ต้นกำเนิดของนักเขียนยุคใหม่

ต้นกำเนิดของนักเขียนยุคใหม่ สำหรับนักเขียนสามารถที่จะเขียนได้ทุกเพศและทุกวัย ไม่มีขีดจำกัดในการเขียนเลยแม้แต่น้อย เราเชื่อว่าอาชีพนักเขียนนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น สำหรับบางบุคคลนั้นก็สามารถเขียนจนได้ประสบความสำเร็จกันเลยทีเดียว และอีกหลายคนก็มุ่งหน้าเป็นอาชีพนี้โดยอยากที่จะมีผลงานที่เป็นของตนเอง

การที่เข้าสู่ในยุคปัจจุบันนี้ถือได้ว่าเป็นยุคที่คนสามารถทำงานได้หลากหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ เพราะพวกเขาจะได้สร้างสรรค์ผลงานให้มีชื่อเสียงได้อีกทางหนึ่ง บางคนเขียนจนมีชื่อเสียงโด่งดังกันเลยนะ มีการพูดถึงเรื่องราวนี้โดยทิศทางวรรณกรรม จะเป็นอย่างไรมาดูกันเลย

นักเขียนที่เป็นยุคใหม่ ได้แก่ใครได้บ้าง

สำหรับนักเขียนที่มาแรง เขียนขีดเรื่องราวให้ตนเองโด่งดัง นั่นก็คือ คุณปองวุฒิ รุจิระชาคร โดยผลงานของเขาเป้นการเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวกับสังคมได้ออกมาโดดเด่น โดยขับเคลื่อนไปในยุคที่มีการใช้งานเน็ต โดยแบ่งแยกจนมีสีสันหลากหลายมากยิ่งขึ้น ยิ่งสมัยนี้มีเนื้อหาที่หลากหลายรูปแบบแตกต่างออกไป 

นักเขียนตำนานที่เรียกว่านิยาย ที่เห็นว่าจะยืนหนึ่งตลอดกาลก็คือ คุณปาริฉัตร ศาลิคุปต หรือที่เรารู้จักกันดีก็คือ กิ่งฉัตร โดยเขาได้ให้คำพูดมาว่าคนในยุคใหม่ๆมักจะมือฝีไม้ลายมือ และในยุคนี้อะไรอะไรก็เปิดขยาย ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากเหมือนดังเช่นสมัยก่อน โดยไม่ว่าใครก็ตามสามารถที่จะเป้นนักเขียนที่มีชื่อเสียงได้ทั้งนั้น

เมื่อท่านมีความคิดและมีแรงในการเขียนแล้ว สิ่งจำเป็นที่ท่านจะต้องนึกถึงก็คือข้อมูลที่จะขีดเขียนลงไป สกุล บุณยทัต ได้กล่าวเอาไว้ ในสมัยก่อนคนมักจะเขียนเรื่องราวมาจากข้อมูล ความคิด และความเป็นไปได้ แต่ทว่าคนในยุคนี้นั้นไม่มีขอบเขตที่จะขีดเขียน จึงต้องมีความคิด สติ เพื่อที่จะสานต่อ เพื่อให้ผลลัพออกมาดี 

และคนในยุคนี้ก็น่าจะทำมันได้ดีกว่าด้วย เพราะสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวก ความคิดมันค่อนข้างที่จะดี ส่งเสริมให้มีการคิดรูปแบบใหม่ๆออกมา โดยผลของมันก็น่าจะดีกว่า ไม่น้อยเลยที่เราจะเห็นเด็กรุ่นใหม่โดดเด่นเรื่องเหล่านี้

เรามักจะเห็น โอกาส ลอยอยู่บนอากาศ

 เชื่อว่าการเขียนแต่ละเรื่องจะต้องง่ายมากยิ่งขึ้นแต่ว่าคุ๋แข่งของเราก็เยอะไปด้วย ดังนั้นการที่ต้องการมีผลงานที่ดี หรือมีคนชื่นชอบก็ต้องจำเป็นที่จะต้องหาเรื่องที่สนใจและยากมากกว่าเดิม การเป็นนักเขียนไม่ได้ยาก แต่คุณจะต้องมีความคิดที่ดี และจะต้องไปต่อได้ ไม่ติดขัด หรือนำเสนอเรื่องที่ซับซ้อนจนเกินไป เพราะเรื่องน่าค้นหามันก็ดีกว่าเรื่องที่ไม่น่าติดตาม ยังไงก็ตามแต่คุณควรที่จะมีมุมมองที่กว้าง เอาไว้ ถ้าหากอยากเป็นนักเขียน

 

 สนับสนุนโดย.    agplus

ดราม่า ครูสอนภาษาอังกฤษผิด ทักไปบอกแต่ อีโก้จัด หัวร้อนไม่ยอมสอน 

   ดราม่า ครูสอนภาษาอังกฤษผิด  วันที่ 24 เดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ. 2564 มีกระแสเรือมากเกิดขึ้นในโลกออนไลน์เมื่อมีผู้ปกครองคนหนึ่งได้มีการโพสต์ลง Facebook ส่วนตัวระบุว่าเธอนั้นรู้สึกอารมณ์เสียมากและกำลังโกรธมากเธอไม่พอใจมากกับการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์

เนื่องจากว่าในขณะที่ลูกของเธอเรียนวิชาภาษาอังกฤษเธอได้นั่งเรียนไปพร้อมกับลูกด้วยและได้เห็นวิธีการที่คุณครูสอนนั้นเป็นการสอนหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ไม่ถูกต้องทำให้ผู้ปกครองรายนี้ทำการเปิดไมโครโฟนเพื่อไปทำการแจ้งคุณครูผู้สอน

