลื้อยคานนั้นเองพบอสูรกายปริศนาในถ้ําซันดองถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรื่องรางของสัตว์ลึกลับได้มีมากมายทั่วโลกล้วนแต่มีสิ่งที่น่าสนใจให้ติดตาม

และเป็นเรื่องที่มันน่าสนใจวันนี้คือ อสูรกายที่มันได้อาศัยอยู่ในถ้ําซันดองเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อยู่ในประเทศเวียดนามในปี1991ก็ได้มีการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ชาวบ้านที่ได้อาศัยอยู่ในอุทยานแห่งชาติจังหวัดคังบินประเทศเวียดนาม ได้ค้นพบถ้ำขนาดใหญ่ที่มันได้แทรกตัวอยู่ในป่าลึกมาเป็นเวลายาวนานซึ่งหลังจากการค้นพบมันถูกตั้งชื่อว่าซันดอง

ซึ่งแปลกว่าหุบเขาแม่น้ำถ้ำแห่งนี้สำหรับที่ได้มีการตรวจกันอย่างละเอียดในอีก10ปีต่อมาพบว่ามันได้เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลกโดยเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำที่มันได้ไหลอยู่ใต้ภูเขาสิ่งที่น่าตาตื่นใจสำหรับถ้ำแห่งนี้ก็คือมันเป็นถ้ำที่มีระบบนิเวทเป็นของตัวเองทั้งผืนป่าและแม่น้ำไม่ต่างอะไรจากระบบนิเวทภายนอกที่ดูคล้ายเหมือนกับเมืองลับแล

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

เรื่องเล่าเกี่ยวกับผีพรายน้ำ

ว่ากันว่าผีพรายน้ำนั้นเป็นผีระดับเดียวกันกับผีในกลุ่มนางไม้ซึ่งผีพรายน้ำนั้นก็จะมีความสวยสดงดงามไม่ได้มีความแตกต่างจากนางไม้เลยทีเดียวผีพรายน้ำนั้นว่ากันว่ามักจะเป็นสตรี

ซึ่งหัวข้อนี้ไม่มีผู้ใดสามารถรับรองได้ว่าผีพรายน้ำในความเป็นจริงแล้วมีเฉพาะสตรีสิ่งเดียวหรือมีเพศชายร่วมกันว่าผีพรายน้ำเป็นวิญญาณของผีสตรีที่อยู่ในน้ำซึ่งคนจำนวนไม่น้อยเช้าใจกันว่ามีพรายน้ำนั้นมักจะชอบมาฆ่าเพศชายที่รูปร่างและหน้าตาที่ดูดีและสวยงามไปอยู่ด้วย

การดูเซ่นไหว้ผีพรายน้ำนั้นก็สามารถนำของสำหรับบวงสรวงเช่นเดียวกับที่พวกเราเซ่นไหว้ผีอื่นๆทั่วๆไปที่เป็นพวกของคาวหวานหรือแม้แต่ผลไม้ข้อตกลงแล้วในขณะที่มีคนจมน้ำเสียชีวิตผู้คนมักจะเช้าใจกันว่าผู้ที่จมน้ําเสียชีวิตนั้นถูกผีพรายน้ำนำไปอยู่ด้วย

โดยส่วนมากเช้าใจกันว่าจะมีการโทษทีนึงคะทำให้จมน้ำเสียชีวิต ในอดีตกาลนั้นคนโดยมากมีการบอกต่อๆกันมาว่าจะสามารถเห็นผีพรายน้ำได้ในระยะเวลาหกโมงตอนเช้า , หกโมงเย็น เที่ยงวัน รวมทั้งเที่ยงคืนซึ่งรูปแบบของหญิงสาวที่มองเห็นนั้นชอบสวมเสื้อผ้าสีขาวทั้งยังชุดรวมทั้งลำตัวจะค่อนข้างจะเรืองแสง ว่ากันว่า ผีพรายน้ำชอบถูกใจมาเล่นน้ำอยู่เป็นประจำ

แต่ว่าบางตำนานก็เล่าว่าที่ด้านในจะมีลักษณะตัวซีดเซียวขาวเพราะว่ามีการแช่อยู่ในน้ำเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหรือครั้งคราวก็เป็นสีเขียวคล้ำมีเมือกเกาะอยู่ที่ร่างกาย รวมทั้งยังมีกลิ่นเหม็นกระจัดกระจายราวกับกลิ่นปลาเน่าหรือสำเนาซึ่งบางบุคคลก็กล่าวว่าผีพรายนั้นจะมีร่างกายที่มีเกร็ดแต่ว่าบางบุคคลก็กล่าวว่าไม่มี ผีพรายนั้น