    อย่างไรก็ตามครูคนดังกล่าวกลับไม่พอใจที่ผู้ปกครองแจ้งในขณะที่กำลังสอนอยู่คุณครูคนดังกล่าวพยายามที่จะสอบถามว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กคนไหนและต้องการให้ผู้ปกครองนั้นเปิดหน้าตาให้ดูซึ่งทางด้านผู้ปกครองเองก็ได้มีการปฏิเสธไป

เนื่องจากไม่สะดวกโดยระบุว่าเธอยังไม่ได้มีการแต่งหน้าอย่างไรก็ตามผู้ปกครองคนดังกล่าวระบุว่าเธอได้มีการสอบถามเพื่อนๆคนอื่นๆที่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษแล้วยืนยันว่าข้อมูลที่คุณครูสอนนั้นไม่ถูกต้องซึ่งสิ่งที่เธอไม่พอใจมากนั่นก็คือครูกับตอบเธอมาว่าลูกของเธอนั้นไม่ได้เรียน English Program ดังนั้นการเรียนภาษาอังกฤษก็จะได้เพียงแค่นี้   

       อย่างไรก็ตามผู้ปกครองรายนี้มองว่าต่อให้ลูกของเธอนั้นเรียนแค่โรงเรียนวัดแต่การเรียนการสอนก็ควรจะสอนให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ไม่ควรสอนให้เด็กท่องจำในสิ่งที่ผิด  นอกจากนี้เธอยังรู้สึกไม่พอใจผู้ปกครองรายอื่นเนื่องจากว่าในขณะที่ คุณครู LINE นี้ไม่พอใจเธอ

และไม่ยอมสอนเด็กนักเรียนต่อนั้นผู้ปกครองคนอื่นกลับมาให้กำลังใจคุณครูซึ่งเธอมองว่าสั่งสอนลูกหลานของพวกเขาในข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและเธอพยายามทำสิ่งที่ถูกต้องแต่ทำไมผู้ปกครองทุกคนในห้องถึงให้กำลังใจคนที่สอนในสิ่งผิดๆให้ลูกหลานของตนเองอ

   ย่างไรก็ตามเธอได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมด้วยว่าเหตุผลที่เธอไม่มีการส่งข้อความผ่านทาง LINE ไปหาครูที่สอนแต่เลือกที่จะมีการเปิดไมค์คุยแทนในขณะที่ครูกำลังสอนเธอเห็นว่าครูกำลังสอนและเด็กกำลังท่องจำซึ่งครูสามารถแก้ไขให้เด็กนักเรียนทราบข้อมูลที่ถูกต้องได้ทันทีและเธอเกรงว่าถ้าหากส่งข้อความไปคุณครูจะไม่อ่านข้อความของเธอเพราะครูกำลังสอนหนังสืออยู่นั่นเอง   

      หลังจากที่โพสต์นี้มีการเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์  ทำให้มีหลายคนคอมเม้นต์เข้าไปให้กำลังใจผู้ปกครองรายนี้เนื่องจากว่าคนในโลกออนไลน์ส่วนใหญ่มองว่าผู้ปกครองท่านนี้ทำสิ่งที่ถุกต้องแล้ว เมื่อผิดสามารถเตือนได้ เพื่อที่เด็กจะได้เรียนในสิ่งที่ถูกไม่เข้าใจแบบผิดๆ ในขณะเดียวกันครูก็ไม่ควรจะอีโก้จัด และหัวร้อน จนไม่ฟังคำทักท้วงของผู้ปกครอง ซึ่งเรื่องนี้ควรร้องเรียนไปยังผู้อำนวยการโรงเรียน

 

สนับสนุนโดย.    หวยฮานอย บาทละ 1000

ประวัติผลงานด้านการออกแบบและวาดภาพของ ไมเคิล แองเจโล่ 

      วาดภาพของ ไมเคิล แองเจโล่   Creation of Adam สุดยอดจิตรกรรมแห่งยุคเรอเนซองส์  จากประสบความสำเร็จจากงานประติมากรรมพระสันตะปาปาจูเลียสที่ 2 ก็ได้ว่าจ้างให้แองเจโล่ในช่วงอายุ 30 ปีมาวาดภาพเขียนสีเฟรสโกบนเพดานของโบสถ์ซิสทีนในสำนักวาติกัน

และว่าเขาจะไม่เคยเป็นจิตกรอย่างจริงจังแต่ในช่วงวัยรุ่นแองเจโลก็เคยฝากตัวเป็นศิษย์ของโดเมนิโก้วีรันดาโยจิตรกรชื่อดัง ดาเฟสโก้มาก่อน  ทำให้เขาได้เรียนรู้การวาดภาพสีลงไปบนผนังปูนเปียกซึ่งเป็นเทคนิคขั้นสูงในยุคนั้นที่ต้องใช้ฝีมือเป็นอย่างมาก

      เพราะศิลปินจะต้องทำงานอย่างรวดเร็วให้เสร็จก่อนที่ปูนจะแห้งบนพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตรของเพดานโบสถ์ประกอบไปด้วยรูปภาพ 9 ชุดด้วยกันเราเรื่องราวของการสร้างโลกของพระเจ้ากำเนิดอดัมและอีฟรวมไปถึงเรื่องราวของโนอาห์ภาพชุดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือการสร้างอาดัม The creation of Adam ที่เป็นตัวแทนของจิตรกรรมฝาผนังในยุคเรอเนซองส์อย่างแท้จริงที่มีคนกล่าวขวัญถึงมากที่สุดชิ้นหนึ่ง

     สำหรับภาพดังกล่าว เป็นภาพของพระผู้เป็นเจ้าที่ประทานลมหายใจให้แก่อดัมมนุษย์คนแรกของโลกผ่านการสัมผัสด้วยนิ้วชี้มันจะใช้เวลาวาดภาพการสร้างระดับนี้เพียง 2-3 สัปดาห์เท่านั้นแต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสวยงามทางศิลปะและสัญลักษณ์ต่างๆที่ซ่อนไว้ภายในภาพด้วยภาพทั้งหมดในกระดานส่วนนี้ประกอบไปด้วย 300 รูปภาพย่อยที่ต้องใช้เวลารวมถึง 4 ปีด้วยกันจึงแล้วเสร็จ 

      นอกจากนี้ ไมเคิล แองเจโล่ ยังได้วาดภาพพระเยซูเปลือยบนเพดานโบสถ์ที่วิหาร System thebest Cargo การตัดสินครั้งสุดท้าย The Last judgement บริเวณด้านหลังแท่นบูชาขนาดพื้นที่ประมาณ 12 ตารางเมตรเราเรื่องราววันสิ้นโลกและการฟื้นคืนชีพขององค์พระเยซูคริสต์ที่ทรงเสด็จมาตัดสินมนุษย์  ซึ่งในตอนนั้นไมเคิล แองเจโล่นั้นใช้เวลาวาดนานถึง 8 ปี

จึงแล้วเสร็จกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเพราะพระแม่มารีและ และพระเยซูดูโป๊เปลือยมากจนเกินไปซึ่งในเวลาต่อมานั้น ทางสำนักวาติกันนั้นจึงขอให้ลูกศิษย์ของแองเจโล่มาแก้ไขผลงานด้วยการวาดเสื้อผ้าเสริมทัพเข้ามาบนรูปเดิม

     ไมเคิล แองเจโล่  ได้ร่วมเป็นสถาปนิกสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์  ด้วยความที่แองเจโล่เป็นประติมากรชื่อดังจึงมีผู้ว่าจ้างให้แองเจโล่ทำรูปแกะสลักหินเพื่อนำไปใช้ตกแต่งสุสานตามธรรมเนียมนิยมในยุคนั้นจนพัฒนามาสู่การออกแบบตกแต่งอาคารซึ่งแองเจโลก็ทำได้ดีไม่แพ้กันผลงานด้านการตกแต่งภายในที่มีชื่อเสียงของแองเจโลก็คือ โบสถ์ซานลอเรนโซ่  โดยเฉพาะบริเวณโถงบันไดซึ่งถือเป็นสิ่งใหม่ในยุคนั้น

     ก่อนจะได้รับงานใหญ่ในช่วงบั้นปลายของชีวิตได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสถาปนิกดูแลการก่อสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์สถาปัตยกรรมสำคัญของนครรัฐวาติกันกรุงโรมที่ก่อสร้างต่อเนื่องยาวนานถึงกว่า 50 ปี

และเขาเสียชีวิตลงด้วยวัย 89 ปีก่อนที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์จะแล้วเสร็จแต่ชื่อของเขาและสถาปนิกอีกหลายคนก็ได้รับการจารึกถึงความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารซึ่งมีโครงหลังคาอันโดดเด่นและเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมแห่งยุคเรอเนซองส์ซึ่งส่งอิทธิพลไปยังอากาศที่อื่นในยุคต่อมา 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  แทงหวยออนไลน์

ภาพ Untitled no.11  – Mark Rothko 

หากใครที่เคยเห็นภาพ  Untitled no.11  – Mark Rothko เชื่อว่าหลายคนต้องคิดอย่างเดียกวันเลยนั่นก็คือนี่คือภาพศิลปะราคาแพงจริงจริงหรือ ? 

สาเหตุที่เชื่อได้เลยว่าหลายคนต้องมีความคิดแบบนี้นั่นก็เพราะภาพ Untitled no.11  – Mark Rothko  ดังกล่าวนั้น มันเหมือนกับการทาสีให้ทั่วและแปะอีกสีทับลงไปซะมากกว่า  

         สำหรับภาพ  Untitled no.11  – Mark Rothko  นี้ให้นับสีในภาพแล้วอาจจะนับอย่างคร่าวๆได้ 2 สีคือส้มและขาวหรือยังมากกว่า 3 นั่นก็คือส้มเหลืองและพื้นที่สีขาวตรงกลางที่เว้นว่างเปล่าเอาไว้

ภาพนี้เรียกได้ว่าเป็นภาพที่มีรายละเอียดน้อยที่สุดกว่าทุกภาคที่กล่าวมาเสียอีกแต่มันกลายเป็นภาพที่มีมูลค่าสูงได้อย่างไร  Mark Rothko  ใช้กลวิธีอะไรในการสร้างมูลค่าให้ภาพนี้ก่อนนะเราจะไปหาคำตอบกันค่ะ

     Mark Rothko ศิลปินเชื้อสายรัสเซียที่อพยพเข้ามาในอเมริกาได้สร้างผลงานสะเทือนวงการมากมายในประเทศมหาอำนาจนี้เทคนิคของเขาคือการใช้รูปแบบพื้นที่และสีเพื่อเป็นจุดเด่นในผลงานของเขาเขาจะวาดรูปออกมาในสไตล์คล้ายๆเดิม

หากคุณได้ไปถึงผลงานแบบนี้ที่ไหนคุณจะบอกได้เลยว่านี่คือผลงานของ Mark Rothko  อย่างแน่นอนและ Mark Rothko ก็มีแนวคิดที่ว่าแทนที่จะเริ่มว่าด้วยการดออิ้งหรือวาดจากเส้น Mark Rothko  จะเริ่มวาดภาพของเขาด้วยสี และ Mark Rothko ใช้สีมากกว่า 1 สีเพื่อสร้าง ความพิเศษให้กับภาพด้วย การไล่สีและเล่นแสงของ ภาพ

         Mark Rothko ภาพของเขาจึงต้องจ้องมองเพ่งพิจารณากันนานพอดูจึงจะค่อยๆเห็นรายละเอียดของการไล่สีและความกลมกลืนที่เขาได้แอบซ่อนมันอยู่ภายใต้ความเรียบง่ายของภาพนั้นผู้คนที่ได้มองภาพต่างกล่าวว่าภาพที่มีรายละเอียดไม่มากของเขาทำให้เราไม่ต้องใช้ความคิดที่จะมองมันมากนักเหมือนกับได้หลุดเข้าไปในห้วงความคิดของตัวเราเอง