มักจะอยู่ในลำคลองหรือในแม่น้ำ ที่จะมีคนเสียชีวิตไม่น้อยเลยทีเดียวโดยเช้าใจกันว่าผีพรายจะเอาร่างของคนตายมาเป็นรางของตนเองผีพรายจัดออกเป็นหลายกลุ่ม อย่างเช่น กลุ่มผีพรายทะเล หรือผีพรายน้ำ เคยมีเรื่องมีราวเล่าว่าผีพรายหญิงนั้นชอบอยู่ในน้ำลึก โดยเหตุนั้นถ้าเกิดคนไหนที่ถูกใจไปเล่นน้ำคนเดียวแล้วเสียชีวิต นั้นก็เพราะเหตุว่าผีพรายน้ำดึงลงไปในน้ำ

บางบุคคลว่าผีพรายน้ำชอบอยากได้คนไปอยู่เป็นเพื่อนก็เลยมักมาเอาวิญญาณของผู้ที่มาเล่นน้ำ แล้วก็ศพที่ถูกผีพรายดึงนั้นมักจะจมอยูในน้ำจะไม่ลอยขึ้นมาอย่างกับศพอื่นอื่นทั่วๆไป แบบนี้ก็เพราะอยากได้เอาตัวไปเป็นบริเวณ หรือเอาไปเป็นตัวตายตัวแทน

เพื่อตนเองไปกำเนิดว่ากันว่าพวกเราจะมองเห็นได้ว่ารอบๆที่ผีพรายน้ำอยู่นั้นชอบมีตาน้ำหรือฟองน้ำผุดขึ้นมานานนาน และก็จะมีการกระเพื่อมของน้ำเป็นวงใหญ่ใหญ่ นั้นก็หมายความว่าตรงจุดนั้น ผีพรายน้ำกำลังเล่นน้ำอยู่จำนวนมากคนก็เลยไม่เล่นน้ำกันในเวลากลางคืน และไม่เล่นน้ำตรงที่น้ำลึก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 line

เรื่องเล่าหลอนกับห้องที่ชั้นแปด

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงซึ้งเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีที่แล้วที่มหาลัยแห่งหนึ่งซึ้งตอนนี้ก็น่าจะยังเปิดทำการอยู่ซึ้งเรื่องราวก็มีอยู่ว่าได้มีคุณครูคนหนึ่ง

ซึ้งเขาเป็นคุณครูผู้ชายและเขาก็ได้ทำการทำงานหนักมากเพื่อเตรียมการเรียนการสอนในวันพรุ่งนี้ซึ้งห้องของคุณครูคนนั้นคือห้องซึ้งอยู่ที่ตรงบันไดหนีไฟค่ะซึ้งเขานั้นได้โหมงานหนักมากและเขาก็เป็นโรคหัวใจด้วยช่วงประมาณตอนหนึ่งทุ่มเนื่องจากเขาทำงานหนักเกินไปจึงทำให้เขาหัวใจวายและเสียชีวิตภายในห้องโดยที่ไม่มีใครรู้เลย

เช้าวันต่อมาทุกคนต่างแปลกใจมากที่คุณครูคนนี้ไม่มาสอนนักเรียนเพราะเขาเป็นคนที่แม้ป่วยแต่เขาก็ต้องการที่จะมาสอนนักเรียนให้ได้ดังนั้นทุกคนจึงแปลกใจเป็นอย่างมากหลังจากนั้นทุกคนพากันเดินทางไปที่หอพักของคุณครูซึ้งหลังจากนั้นก็ให้ภารโรงมาเปิดประตูให้และหลังจากนั้นเมื่อเปิดประตูเสร็จทุกคนก็ต้องตกใจมาก

เนื่องจากพบคุณครูนอนตายอยู่ที่พื้น และเรื่องราวที่หลายคนมักจะเจอบ่อยๆช่วงที่คุณครูพึ่งตายไปใหม่ๆเลยนั้นก็คือจะมีรักศึกษาที่ทำงานอยู่ที่ห้องเรียนดึกมากซึ้งได้เคยมีนักศึกษาคนหนึ่งทำงานดึกมากจนสามทุ่มเขาก็กำลังลงลิฟต์กลับบ้าน

ซึ้งหลังจากนั้นเขาก็ลงลิฟต์ไปที่ชั้นแปดและประตูก็เปิดเองซึ้งนักศึกษาคนนั้นเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนก้มหน้าอยู่ตรงลิฟต์ซึ้งนักศึกษาก็ถามว่าจะไปมั้ยแต่เขาก็ยังอยู่กับที่เดิมและไม่ได้ทำอะไรและนักศึกษาก็ลงไปชั้นต่อไปแต่อยู่ลิฟต์ก็หยุดอีกที่อีกชั้นซึ้ง