หาให้เราล่องลอยไปในอารมณ์และความรู้สึกคล้ายกับการที่เราได้นั่งสมาธิและมีสติอยู่กับตนเองนั้นเอง พัฒนาการที่เหมาะสมกับภาพศิลปะน้อยสีนี้อยู่ที่ 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับอีกนิดหน่อยเท่านั้นหรือคิดเป็นเงินไทยก็คือกว่า 1,500 ล้านบาทนั่นเอง 

          อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าคนจะชื่นชอบศิลปะเหมือนกันแต่ศิลปะนั้นมีมากมายหลายแขนงซึ่งคาดว่าด้วยการวาดลงสีด้วยดินสอก็เป็นอีกศิลปะแขนงหนึ่งหรือการวาดภาพด้วยสีอย่างเดียวโดยที่ไม่จำเป็นที่ต้องลงรายละเอียดของดินสอเลยก็เป็นอีกศิลปะแขนงหนึ่งนั้น

ดังนั้นเราไม่สามารถบอกได้ว่าภาพแบบไหน มีความสวยงามมากกว่ากันเพราะมันอยู่กับความชื่นชอบของคนและบุคคลดังนั้นภาพวาดของ  Mark Rothko ถึงแม้ว่าจะไม่มีรายละเอียดมากนักแต่ก็ได้ใจคนที่ชอบงานด้านศิลปะจึงทำให้ภาพมีมูลค่าสูงขึ้นมานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  aesexy

TOYOTA เกี่ยวข้องอะไรกับประวัติศาสตร์

TOYOTA เกี่ยวข้องอะไรกับประวัติศาสตร์ ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมารถมาเริ่มขึ้นมาได้อย่างไงเมื่อพอเราไปดูพวกเหล่านี้ว่ามันเกี่ยวข้องกับประวัวติศาสตร์อย่างไงปรากฎว่าไปเจอข้อมูลที่น่าสนใจเต็มไปหมดเลยดังนั้นเราอยากเอาข้อมูลสนุกๆที่ไปเจอมามาเล่าให้ทุกคนได้อ่านกัน

ซึ่งข้อมูลส่วนหนึ่งที่เราไปเจอมาในวันนี้และน่าสนใจมากๆก็คือข้อมูลเกี่ยวกับ ยี่ห้อรถยนต์ที่เราจะคุ้นเคยก็เป็นอย่างดีแต่ว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจอยู่เต็มไปหมดเลย หวยออนไลน์บาทละ 1000ที่ทุกคนไม่เคยรู้มาก่อนนั่นคือข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ TOYOTA นั่นเองเมือ่พูดถึงยี่ห้อนี้หลายคนก็น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

แต่รู้หรือไม่ว่าก่อนที่ TOYOTA จะมาผลิตรถยนต์บริษัท TOYOTA เคยเป็นเครื่องจักรทอผ้ามาก่อนน่าสนใจแล้วใช่ไหมเดี๋ยวเรามาดูกันว่าทำไมบริษัท TOYOTA ถึงเคยผลิตเครื่องจักรทอผ้าเกี่ยวข้องยังไงกับประวัติศาสตร์โลกและประวัติศาสตร์โลกส่งผลอย่างไรกับ TOYOTA จนกระทั่งกลายมาเป็นรถยนต์ชื่อดังที่ได้ขับกันอยู่ตอนนี้

เมื่อฟังชื่อของ TOYOTA แน่นอนว่าคุณคนจะต้องรู้แน่ว่า TOYOTA เป็นบริษัทของญี่ปุ่นถ้าจะให้เข้าใจต้นกำเนิดของ TOYOTA อย่างจริงจังเราขอย้อนกลับไปถึงสังคมญี่ปุ่นสมัยล่าอาณานิคมหากใครที่ศึกษาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นก็พอจะรู้ว่าก่อนยุคล่าอาณานิคมต่างๆญี่ปุ่นค่อนข้างจะปิดประเทศคือจะไม่ติดต่อขายกับใครจะขอซื้อกับบางประเทศเท่านั้น

ซึ่งในยุคนั้นผู้ที่มีอำนาจอยู่ก็คือโซกุนนั่นเองที่ขึ้นมามีอำนาจเหนือกว่าจักรพรรดิญี่ปุ่นอย่างไรก็ดีในยุคสมัยจักรพรรดิแทบจะไม่มีอำนาจอะไรต่างๆเลยจนกระทั่งช่วงศตวรรษที่19เริ่มมีการล่าอาณานิคมเกิดขึ้นบนโลกแน่นอนว่าญี่ปุ่นก็ต้องได้รับผลกระทบด้วยถูกไหม

นอกจากนี้ต่างชาติก็เริ่มเข้ามากดดันต่างๆประมาณว่าญี่ปุ่นต้องเปิดประเทศได้แล้วเราอยากค้าขายกับเธอซึ่งเหตุการณ์ค้าขายการกดดันล่าอาณานิคมต่างๆทำให้สังคมภายในของญี่ปุ่นค่อนข้างเปลี่ยนไปอย่างมากคือระบบของโชกุนค่อยๆล้มสลายไปและจักรพรรดิก็เริ่มกลับมามีอำนาจเหมือนเดิม

ซึ่งจักรพรรดิที่กลับมามีอำนาจในยุคนั้นก็คือจักรพรรดิเมจินั่นเองตรงกับรัชกาลที่5ของเราแน่นอนว่ายุคเมจิของญี่ปุ่นก็ต้องคล้ายๆกับยุคสมัยรัชกาลที่5ของไทยที่มีการเปิดประเทศมากขึ้นมีเทคโนโลยีอะไรต่างๆจากเมืองนอกเข้ามามากขึ้นดังนั้นสังคมญี่ปุ่นระบบชนชั้นก็เลยเข้มข้นน้อยลงคนธรรมดาสามารถมีการศึกษาได้