ซึ้งก็ยังเจอชายคนนั้นอีกและตอนนี้พวกเขาก็เจอกันอีกนักศึกษาเริ่มกลัวแล้วและมันก็เป็นอย่างนั้นเรื่อยๆจนตอนนี้อยู่ที่ชั้นสองและเขาก็คือผู้ชายคนเดิมยืนหันหลังอยู่เหมือนเดิมแต่สิ่งที่ทำให้เขาแทบเป็นบ้านั้นก็คือผู้ชายคนนั้นหันหน้ามาแต่คอแต่เท้ายังอยู่อีกฝั่ง

มีข่าวลือว่านักศึกษาคนนั้นกลายเป็นบ้าตลอดชีวิตเลยค่ะ  ซึ้งมีหลายคนมากที่คิดจะไปท้าทายอย่างเช่นกลุ่มหนึ่งที่ไม่เชื่อเรื่องผีเดินทางไปท้าท้ายซึ้งก็เลือกที่จะไปตอนเช้าเพราะใจหนึ่งก็กลัวใจหนึ่งก็ไม่เชื่อ ซึ้งทุกคนนั้นเดินเข้าไปและไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกคนขึ้นลิฟต์สำรวจทุกอย่างจนไม่มีอะไรผิดปกติหลังจากนั้นทั้งกลุ่มก็พากันเดินเข้าเว็บเพื่อจะลงไปที่ชั้น 1

เพื่อเดินทางไปเรียนต่อหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ลงไปที่ชั้น 8 แล้วจะอยู่ประตูก็เปิดขึ้นมาแล้วไม่มีใครอยู่เลยหลังจากนั้นก็มีลมแรงมากครับผ่านจนผมทุกคนปลิวมีผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่าหรือว่าจะเป็นวิญญาณที่นี่ผู้ชายคนนึงที่เป็นคนตั้งกลุ่มคนแรกที่จะมาทักทายต่าง

ก็บอกว่าไม่หรอกสงสัยมีคนกดลิฟท์ติดตัวมาถึงก่อนเขาก็เลยเข้าอีกตัวไปแล้วแล้วก็คงเปิดหน้าต่างทิ้งไว้อย่างนั้นแต่เขาหารู้ไม่ว่าจริงๆแล้ว ที่นี่นั้นไม่เคยเปิดหน้าต่างบานหลังจากที่คุณครูคนนั้นเสียชีวิตแล้วถ้าเกิดว่าไม่มีหน้าต่างบานไหนเลยที่เปิดพัดลมที่บ้านมันมาจากไหนกันแน่

 

สนับสนุนโดย  rb88 ทางเข้า

เรื่องของนายจันดีผู้ตายแล้วเกิดใหม่

ตายแล้วไปไหนมันก็ยังได้เป็นคำถามที่มันได้ค้างคาใจมาจนถึงทุกวันนี้ซึ่งก็ยังได้มีผู้คนจำนวนมากที่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่ดังเราจะเห็นได้จากการตีพิมพ์ตามหนังสือพิมพ์ต่างๆออกมาวางจำหน่ายอย่างมากมายอีกทั้งยังมีความคราวทางความคิดที่ได้มีความต่างออกไป

จากกันในหลายแง่หลายมุมแต่ก็ไม่มีใครที่จะหาข้อสรุปและข้อที่แท้จริงของเรื่องเหล่านี้ได้วันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับคำตอบในเหตุผลของคำถามที่ว่าตายแล้วไปไหนซึ่งเราได้มีเรื่องที่เกี่ยวกับนายเดชฤทธิ์ ซึ่งเขาได้เป็นชายคนหนึ่งที่ได้ตายไปแล้ว

และได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งซึ่งเขาสามารถที่ระลึกถึงชาติกล่าวได้อย่างละเอียดทุกขั้นตอนและเขาก็ยังสามารถเล่าให้กับทีมงานเราได้ฟังอีกว่าชาติก่อนเขาได้มีชื่อว่านายจันดี เกิดอยู่บ้านหาดตำบลเปาะอําเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ

เมื่อชีวิตของเขานั้นได้เข้าสู่ในวัยฉกรรจ์เขาก็ได้มีเพื่อได้เข้ามาช่วยให้เขานั้นได้ไปทำในสิ่งที่ไม่ดีซึ่งได้ไปขโมยวัวและขโมยควายซึ่งในตอนนั้นเขาได้มีความหารกล้าไม่กลัวใครและด้วยที่เขานั้นได้มีความหลงในคำพูดของเพื่อนก็เลยได้ลองทำดูจากนั้นเขาก็ได้ออกขโมยวัวควายของชาวบ้านเรื่อยมาจนเพื่อนๆ

นับถือว่าให้เป็นหัวหน้าใหญ่มีเพื่อนรอบกายของเขาอยู่หลายคนจึงทำให้ชื่อเสียงของเขานั้นได้มีความโด่งดังและไม่มีใครที่จะกล้าเข้ามาลบหลู่ตัวเขานั้นได้เป็นโจรมาสิบกว่าปีจากนั้นมันก็ได้ทำให้เขาได้รับรู้ว่าตนนั้นได้มีความรู้สึกว่าตัวเองนั้นได้กระทำบาปไปอย่างมาก

จากนั้นมันก็เลยทำให้เขานั้นได้เข้าไปบำเพ็ญศรีอยู่ที่วัดเป็นเวลา3ปีและในช่วงที่เขาได้บำเพ็ญศรีนั้นเขาก็ได้ช่วยหลวงพ่อท่านหนึ่งช่วยสร้างโบสถ์ที่วัดบ้านเสียวเก่าอําเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นเขาก็ได้กลับเข้ามาเยี่ยมลูกเมียและก็ได้คิดที่จะเลิกขโมยวัวควายในคืนวันที่25ธันวาคม ปี2528 นายจันดีก็ได้มีความรู้สึกร้อนทั้งกายและใจ

จนทำให้ตัวเขานั้นนอนไม่หลับแก่ได้นอนดิ้นไปมาอยู่ที่ระเบียงด้านหน้าบ้านจนเกือบเช้าก็ยังนอนไม่หลับพอตกเวลาประมาณเที่ยงคืนก็ได้มีเพื่อนโจรเก่า6คนได้เข้ามาหาโดยจะเข้ามาชวนให้ไปกินเนื้อควายซึ่งเพื่อนก็ยังได้บอกอีกว่าเขาได้ไปขโมยควายมาจากบ้านไกล

จะเอามาฆ่าที่หนองตาลาวจึงได้มาช่วยเพื่อนจันดีเพื่อนเก่าไปกินเนื้อด้วยกันเมื่อนายจันดีเห็นว่าเพื่อนมาชวนก็ไม่เฉลียวใจว่ามันจะมีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นเพราะเพื่อนทั้ง6คนต่างก็ได้เป็นเพื่อนรักกันทั้งนั้น

 

สนับสนุนมาจาาก  สูตร บาคาร่า bk8

นักมวยที่มีลีลากวนแต่การชกนั้นบอกเลยว่าไม่ธรรมดา

วันนี้เราจะขอแนะนำนักมวยที่มีความกวนมากที่สุดและก็จะจบแบบไม่สวยตอนที่อยู่ด้านบนเวที

Julian Wallace

สำหรับนักมวยอย่างJulian Wallaceที่ได้เป็นนักมวยตัวดำเมี่ยงที่ทั้งมีความโหดดุดันและมีความน่าเกรงขามจึจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามนั้นอาจจะเสียความมั่นใจเอาได้ หากได้เห็นรอยสักที่อยู่บนตัวของเขา สำหรับเรื่องราวต่อไปนี้มันได้เกิดขึ้นในวันชั่งน้ำหนัก

ก่อนที่ตัวเขานั้นจะทำการต่อยจริงในรายการต่อสู่ด้านศิลปะในรายการหนึ่ง หลังที่ตัวJulian Wallaceได้ชั่งน้ำหนักเสร็จแล้ว ซึ่งเขาทั้งคู่จะต้องขึ้นมาถ่ายรูปและจ้องลูกตากันนายJulian Wallaceก็ได้กำมัดและไปเทียบที่บนใบหน้าของฝ่ายของผู้ต่อสู้จากนั้นฝ่ายตรงข้ามก็ได้ยิ้มและตัวเขานั้นก็ได้ทำสวนกลับไปบ้างหลังจากนั้นยังไม่พอนายJulian Wallace

ก็ยังได้หัวของเขานั้นไปชนกับหัวของผู้ท้าชิงแต่ถึงอย่างไรก็ตามทางด้านผู้ท้าชิงก็ได้แต่ยิ้มและไม่ได้โต้ตอบอะไรทั้งสิ้นหลังจากนั้นJulian Wallaceเขาก็ได้เดินออกไป หลังจากที่ได้ทำการชั่งน้ำหนักแล้วเปรียบมวยกันเสร็จแล้วก็ได้มาถึงวันชกมวยจริงทั้งคู่ก็ได้ชกกัน

ภายในเวลาแค่เพียง21วินาทีทำให้ด้านฝ่ายผู้ท้าชิงก็ได้เดินหน้าต่อยแบบไม่หยุดยั้งหลังจากนั้นมาจึงได้ทำให้นายJulian Wallaceน๊อกลงไปในที่สุดหลังจากนั้นก็ยังได้เป็นวีดีโอที่มีคนเข้าไปดูมากที่สุดประมาณ43ล้านครั้ง จึงทำให้Julian Wallaceได้เป็นที่จำของคนทั้งโลกอีกว่า ถึงแม้ว่าตัวเขานั้นจะมีรอยสักมากแค่ไหนมันก็ไม่ได้ทำให้เก่งไปตลอด