พอมีการศึกษาก็ผลิตนวัฒกรรมเป็นของตัวเองศึกษาสิ่งดีผลิตได้หลายอย่างซึ่งหลายคนถ้าไม่ได้ศึกษาดีพอก็คงจะเข้าใจกันไปเองว่าญี่ปุ่นคงรับเทคโนโลยีจากเมืองนอกเข้ามา100%เลยแต่จริงๆไปศึกษาลึกๆก็รู้เลยว่าญี่ปุ่นมีการผลิตอะไรบางอย่างขึ้นมาเองเช่นเดียวกัน

ตำนานของศุกร์13ที่คนชาวตะวันตกหวาดกลัวมากที่สุด

ตำนานของศุกร์13 ด้วยความเชื่อเรื่องราวอาถรรพ์ของเลข13นี้เองเราจึงมักจะเห็นว่าอาคารลิฟต์โรงแรมหรือแม้กระทั่งประตูขึ้นเครื่องบินต่างๆจะไม่มีเลข13จะไม่มีชั้นที่13หรือไม่มีห้องเลขที่13ปรากฏให้เห็นอยู่นั่นเองโดยจะข้ามจาก12ไป14เลยหรือว่าบางสถานที่อื่นเขาก็จะเรียก13เป็นอย่างอื่นแทน

ซึ่งตัวอย่างเช่นที่จะเรียกชั้น13ว่าชั้น12Aแทนนั่นเองหรือแม้แต่ในเรื่องเลี้ยงสังสรรค์

ถ้าหากมีผู้มาร่วมงานในครั้งนั้นเพียงแค่13คนในตามความเชื่อเขาก็จะเชื่อกันว่าจะต้องมีหนึ่งคนที่จะต้องมาร่วมงานในครั้งนั้นถึงขั้นจะต้องเสียชีวิตกันไปเลยจนจะต้องจ้างคนแปลกหน้ามานั่งร่วมงานด้วยเพื่อให้คนในงานนั้นกลายเป็น14คนกันเลยทีเดียว

ดังนั้นมันก็เป้นความเชื่อที่เกี่ยวกับตัวเลข13เท่านั้นและในส่วนของอาถรรพ์ต่อมาของศุกร์13นั่นก็คือความเชื่อที่ว่าวันศุกร์นั้นเป็นวันแห่งความโชคร้ายเป็นวันอัปโชควันอัปมงคลแล้วก็ยังได้เป็นสัญลักษณ์ของรางร้ายหรือสิ่งชั่วร้ายด้วยนั่นเองเนื่องจากชาวคริสเตียนในบางส่วนได้เชื่อกันว่าพระเยซูนั้นได้ถูกตรึงกางเขนในวันศุกร์นั่นเอง

นอกจากนีก็ยังได้มีบางความเชื่อที่ได้เชื่อกันว่าในวันที่อีฟส์ได้ชวนให้อดัมกินผลไม้ต้องหามที่อยู่ในสวนนั้นก็เป้นวันศุกร์เช่นเดียวกันนั่นเองแถมยังมีความเชื่อทางตะวันตกตั้งแต่ก่อนสมัยคริสตกาลว่าห้ามไม่ให้ตัดเล็บหรือชิ้นส่วนใดๆของร่ายกลายในวันศุกร์

โดยเชื่อกันว่าจะมีแม่มดมโขยเอาเล็บเพื่อที่จะเสกให้เจ้าของเล็บนั่นกลายเป็นแม่มดคนต่อไปนั่นเองและจากความเชื่อทั้งสองส่วนนี้ก็ได้จับเอามาเชื่อมโยงกันจนมันได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของอาถรรพ์ศุกร์13นั่นเอง

และตำนานที่เชื่อกันว่าเป้นจุดเริ่มต้นของอาถรรพ์ของศุกร์13นั้นได้มีการเชื่อมโยงมาจากความเชื่อเกี่ยวกับวันที่เชื่อว่าเป็นการสะหวอยพระกระยาหารมื้อค่ำมื้อสุดท้ายของพระเยซูนั่นเองหรือที่เรียกกันว่า The Last Supper

ซึ่งในการสะหวอยพระกระยาหารในมื้อนั้นมีสาวก12คนร่วมรับประทานอาหารกับพระเยซูร่วมแล้วเป็น13คนพอดีก่อนที่พระเยซูจะถูกยูดาสหนึ่งในสาวกที่คิดทรยศโดยได้พาทหารเข้ามาจับตัวพระเยซูไปให้อีกกลุ่มก่อนที่พระเยซูจะถูกตรึงกางเขนในวันรุ่งขึ้น

เพราะฉะนั้นเขาก็ได้เชื่อกันว่ามันตรงกับวันศุกร์นั่นเองแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่มีหลักฐานใดๆที่ได้บ่งชี้ว่าปาระชาชนชาวตะวันตกได้ถือเอาวันศุกร์13เป็นวันแห่งความโชคร้ายแต่อย่างใดจนกระทั่งได้มาถึงศตวรรษ19โดยในปี ค.ศ.1907ได้มีนักค่าหุ้นคนหนึ่งที่มีชื่อนายโทมัสดอว์สันได้ตีพิมพ์หนังสือศุกร์13ที่แปลเป็นภาษาไทยนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    wm gaming

ตำนานเขมรแดงบุกโจมตีชายแดนไทย จ.ปราจีนบุรี

เขมรแดงบุกโจมตีชายแดน สำหรับวันนี้เราจะมาเล่าเรื่องการประหารชีวิตที่จังหวัดปราจีนบุรีมาเล่าให้ท่านฟังโดยผู้ที่ถูกประหารในครั้งนี้จะมีด้วยกันอยู่สามคนในระหว่างการประหารชีวิตนั้นปรากฏว่ามีนักโทษรายหนึ่งต้องเปลี่ยนปืนถึงสองครั้งเพราะเมื่อเพชรฆาตเหนี่ยวไกปืนกระสุนไม่ลั่นออกจากลำกล้อง

โดยต้องมีการตรวจค้นตัวของนักโทษที่หลักประหารอย่างละเอียดก็ได้พบของสิ่งหนึ่งได้พกเอาไว้ในตัวเมื่อพี่เลี้ยงได้นำเอาของสิ่งนั้นออกมาจากตัวนักโทษประหารแล้วเพชรฆาตได้ทำการเหนี่ยวไกปืนอีกครั้งหนึ่งผลจะเป็นอย่างไรและสิ่งนั้นคืออะไรผู้ประหารมีสาเหตุมาจากเรื่องใดมาดูกัน

ในวันศุกร์ที่28มกราคม พ.ศ.2520เวลาประมาณ21.45นาฬิกากองกำลังทหารเขมรแดงประมาณ100คนเศษบุกข้ามเขตชายแดนไทยบริเวณอำเภอคลองลึกจังหวัดปราจีนบุรีได้เข้ามาโอบล้อมเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ของทางฝั่งประเทศไทยประกอบไปด้วยตำรวจตะเวนชายแดนเขต2จำนวน15นาย

ซึ่งตำรวจ ส.ภ.อ. คลองลึกจำนวน3นาย จึงได้เกิดเหตุการณ์ยิงปะทะกันอย่างดุดเดือดโยฝั่งไทยเราจะมีกำลังน้อยกว่าหลายเท่าตัวแต่ทุกนายก็ต่อสู้อย่างไม่ถอยพร้อมที่จะตายคาสนามรบเพื่อศักดิ์ศรีของนักรบไทยในระห่างที่ไทยถูกทหารเขมรแดงเปิดฉากโจมตีนั้นนักรบ ตชด. ได้วิทยุแจ้งไปที่ตำรวจโท สมนึก พลสิทธิ์ ผู้บัญชาการ ตชด.เขต2

เพื่อขอความช่วยเหลือให้ส่งกองกำลังมาสนับสนุนโดยด่วนกองกำลัง ตชด. ในฐานเมื่อได้ทราบข่าวว่าเพื่อนักรบไทยได้ถูกทหารต่างชาติบุกโจมตีก็รีบส่งกำลังเสริมเดินทางไปช่วยเหลือในทันที

เมื่อได้ไปถึงพวกเขมรแดงได้ล่าถอยออกไปแล้วโดยมี ตชด. และตำรวจคลองลึกได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งส่วนฝ่ายเขมรแดงคาดว่าได้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหลายคนแต่ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่การสู้รบในช่วงเวลากลางคืนได้จึงวางกำลังตั้งมั่นในฐานเอาไว้ป้องกันการโจมตีซ้ำอีก

นอกจากนี้ในเวลาประมาณ23.00นาฬิกากองกำลังเขมรแดงได้บุกเข้าโจมตีฝั่งไทยเป็นครั้งที่2ในครั้งนี้ฝ่ายทางเขมรแดงได้รับการตอบโต้อย่างหนัก

เนื่องจากว่า ตชด. ได้มีรถเกราะเสริมกำลังและมีเฮลิคอปเตอร์กันชิปอีกหนึ่งลำได้เข้าร่วมโจมตีตอบโต้ฝั่งเขมรแดงอย่างหนักหน่วงจนแตกเข้าฝั่งเขมรแดงไปโดยได้ช่วยลากผู้บาดเจ็บและตายเอากลับไปด้วยจำนวนมากหลังจากที่ได้สู้รบกันมานาน2ชั่วโมง

ดังนั้นในวันเสาร์ที่29มกราคมพ.ศ.2520 เวลาประมาณ1นาฬิกาหลังเสียงปืนสงบได้ทำการสำรวจความเสียหายของฝ่ายไทยพบว่ามีผู้เสียชีวิต1นายชื่อจ่าสิบตำรวจ พิมภรณ์ แก้วพันเป็นเจ้าหน้าที่ของ ส.ภ.อ. คลองลึกและมีผู้บาดเจ็บอีกสิบนาย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  WM Casino

ปัจจัยแห่งการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เราอาจจะพูดได้ว่าสหภาพโซเวียตได้เป็นประเทศที่รบกับเยอรมันและได้สูญเสียกำลังทั้งทหารและพลเรือนมากที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สองน่าแปลกมากที่โซเวียตในช่วงนั้นไม่ได้เป็นฝ่ายอักษะทั้งๆที่เซ็นสัญญากันไปในระดับหนึ่งแล้วเรื่องนี้หลายฝ่ายยังได้บอกอีกว่าเป็นเพราะไอเดียที่ฮิตเลอร์บอกว่าโลกนี้ต้องเป้นของคนชนเผ่าอารยันเท่านั้นที่เป็นปัญหา

ซึ่งเป็นเพราะว่า นาซี มองว่าชาวสลาฟที่เป็นคนส่วนใหญ่ของโซเวียต

ก็ไม่ต่างอะไรกับชาวยิว “ ฮิตเลอร์ “ ไม่ได้ต้องการล้างเผ่าพันธุ์เฉพาะคนยิวชนเผ่าอื่นๆที่ไม่ได้เป็นอารยันก็จะอยู่ในลิสต์เช่นเดียวกันกลุ่มคนที่เราอาจจะรู้จัดในนามของยิปซีหรือชื่อจริงๆของเขาก็คือ “ โรมานี่ หรือ รอม “ ได้เป็นชนเผ่าเร่ร่อนในยุโรปก็ถูกนาซีเยอรมันจับเข้าค่ายและได้สังหหารไปกว่า1ล้าน5แสนคนเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้เอาเข้าจริงๆแล้ว ถ้า “ฮิตเลอร์”ทำสำเร็จประมาณ90%ของคนที่อ่านบทความนี้อยู่ก็อาจจะไม่ได้อยู่ตรงนี้ก็ได้คิดแล้วก็ขนลุกกลับมาที่ปัจจัยแห่งการสิ้นสุงสงครามโลกครั้งที่สองนั่นก็คือสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเข้าร่วมสงครามจนได้ในช่วงเดือนธันวาคม1941หลังจากที่ญี่ปุ่นได้โจมตีเพิร์ลฮาเบอร์อย่างไม่มีใครคาดฝัน