Usman Ahmed

สำหรับUsman Ahmedนั้นเขาได้เป็นนักมวยอาชีพเชื้อสายปากีสถานที่เขานั้นได้เกิดอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ก็ยังมีผู้คนมากมายต่างก็ยังจำตัวเขาได้ในฐานะเป็นนักมวย ที่ตัวของเขานั้นก็ได้มีท่าทางที่สุดกกวนมากที่สุดก่อนที่ตัวของเขานั้นจะทำการขึ้นชกและต้องบอกเลยว่ามันเป็นท่าที่กวนที่มันสามารถเรียกเสียงคนที่อยู่ข้างสนามได้เป็นอย่างมาก

หากจะกล่าวถึงในเรื่องของการชกและสถิติของนายUsman Ahmedต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดากันเลยทีเดียวสำหรับสถิตินายUsman Ahmedในปัจจุบันที่ได้ขึ้นอยู่ด้านบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่งนายUsman Ahmedได้ชนะ8ครั้ง แพ้9ครั้ง และ เสมอ 2ครั้ง และลีลาในการชกของเขาเป็นมวยบ๊อกเซอร์ที่มันได้เป็นมวยที่ชกเป็นจังหวะมากกว่าการชกไปมีจังหวะ

ก่อนที่ตัวเขานั้นจะขึ้นเวทีและเขานั้นจะมีลีลาที่สุดกวนมากแค่ไหนแต่ในการชกจริงตัวของนายUsman Ahmedนั้นเขาก็ไม่ได้มีลีลาที่กวนแต่อย่างไรซึ่งในการชกนั้นมันเป็นอะไรที่ตัวของเขานั้นจะมีสมาธิมาพอสมควรเป็นอย่างมาก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 เข้าสู่ระบบ

ธนาคารกลางที่บุกเข้าไปได้ยากมากที่สุดในโลก

ใครๆก็ต่างรู้ว่าธนาคารกลางของสหรัฐได้มีทั้งหมด12สาขาทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งธนาคารแต่ละสาขาต่างก็ได้มีหน้าที่ตัดสินใจเริ่มนโยบายการเงินรวมกันและทำหน้าที่เป็นนายแบงค์ให้กับธนาคารของสหรัฐอเมริกาธนาคารกลางสาขานิวยอร์ก ซิตี้

ทำหน้าที่คุมพื้นที่ครอบคุมทั้งหมดในรัฐนิวยอร์กและยังรวมไปถึงนิวเจอร์ซีย์คอนเนคติคัทเปอร์โตริโกและหมู่เกาะเวอร์จินมันได้เป็นสาขาที่มีอิทธิพลมากที่สุดในบรรดาธนาคารกลาง

ในทั้งหมด12แห่งที่แห่งนี้มีทรัพย์สินที่จะต้องดูแลมากที่สุดมีธุรกรรมทางการเงินได้เกิดขึ้นที่แห่งนี้เป็นจำนวนมากและในอาคารแห่งนี้ได้ตั้งอยู่บนเลขที่33ที่นครนิวยอร์ก

ในทางตอนใต้ของแมนทัดตั้นธนาคารแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ใช้จัดเตรียมและแถลงนโยบายทางการเงินมาโยตลอดและที่แห่งนี้ก็มีห้องนิรภัยที่ขนาดใหญ่ที่ได้เอาไว้เก็บทรัพย์สมบัติของหลายๆประเทศ

เอามาไว้รวมกันใครๆก็รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ได้มีทองคำแท่งที่มีน้ำหนักรวมกันมากถึง7,000ตัน ซึ่งมันได้มีมูลค่ารวมกันมาถึง2.5เหรียญดอนลาร์สหรัฐซึ่งในเงินจำนวนมหาสารนี้มีค่ามากพอที่จะชำระหนี้สินของประเทศซาอุดิอาระเบียได้เลยทีเดียว

และใครจะเชื่อว่ามีทองคำจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นที่เป็นของสหรัฐอเมริกาทองคำเกือบทั้งหมดได้เป็นของธนาคารกลางต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศเท่านั้นบริษัทและบุคคลโดยทั่วไปไม่ได้รับอนุญาติให้ฝากทองคำเอาไว้ในนี้

สำหรับในการเก็บทองคำเอาไว้ในตู้นิรภัยหลังนี้ไม่มีค่าทำเนียมและค่าใช้จ่าย สำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยค่าทำเนียมนั้นจะถูกเรียกเก็บได้กรณีเดี่ยวนั่นก็คือ เมื่อมันได้มีการเคลื่อนย้ายทองคำออกจากห้องนิรภัยแห่งนี้รวมไปถึงในการสับเปลี่ยนทองคำระหว่างบันชีภายในห้องนิรภัยและเมื่อได้มาถึงตรงนี้แล้วหลายคนที่อาจจะรู้แล้วว่ามันมีอะไรที่มันได้ซ่อนอยู่ในห้องนิรภัยแห่งนี้

และอะไรกันที่มันได้ทำให้มันกลายเป็นสถานที่ที่บุกเข้าไปได้ยากมาที่สุดในโลก อย่างแรกเลยสำหรับห้องนิรภัใยแห่งนี้มันเต็มไปด้วยทองคำทั้งหมดซึ่งมันได้ถูกสร้างให้มันได้อยู่ลึกลงไปจากพื้นท้องถนน24เมตรและภายในตัวอาคารก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ที่ได้ติดอาวุธประจำการตลอด24ชั่วโมงและยังได้มีกล้องวงจรปิดไปทั่วทุกมุมตัวอาคารที่อยู่ทั้งภายในและภายนอกถ้าสมมุติว่าตัวคุณนั้นอาบรอบเข้าไปถึงห้องใต้ดินได้คุณก็จะพบว่ามันได้มีทางข้าแค่เพียงทางเดียวที่จะสามารถเข้าไปสู่ห้องนิรภัยได้

และทางที่ได้ใช้เข้าสู่ห้องนิรภัยนี้มันจะมีความยาวเกือบ3เมตรและมันก็ได้มีน้ำหนักมากถึง90ตันอีกทั้งกลไกรทางเข้าของมันยังทำด้วยเหล็กที่เสริมคอนกรีตที่มีน้ำหนักมากถึง140ตันด้วยกัน

 

สนับสนุนโดย  bk8 ฝากเงิน

ปรากฏการณ์พายุเกิดเป็นรูปหกเหลี่ยม

นักวิทยาศาสตร์หาสาเหตุของปรากฏการณ์พายุเกิดเป็นรูปหกเหลี่ยมได้อย่างไร

พายุหมุนรูปหกเหลี่ยมบนดาวเสาร์

ซึ่งในขณะที่ได้มีพายุหมุนโดยทั่วๆไปแล้วมันจะมีรูปร่างบิดเกียวและได้หมุนกันอยู่เสมอและคุณได้เคยคิดเล่นๆกันหรือไม่ว่าหากมันได้เป็นรูปร่างอย่างอื่นมันจะเป็นอย่างไรบ้างซึ่งในตอนนี้ในความจินตนาการของคุณนั้นมันได้เป็นจริงสะแล้วเพราะว่าได้เกิดเหตุพายุหมุนที่ดาวเสาร์มันได้เป็นรูปร่างที่มีเป็นหกเหลี่ยมบอกเลยว่ามันแแปลกล้ำไม่ซ้ำใครสุดๆ

ถึงแม้ว่ามันจะมองดูว่ามันหน้าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยแต่สิ่งนี้มันได้เป็นปรากฏการณ์จริงที่มันได้เกิดขึ้นที่บริเวณขั่วโลกเหนือของดาวซึ่งมันได้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี1988โดยยานอวกาศของนาซ่าจากการประเมิลของนักดาราศาสตร์ก็ได้คาดเดาว่าพายุนี้มันน่าจะมีความกว้างประมาณ32,000กิโลเมตร

โดยแต่ละมุมนั้นมันจะหมุนวนรอบจุดศูนย์กลางในอันตราดวงที่มันได้หมุนรอบวงตัวเองและตามขอบของรูปหกเหลี่ยมอีกทั้งยังได้มีกระแสลมกรดที่มันได้ระเบิดทางด้านตะวันออกด้วยความเร็วประมาณ321กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยส่วนสาเหตุของรูปร่างพายุนั้นมันก็ยังไม่แน่ชัดอีกว่ามันได้เกิดมาจากอะไรกันแน่ก็จะคงได้แต่รอให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ในรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษากันต่อไป

พระอาทิตย์สองดวงบนท้องฟ้า

ใครเคยคิดว่าฉากพระอาทตย์ขึ้นสองดวงด้านบนท้องฟ้ามันจะมีแต่เพียงในภาพยนตร์เท่านั้นซึ่งของจริงนั้นมันก็ได้มีอยู่เหมือนกันซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้มันได้เกิดขึ้นภายในปี2018ที่เมืองกุ้ยหยาง ของประเทศจีนหลังจากที่พระอาทิตย์นั้นได้ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าบรรดาเหล่าประชาชนก็ไม่รอช้าต่างก็ได้พากันออกมาถ่านรูปลงโซเชียลกันยกใหญ่

และก็ยังได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าพวกเขานั้นได้มองเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้นานพอประมาณ3นาทีซึ่งแน่นอนแล้วว่าได้มองเห็นชัดขนาดนี้หลายๆคนก็อาจจะคิดว่าเป็นรูปภาพตัดต่อกันใช่หรือไม่แต่มันไม่ใช่เลย ซึ่งเหตุการณ์นี้มันได้เป็นปรากฏการณ์ของแสงที่หาได้ยากซึ่งก้ได้ออกมาสันนิษฐานว่ามันได้เกิดมาจากเหตุการณ์ผนึกของการหักเหของแสงจากน้ำแข็งจากนั้นจึงได้ทำให้เกิดเป็นจุดแสงสว่างขึ้นมา