ด้วยเหตุผลก็คือญี่ปุ่นเชื่อว่า ญี่ปุ่นเขาคิดว่ายังไงก็เลี่ยงสงครามในมหาสมุทรแปซิกฟิกกับอเมริกาไม่ได้ก็เลยชิงโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์ก่อนเพื่อตัดกำลังจะทำให้ชนะสงครามได้แต่ผลก็คือพออเมริกาประกาศสงครามกับญี่ปุ่นเยอรมันก็ประกาศสงครามกับอเมริกาด้วย

ดังนั้นอเมริกาก็เลยส่งกำลังไปรบในยุโรปเช่นกัน

เป็นการพลิกความได้เปรียบของแนวรบทางตะวันตกของฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างมากอย่างไรก็ตามช่วงก่อนหน้านั้นสหรัฐอเมริกาก็มีบทบาทสูงมากอยู่แล้วก็คือส่งอาวุธและเสบียงให้อังกฤษอย่างต่อเนื่องผ่านมหาสมุทรแอตแลนติก

โดยเยอรมมันเองก็พยายามใช้เรือดำน้ำตัดกำลังแต่ก็ล้มเหลวเพราะสุดท้ายมีการถอดรหัสลับที่ฝ่ายอักษะใช้สือสารกันที่เรีกว่าอีนิกม่าได้จึงทำให้เรือดำน้ำไม่อันตรายอีกต่อไป “ ต้องขอบคุณนาย อลัน ทัวริ่ง “ นักคณิคศาสตร์ชาวอังกฤษที่ถอดรหัสได้สำเร็จทำให้ลดความเสียหายของชีวิตคนได้มากมาย

คราวนี้เรามาดูกันที่ปัญหาของอิตาลีกันบ้างดีกว่านั่นก็คือประชาชนเริ่มจะเหม็นเบื่อไม่เอาเผด็จการ มุสโซลินี แล้วไม่ใช่แค่ประชาชนเท่านั้นที่เลิกสนับสนุนแต่พวกเดียวกันก็เริ่มจะไม่เอาด้วยอยู่เหมือนกันความนิยมของเบนิโต มุสโซลินีตกต่ำสุดๆเลยถามว่าเพราะอะไรก็เพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดีทรัพยากรก็หมดไปกับสงครามความนิยมในตัว มุสโซลินีในพรรคฟาสซิตส์ก็แย่ลงด้วย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.  aesexy

ประวัติวัดพระศรีอารย์  จังหวัดราชบุรี 

       สำหรับใครที่เคยเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดราชบุรี อาจจะเคยได้ยินชื่อ หรือเคยไปเที่ยวไหว้พระที่วัดพระศรีอารย์กันมาบ้างแล้ว ประวัติวัดพระศรีอารย์ เพราะวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากในจังหวัดราชบุรี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุโบสถที่มีการสร้างเอาไว้สวยงาม ทาสีทองเหลืองอร่ามตา  สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกลไกล 

        อย่างไรก็ตามก่อนที่วัดแห่งนี้จะมาเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใน unseen ของจังหวัดราชบุรีนั้นก็มีประวัติเก่าแก่ยาวนานอายุเกินกว่า 300 ปีแล้ว ประวัติวัดพระศรีอารย์ ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของประวัติของวัดพระศรีอารย์ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางไปเที่ยวที่วัดแห่งนี้ให้ทราบกัน

         สำหรับวัดพระศรีอารย์แห่งนี้นั้นแต่เดิมสันนิษฐานกันเอาไว้ว่าน่าจะมีการสร้างมาตั้งแต่ช่วงประมาณพ.ศปี 2275 ซึ่งเป็นช่วงสมัยปลายของกรุงศรีอยุธยาแล้วและก่อนหน้าที่จะมีการตั้งเป็นชื่อวัดพระศรีอารย์นั้นวัดแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าวัดสระอาน  เนื่องจากว่าวัดแห่งนี้นั้นมีอายุเก่าแก่มาแล้วหลายร้อยปีทำให้วัดแห่งนี้เป็นวัดร้างที่ไม่มีพระภิกษุสงฆ์มาอาศัยอยู่

       จนกระทั่งมาถึงช่วงประมาณปีพศ 2475   ได้มีพระภิกษุสงฆ์เดินธุดงค์ผ่านมาที่วัดร้างแห่งนี้หลังจากนั้นก็เข้ามาปฏิบัติธรรมและมาทำความสะอาดวัด  หลังจากนั้นชาวบ้านต่างก็พากันมาทำบุญที่วัดแห่งนี้หลังจากนั้นจึงเริ่มมีพระภิกษุสงฆ์เดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้เรื่อยๆจนวัดแห่งนี้กลายเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน

     เนื่องจากว่าตัววัดแห่งนี้นั้นก็มีความเก่าแก่โบราณ และชาวบ้านก็ให้ความเคารพนับถือโดยมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดหลายรูปด้วยกันอย่างไรก็ตามหลังจากที่วัดแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นชาวบ้านพากันมาทำบุญเยอะขึ้นมีพระสงฆ์จำพรรษาที่วัดแห่งนี้มากยิ่งขึ้นหลังจากนั้นชาวบ้านก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อวัดกันใหม่ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อวัดเมื่อช่วงประมาณปีพศ 2500 เดิมที่ใช้เป็นชื่อวัดสะอาดก็เปลี่ยนมาเป็นวัดพระศรีอารย์นั่นเอง 

        หลังจากมีการเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ก็มีการสร้างอุโบสถขึ้นมาซึ่งอุโบสถแห่งใหม่นี้ก็ได้แรงศรัทธาของชาวบ้านช่วยกันสร้างจนเป็นอุโบสถที่มีชื่อเสียงโด่งดังในจังหวัดราชบุรีตั้งชื่ออุโบสถแห่งนี้ว่าอุโบสถทองคำร้อยล้านนอกจากนี้ยังได้มีการไปนำต้นสาละมาจากประเทศอินเดียมาปลูกภายใต้บริเวณวัดพระศรีอารย์แห่งนี้อีกด้วย  

         อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านยังคงเลื่อมใสศรัทธาวัดแห่งนี้ไม่เสื่อมคลายนั่นก็เพราะว่าหลังจากที่หลวงพ่อขันซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ได้มีการลากสังขารไปแล้วปรากฏว่าร่างของท่านนั้นไม่เน่าไม่เปื่อยบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและชาวบ้านจึงได้นำร่างของหลวงพ่อขันไปใส่โลงแก้วเอาไว้เพื่อให้ชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดแห่งนี้ได้พากันกราบไหว้ขอพรรวมถึงให้ระลึกถึงคุณงามความดีของหลวงพ่อขันนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย.  สูตรหวยยี่กี 2ตัวล่าง lottovip

ความเชื่อเกี่ยวกับโชคลาง เนื่องในเทศกาลวันตรุษจีน

          สำหรับเทศกาลวันตรุษจีนเป็นเทศกาลที่มีการจัดขึ้นมาหลายร้อยปีแล้วนอกจากจะมีประวัติเกี่ยวกับการก่อเริ่มเทศกาลตรุษจีนแล้วอยากมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องของ ความเชื่อเกี่ยวกับโชคลาง ต่างๆที่มีการพูดถึงและความเชื่อนี้ก็มีการเชื่อมาตั้งแต่เริ่มมีการจัดงานเทศกาลตรุษจีนเลยก็ว่าได้เรียกได้ว่าความเชื่อนั้นมีมาควบคู่กับเทศกาลของวันตรุษจีนเลยทีเดียว  

        จะเห็นได้ว่าความเชื่อที่คนจีนมีความเชื่อว่าในเทศกาลวันตรุษจีนไม่ควรทำสิ่งต่างๆที่ไม่เป็นมงคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของคำพูดคำจาที่พูดไม่สุภาพจะไม่พูดกันในวันเทศกาลตรุษจีนอย่างแน่นอนหรืออาจกล่าวได้ว่าในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนนั้นคำพูดที่เป็นคำไม่สุภาพ จะไม่พูดกันอย่างเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็น ความเชื่อเกี่ยวกับโชคลาง ไม่ดีเข้ามาสู่ตัวเองและคนในครอบครัว  สำหรับเทศกาลวันตรุษจีนนั้นชาวจีนเชื่อว่าเป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ

          ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นที่จะต้องมีการทำหรือพูดแต่สิ่งที่ดีๆเพื่อที่ในอนาคตข้างหน้าต่อๆไปจะได้เจอแต่สิ่งที่ดีๆนั้นเองเรามาดูกันว่าความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของโชคลางที่คนจีนมีความเชื่อกันนั้นมีอะไรบ้าง 

   ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการเสียน้ำตาในวันตรุษจีนเป็นสิ่งต้องห้ามเป็นอย่างยิ่งเพราะคนจีนเชื่อว่าถ้าหากวันปีใหม่จีนเป็นวันที่เริ่มต้นสิ่งดีๆแล้วคุณต้องเสียน้ำตาหรือคุณต้องร้องไห้แล้วเราก็ตลอดทั้งปีนั้นคุณก็จะต้องเสียน้ำตาหรือมีเรื่องราวให้คุณต้องเสียใจอยู่ตลอดเวลาอย่างแน่นอนดังนั้นนี่จึงเป็นข้อห้ามสำคัญอย่างยิ่งในช่วงวันตรุษจีนนั่นเอง

         นอกจากนี้เกี่ยวกับเรื่องของการดูแลร่างกายของตัวเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอาบน้ำสระผมหรือการสวมใส่เสื้อผ้าต่างๆนั้นก็มีความเชื่อเช่นเดียวกันโดยคนจีนเชื่อว่าการใส่เสื้อผ้าสีสว่างหรือโดยเฉพาะสีแดงนั้นจะทำให้ชีวิตนั้นมีแต่ความสุขในอนาคตเพราะสีแดงนั้นเป็นสีที่มีความสว่างเจิดจ้าอย่างมากที่สำคัญในช่วงวันตรุษจีนนั้นคนจีนจะไม่นิยมสระผมนั่นก็เพราะว่ามีความเชื่อว่าหากมีการสระผมในวันดังกล่าวนั้นจะเป็นการสละสิ่งดีๆออกจากร่างกายนั่นเอง  

         และอีกสิ่งหนึ่งที่คนจีนมีความเชื่อกันมากก็คือเกี่ยวกับเรื่องของการทำความสะอาดบ้านเรือนโดยในวันตรุษจีนนั้นผู้คนจะไม่ทำความสะอาดไม้กวาดพื้นไม่ซักผ้า  มีความเชื่อว่าถ้าหากมีการปัดกวาดเช็ดถูหรือมีการซักเสื้อผ้านั้นจะเป็นการชะล้างสิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราออกไปดังนั้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนจึงเป็นช่วงที่ผู้คนนั้นจะหยุดการทำงานในวันตรุษจีนนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    aecasino