ที่ด้านบนท้องฟ้าซึ่งโดยปกติแล้วมันจะเกิดขึ้นมาเป็นสามจุดซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมในครั้งนี้มันได้มีเพียงแค่สองจุดเพียงเท่านั้นดังนั้นมันก็ได้สร้างความสงสัยให้กับนักวิทยาศาสตร์และผู้คนที่ได้พบเห็นกันอย่างไม่น้อยและที่น่ากลัวไปกว่านั้นนักโหราศาสตร์จีนยังได้กล่าวเอาไว้อีกด้วยว่าหากมันได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมันก็แปลว่ากำลังจะเตียนสถานะการบ้านเมืองกับคนที่ปกครองเมืองให้ระวังภัยเอาไว้และมันจะดีหรือว่าร้ายก็จะต้องรอดูกันต่อไป

 

ขอบคุณ  rb88  ที่ให้การสนับสนุน

การดัดแปลงผลไม้ด้วยฝีมือของมนุษย์

การปรับแต่งพันธุกรรมในอุสาหกรรมการเกษตรได้มีการพัฒนาอยู่เสมอในช่วงหลายศตววษที่ผ่านมาเพื่อให้ได้ผลผลิตและสร้างรสชาติสารอาหารที่มนุษย์ต้องการมากที่สุด ซึ่งในกระบวนการตามธรรมชาติอาจจะกินเวลามากจนเกินไป

และมันอาจจะทำให้ผลไม้ในบางชนิดจึงต้องได้ผ่าน การคัดเลือกพันธุ์และการดัดแปลงด้านของทำพันธุกรรมจนทำให้น่าตาและรูปร่างและรสชาติของพวกมันได้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงวันนี้เราจะพาไปดูเลยว่าบรรพบุรุษของผลไม้บางชนิดมันจะมีน่าตาแบบไหนมาดูกัน

แตงโมป่ากับแตงโมในปัจจุบัน

ซึ่งรูปภาพจากในศตวรรษที่17บ่งบอกให้รู้เลยว่าแตงโมในสมัยนั้นมันมีความแตกต่างไปจากแตงโมที่เรานั้นได้รู้จักกันอย่างสิ้นเชิง สำหรับผลงานของรูปภาพนี้ได้ถูกวาดขึ้นเมื่อในปี1645-1672 ซึ่งก็ได้มีลายละเอียดของแตงโมที่ได้เป็นทรงกลมแต่ได้มีเนื้อข้างในที่ได้แบ่งเป็น6ส่วนรวมไปถึงเมล็ดเนื้อแตงโมส่วนหนึ่งยังเป็นสีขาวซึ่งแน่นอนว่าหากได้เป็นแตงโมสมัยในปัจจุบัน

คนอาจจะกินมันไม่ได้จึงทำให้มนุษย์นั้นได้เพาะพันธุแตงโมขึ้นมาใหม่เพื่อให้ได้รูปร่างและความหวานฉ่ำที่คนเรานั้นต้องการนอกจากนี้แตงโมได้มีสีสันและรสชาติที่ได้ทำให้ผู้คนทั่งโลกได้เห็นชอบซึ่งมันอาจจะมีในสายพันธุของผลแตงโมที่มันนั้นไม่มีเมล็ดอีกด้วย เนื่องจากการทำการผลผลิตข้ามสายพันธุเพื่อจะทำให้แตงโมนั้นเป็นหมัน

กล้วยป่ากับกล้วยในปัจจุบัน

ซึ่งต้นกำเนิดของกล้วยหากเรานั้นได้ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ12,000ปีก่อนก็ได้มีบรรดาเหล่านักสำรวจได้เข้าไปพบกับซากฟอสซิลของกล้วยก่อนที่กล้วยนั้นมันจะมีผลสุขและมันก็ได้มีคุณค่าทางด้านอาหารแต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้ากล้วยป่าชนิดนี้มันได้มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุอย่างงสิ้นเชิง

ซึ่งที่มันได้มีความแตกต่างจากกล้วยนั้นต้องบอกเลยว่ากล้วยในยุคแรกนั้นมันจะไม่มีเมล็ดเหมือนกับกล้วยในปัจจุบันเราจะเห็นได้เลยว่ากล้วยในปัจจุบันนั้นมันมีเมล็ดที่เส็กและน้อยมากเมื่อได้นำเอากล้วยในยุคก่อนหน้านี่มาเทียบกันจะเห็นได้เลยว่ามันจะมีเมล็ดที่ใหญ่กว่ากล้วย

ในปัจจุบันซึ่งมันก็ได้มีในปริมาตรที่เยอะมากจนทำได้เต็มพื้นที่ขนาดใหญ่ของกล้วยเองและเราก็ไม่สามารถที่จะนำเอามารับประทานไม่ได้ง่ายๆเหมือนอย่างคําสุภาษิตได้กล่าวเอาไว้ว่าง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากทั้งนี้ก็ได้มีการปรับแต่งสายพันธุมาอย่างยาวนานเพิ่มจะผลิตให้กล้วยนั้นมีจำนวนมากเพื่อให้มันได้เพียงพอในตลาดโลก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8th

เรื่องราววัดเจดีย์ กับ หลวงพ่อทองและไอไข่

ความเชื่อและความศรัทธาของคนที่ได้อาศัยอยู่ในแต่ละพื้นที่ก็ได้มีอยู่หลากหลายรูปแบบที่มีความแตกต่างกันออกไปแต่ในทุกๆความเชื่อนั้นมันก็จะมีประวัติในความเป็นมาที่ไม่ต่างไปจาก ไอไข่วัดเจดีย์ ที่หลายคนต่างก็ได้ให้ความเคารพและความศรัทธา

โดยเฉพาะในเรื่องของการขอโชคลาภ รูปไม้ที่ได้ถูกแกะสลักเด็กชายอายุประมาณ9-10ขวบได้ตั้งอยู่ในศาลาในวันเจดีย์ และยังได้เชื่อกันอีกว่าเขานั้นได้เป็นวิญญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้มาสถิตอยู่ที่วัดแห่งนี้ให้ได้เป็นที่เคารพแลละสักการะของชาวบ้านตั้งแต่พื้นที่ที่ใกล้วัดไปจนถึงจังหวัดในแถบภาคใต้

จากในการศรัทธานั้นที่ได้มีความเชื่อกันว่าขอได้ไหว้รับ ซึ่งในสถานที่แห่งนี้ก็ได้ถูกบันทึกเอาไว้ที่ยังได้เป็นสถานที่วัดร้างได้ชื่อว่า วัดเจดีย์ จากนั้นพอในสมัยที่ยุคที่ได้มีความเจริญขึ้นพวกก็ได้เข้ามาถางหญ้ากันทำนาทำสวนทำไร่

จากนั้นมันก็ได้พบสถานที่แห่งนี้ว่ามันได้เป็นวัดเก่าจากนั้นพอได้เข้าไปตรวจสอบแล้วมันได้เป็นวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยาส่วนใหญ่ โดยมีตำนานเหล่าว่า ในอดีตเจ้าอาวาสนั้นก็คือ หลวงพ่อทอง ซึ่งท่านก็ได้มีลูกศิษย์วัดอยู่สองคนคนหนึ่งชื่อนายเหมีอนและอีกหนึ่งก็ไม่ทราบชื่อแต่ในภายหลังมานั้นพวกเขาก็ได้เรียกกันว่าไอไข่

ซึ่งหลวงพ่อทองนั้นได้เป็นสหายรุ่นราวเดียวกันกับหลวงปู่ทวด พอหลวงปู่ทวดขึ้นอยุธยาเขาก้ได้นำเอาเด็กมาฝากไว้ภายหลังต่อมาวัดก้ได้เริ่มร้างไปเรื่อยๆจากนั้นชาวบ้านก็ยังคงนึกถึงไอไข่ ซึ่งเขาน่าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับวัดแห่งนี้ซึ่งเมื่อก่อนเขาไม่ได้เรียกไอไข่เขาจะเรียกว่าเด็กวัดเฉยๆ

ซึ่งเด็กคนนี้จะต้องมีอะไรสักอย่างหนึ่งที่ตราตรึงอยู่ในใจ จากนั้นทางด้านของเจ้าอาวาสยังได้ดังอีกว่าเราไม่อาจจะที่จะสามารถที่จะรู้ได้ว่า หลวงพ่อทอง ได้มรณะภาพไปเมื่อครั้งใดและชื่อของไอไข่นั้นมันได้มีชีวิตอยู่ถึงไหนกันและยังได้เล่าต่อๆกันมาอีกว่า หลังจากที่หลวงพ่อทองได้มรณะภาพไปแล้วไอไข่ก็ได้เดินลงไปที่สระน้ำที่ได้อยู่หน้าวัด

และก็ไม่ได้ขึ้นมาให้ใครได้เห็นอีกเลยแต่ในวันดีคืนดีก็ได้มองเห็นเด็กที่กำลังวิ่งเล่นกันอยุ่ในวัดและยังได้ปรากฎร่างเด็กออกมาให้เห็นและยังได้มีเสียงของเด็กส่งเสียงให้เราได้ยินและเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ก็ยังได้มีให้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

 

สนับสนุนโดย  next88 ดีไหม